xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

สูตร“รัฐบาลแห่งชาติ” กลลวงผู้แพ้ที่หวังเกมพลิก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -กลับมาแล้ว สูตร“รัฐบาลแห่งชาติ”หลังเสียงของสองฝ่ายระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคเพื่อไทย ปริ่มน้ำ ชนะกันไม่ขาดในการรวมพลเพื่อชิงการจัดตั้งรัฐบาล

ตามคิวที่ปรากฏชื่อ “ดร.ซุป”ศุภชัย พานิชภักดิ์ แหวกหญ้ามาเพื่อเป็นตาอยู่คว้าพุงปลาเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ

ออกมาในจังหวะที่การเมืองสุ่มเสี่ยงจะเกิดเดดล็อก เพราะคะแนนเสียงปริ่มน้ำกันทั้งคู่ ผสมโรงกับข่าว “โจ๊กหวานเจี๊ยบ”พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล โดนเด้งเข้ากรุเป็นข้าราชการพลเรือนแบบสายฟ้าแล่บ ชวนให้สงสัย หรือสูตรจะเปลี่ยนไปไม่เอา“บิ๊กตู่”แล้ว

เพราะอย่างที่รู้กัน “บิ๊กโจ๊ก”เป็นสายตรง “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชนิดที่แยกจากกันไม่ออก ราวกับคนเดียวกัน

เมื่อ “บิ๊กโจ๊ก”ถูกเชือด เลยกระทบชิ่งไปถึงพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ที่เป็นผู้จัดการรัฐบาล จะได้รับผลกระทบหรือไม่ เพราะทำโจ๊กไม่ต่างอะไรกับทำป้อม

ในจังหวะที่พี่ใหญ่สุดของรัฐบาลปัจจุบัน ถูกล่อกล่องดวงใจ เลยถูกตีความไปว่า แผนเปลี่ยนแล้ว“บิ๊กตู่”คงไม่ใช่คนที่ถูกเลือกอีกต่อไป

แต่หากมองว่า ใครได้ประโยชน์ที่สุดหากออกมาสูตรนี้ คงหนีไม่พ้นพรรคประชาธิปัตย์ “พรรคครึ่งร้อย”เพราะ “ดร.ซุป”เป็นตัวเลือกมาแต่ไหนแต่ไร กรณีถ้าไม่ใช่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มันเลยจับไต๋กันได้ งานนี้น่าจะมาจากค่ายเก่าแก่ย่านสามเสน ที่หวังโยนหินถามทาง ยื่นเงื่อนไขหากพรรคพลังประชารัฐ อยากจะได้ไปร่วมหอลงโรงจัดตั้งรัฐบาล

อย่างที่รู้กัน พรรคประชาธิปัตย์กำลังแตกเป็นสองสาย ระหว่างสายที่อยากร่วมรัฐบาล นำโดยว่าที่ ส.ส.สายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับสายที่ไม่อยากเป็นไม้ประดับในแจกันพรรคพลังประชารัฐ นำโดย“นายหัว”ชวน หลีกภัย

ไม่ได้มาจากสายนายสุเทพแน่ เพราะสายนี้ต้องการดัน “บิ๊กตู่”สุดลิ่มทิ่มประตู ขณะที่ “ดร.ซุป”ดูจะแนบชิดกับสายนายหัวมากกว่า ดังนั้น มันน่าจะเป็นข้อต่อรองที่สาย ฒ.เฒ่า ของพรรคเก่าแก่ ยื่นขึ้นมาหากจะให้ไปร่วม

เพราะแม้พรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นพรรคครึ่งร้อย แต่ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลที่หากพรรคพลังประชารัฐ อยากมีอำนาจย่อมขาดพรรคนี้ไม่ได้ เมื่อจำเป็น ย่อมสามารถปล่อยข้อเสนอต่างๆ ที่โอเวอร์ออกมาได้ เพราะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีราคา

แต่มันเป็นมุกบ้อท่า ใช้มาแล้วหลายหน มันจึงไม่ได้ผลในครั้งนี้ เพราะทราบกันถ้วนทั่วว่า จนถึงตอนนี้ “บิ๊กตู่”คือ คนที่ถูกเลือกให้บริหารประเทศต่ออยู่ ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น ประเด็นนี้มันจึงเป็นข่าวลือ ข่าวปล่อย

อีกพรรคที่อยากจะให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลางและ “รัฐบาลแห่งชาติ”คือ พรรคเพื่อไทย ซึ่งแม้จะร่วมกัน 6 พรรค ออกมาแถลงจัดตั้งรัฐบาลลมไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่มันเป็นตัวเลขที่ออกมาจากฝั่งตัวเอง หรือตัวเลขลม ขณะที่สูตรของ กกต. เป็นอีกแบบ ที่ปริมาณที่คาดว่าจะได้ลดฮวบ

