xs
xsm
sm
md
lg

ใกล้วาระรอ ‘ผู้มาใหม่’

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


หลังเทศกาลมหาสงกรานต์ วงจรชีวิตการเมืองกลับเข้าสู่สภาพวุ่นวายแก่งแย่งกันจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเดิม แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าแต่ละพรรคจะได้ ส.ส.มากหรือน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ เพราะต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลอย่างเป็นทางการวันที่ 9 เดือนหน้า

แต่ก็นั่นแหละ เมื่อการเมืองเป็นเกมอย่างหนึ่งของการแย่งชิงอำนาจเพื่อเข้าไปแบ่งสันปันส่วนผลประโยชน์จากการได้กุมอำนาจรัฐและมีเดิมพันสูง ความเข้มข้นก็จะเพิ่มกว่าเดิม แต่ละฝ่ายต้องงัดลีลา กลเม็ดเด็ดพรายเพื่อชิงความได้เปรียบ

จากสภาพที่เป็นอยู่ คุณลุงตู่ของแฟนๆ ยังคงหมายมั่นว่าจะขอเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยสถานภาพจะเปลี่ยนไป เป็นผู้นำรัฐบาลในยุคประชาธิปไตยหลังจากการเลือกตั้ง แต่ความฝันนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ก็ยังต้องประเมินปัจจัย องค์ประกอบต่างๆ ที่ไม่นิ่ง แต่แปรปรวนตลอด

นั่นเป็นเพราะผู้กุมอำนาจรัฐไม่ได้เป็นศูนย์กลางของการกำหนดตัวผู้เข้ากุมอำนาจรัฐอีกต่อไป

มองสภาพที่เป็นอยู่ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะจัดตั้งรัฐบาลและอยู่ได้ด้วยความราบรื่น เพราะไม่ว่าจะประเมินด้วยสูตรใดก็ยังยากที่จะหาจุดลงตัว ถ้าตราบใดที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ยืนอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแบบเต็มตัวหรือครึ่งตัวก็ตาม

และยิ่งมีความเชื่อว่า ถึงแม้จะได้รัฐบาลใหม่โอกาสที่จะอยู่ได้ยาวก็ยาก ดังนั้นถ้าจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ก็ควรจะสงวนและถนอมตัวไว้ไม่ให้บอบช้ำเกินกว่าที่จะเยียวยาได้ และต้องพร้อมที่จะรักษาและกอบกู้ภาพลักษณ์ เพราะยังมีความหวังว่ามุมมองของประชาชนผู้ลงคะแนนจะเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง

กรณีนายตำรวจคนเด่นดังได้กลายเป็น “เทวดาตกสวรรค์” แบบเฉียบพลันโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวและไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ถือว่าเป็นจุดสำคัญที่พลิกผันเปลี่ยนแปลงทิศทางโชคชะตาของบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ในศูนย์แห่งอำนาจ เป็นการสูญเสียโอกาสอย่างคาดไม่ถึง และยังไม่มีใครรู้ชัดว่าผลสุดท้ายจะเป็นเช่นใด

เมื่อมีความเรรวนปั่นป่วนเกิดขึ้นในเส้นทางของอำนาจ ผู้เกี่ยวข้องต้องรีบประเมินกันใหม่ว่าโอกาสของความเป็นไปได้ที่จะรักษาอำนาจไว้โดยไม่มีอุปสรรคนั้นคงจะไม่ง่าย และยังมีความเป็นไปได้เช่นกันว่าระยะเวลาที่ยังอยู่ในอำนาจ อาจจะสั้น เหลือเพียงไม่กี่เดือนก็ได้

ประเด็นของการคัดเลือกวุฒิสมาชิก 250 คนเพื่อมีสิทธิ์และอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นก็ยังน่าสงสัยว่าจะมีใครสามารถคัดสรรบุคคลหรือควบคุมทิศทางการลงคะแนนเสียงได้ตามใจหรือไม่ ในเมื่อดุลอำนาจอันแข็งแกร่งนั้นถูกแปรสภาพไปแล้ว

แต่นั่นก็ยังจะเกิดขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรายชื่อ ส.ส.ครบ 500 คนและเลือกประธานสภาได้แล้ว

ดังนั้นความหวังหรือความเชื่อว่าจะมีใครสามารถบงการหรือคุมเกมในการกำหนดเส้นทางของการตั้งรัฐบาลอย่างง่ายดาย จะต้องคิดใหม่ เพราะกว่าจะถึงวันนั้นก็ยังไม่แน่ใจว่าบุคคลสำคัญที่อยู่ในวงจรอำนาจจะยังอยู่ในสภาพที่มีพลังบารมีและความน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่ หรือมีเหตุจะต้องติดบ่วงแห เผชิญชะตากรรมที่ไม่น่าพิสมัยไปตาม “เทวดาตกสวรรค์” ด้วย

อย่างไรก็ตาม คุณลุงป๊อปปูลาร์ ยังอยากที่จะอยู่ต่อในสภาพของผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแม้ตัวเองจะไม่ได้เข้าชิงโดยตรงก็ตามอย่างน้อยที่สุด ถ้าจะหลุดจากอำนาจอย่างไม่เต็มใจ ก็จะขอให้เป็นการออกไปโดยสภาพของนักการเมืองในยุคประชาธิปไตยไม่ใช่ยุคของรัฐบาลเผด็จการจากการรัฐประหาร

แม้จะยังคงรักษาอาการความคึกคัก มั่นใจฉาบทาภายนอก ใครจะรู้ว่าคุณลุงป๊อปปูลาร์มีความกังวลอะไรซ่อนเร้นลึกอยู่ในใจหรือไม่ และเตรียมพร้อมที่จะต้องทำใจเมื่อต้องหลุดจากตำแหน่งผู้นำประเทศที่ตัวเองได้ดำรงคงอยู่นานกว่า 5 ปี

ความจริงอันเจ็บปวดที่ต้องทนยอมรับก็คือผลงาน 5 ปีไม่ได้ทำให้พรรคการเมืองที่จะหาบหามหนุนคุณลุงได้ชนะการเลือกตั้งมีเสียงมากอันดับหนึ่งตามที่คาดไว้ ดังนั้นจะอ้างหรือกล่าวอย่างไรก็ดูไม่มีเหตุผลเพียงพอสำหรับการอยู่ต่อและทอดยาวอำนาจ เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ได้ตัดสินแล้วว่าผลงานไม่น่าประทับใจแม้จะมีอำนาจคับแผ่นดินก็ตาม

เมื่อเทียบกับอำนาจที่มีอยู่และสภาพที่ไม่มีฝ่ายค้าน ข้อกล่าวหาว่าเป็นการ “เสียของ เสียโอกาสและเสียหาย” จึงมีน้ำหนัก

แต่ก็ต้องรู้ว่าวันที่จะต้องออกจากอำนาจมาถึงแน่ ไม่ช้าก็เร็ว

ขณะนี้แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเข้าป้าย ผู้ชนะ เชื่อหรือไม่ว่าคนกลุ่มหนึ่งที่รู้ความเป็นไปในวงใน ใกล้ชิดบุคคลในวงจรอำนาจ ได้เริ่มมองข้ามยุคคุณลุงไปแล้ว ด้วยการเล็งไปหาผู้นำรัฐบาลคนใหม่ซึ่งคาดหมายกันว่าจะเป็นหัวหน้ารัฐบาลแห่งชาติ เพื่อเข้ามาปฏิรูปโครงสร้างในภาคส่วนต่างๆ ของประเทศ ปรับและจัดรูปขบวนใหม่สำหรับการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง

เริ่มมีการปรึกษาหารือและรับรู้ในกลุ่มคนวงในแล้วว่า “ใคร” เป็นบุคคลมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการรับตำแหน่งผู้นำรัฐบาลคนใหม่จะเป็นรัฐบาลแห่งชาติหรือรูปแบบอื่นใดก็ตาม

เมื่อดูเค้าลางองคาพยพของ “ผู้มาใหม่” ก็จัดอยู่ในขั้น “ใช้ได้ น่าเชื่อถือ” และให้ความเชื่อมั่นในเบื้องต้นได้ ที่เหลือคือความสามารถในการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามาร่วมบริหารประเทศ

อีกไม่นาน “ผู้มาใหม่” จะมีภาพปรากฏชัดขึ้นจากเสียงซุบซิบกันในกลุ่มวงใน จะมีเสียง “เฮ” ดังมากหรือไม่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน

อย่างน้อยก็จะสร้างความหวังว่าน่าจะมีอะไรดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ บนแผ่นดินนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...