หากออกอีหรอบนี้ มันจะทำให้คะแนนไหลไปอีกฝั่ง โอกาสที่ตัวเองจะรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล จึงห่างไกลออกไป กอปรกับ “นายใหญ่”ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็อ่วมอรทัย ยิ่งเล่นแรงเท่าไหร่ยิ่งเจ็บตัว

ทางสู้เหลือน้อย แต่ก็เหลือบเห็นช่องทาง แม้ฝั่งนู้นจะได้เสียงข้างมากก็เป็นคะแนนที่ปริ่มน้ำอยู่ดี ดังนั้น มันจึงยังพอส่งเสียงดังอยู่บ้าง เพราะการให้ “บิ๊กตู่” อยู่ต่อ มีแต่เสียกับเสีย สู้นำคนกลางสักคนมาเบรกแผนปิดประตูกลับแผ่นดินไทยของทักษิณ น่าจะเตะถ่วงเวลาตายได้อยู่

อีกทั้งประเด็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง ภาพลักษณ์ดี พอมีท่าทีประนีประนอม ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพูดกัน แต่ที่ผ่านมาย่อมออกมาจากพรรคที่เสียเปรียบ แต่อยากมีอำนาจ ซึ่งพรรคเพื่อไทยใช้มาหลายหนในช่วงที่ตกอยู่ในภาวะผีหัวขาด หาแกนนำไม่ได้ แล้วเขวี้ยงชื่อใครสักคนมาเช็กเรตติ้งสังคมก่อน

ตอนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ในพรรคเพื่อไทยที่ต้องตกไปเป็นฝ่ายค้าน แต่อยากพลิกเกมกลับมามีอำนาจ ก็ปล่อยชื่อคนมาสารพัด แต่สุดท้ายติดหล่ม พอมันเกิดขึ้นอีกครั้ง เลยอยู่ในข่ายผู้สงสัย

เพราะธรรมชาติของการเมืองแล้ว ฝ่ายที่พลาดพลั้งเสียที ย่อมพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองกลับมามีอำนาจ เลยปล่อยชื่อคนออกมา เพื่อสกัดขั้วตรงข้าม เพราะอย่างน้อยแม้ไม่ได้มีอำนาจ แต่ก็อยู่ในมือคนอื่นที่ไม่ใช่ศัตรู

เหมือนกับทักษิณตอนนี้ที่ย่อมให้ใครก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ยกเว้น “บิ๊กตู่” ศัตรูตัวฉกาจที่หากปล่อยให้มีอำนาจ ประตูกลับบ้านของทักษิณ อาจปิดตายยาวๆ

เป็นเช่นนี้ ข่าวดังกล่าวจึงเริ่มซา เพราะคนรู้ทันกันหมดแล้วกับมุกเดิมๆ !!!

ว่าด้วยรัฐบาลแห่งชาติ ไม่ได้พูดกันครั้งแรกแต่พูดกันมานมนามทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเกลียดขี้หน้ากันรุนแรง แต่เพื่อให้บ้านเมืองสงบ จึงยอมละทิ้งอคติส่วนตัวเพื่อเข้าร่วม

แต่ในความเป็นจริงมันเกิดขึ้นยาก เพราะรัฐบาลแห่งชาตินั้นมันควรต้องมาจากการเห็นพ้องต้องกันทั้งสองฝ่าย แต่ขณะที่สถานการณ์แทบจะผีไม่เผา เงาไม่เหยียบกันแล้ว การจะหาตัวคนที่ทั้งสองพรรคยอมรับจะให้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงยาก

อีกประเด็นสำคัญ “บิ๊กตู่”เป็นคนลงแรงมาตลอด 4 ปี วางกลไกทุกอย่าง เพื่อจะทอดยาวในการแก้ไขปัญหา การจะปล่อยให้ตาอยู่คว้าพุงปลาไปกิน คงเกิดขึ้นยาก

ส่วนพรรคเพื่อไทย“ดร.ซุป”เองไม่ใช่คนกลาง หากแต่เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ภาพลักษณ์ดี ดังนั้น ต่อให้มือเศรษฐกิจรายนี้ขึ้นมาจริงๆ ก็บริหารประเทศยาก เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้ให้การยอมรับ แต่เพียงเพราะต้องการสกัดคนชื่อ“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

“ดร.ซุป”ไม่ได้มีบทบาทอะไรในช่วงที่บ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา แทบไม่เคยออกมาปรากฏตัว ขณะที่ “บิ๊กตู่”หัวหกก้นขวิดมาตั้งแต่ปี 2557 ย่อมไม่ยอมให้ใครชุบมือเปิบเอาไปรับประทานได้

ที่สำคัญ การเลือก“บิ๊กตู่”ขึ้นมาบริหารประเทศต่อ ไม่ใช่เพราะมันสมองด้านเศรษฐกิจ หากแต่เป็นเรื่องบุคลิก จุดยืนทางการเมือง ที่จะปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งไว้วางใจได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ฉาก ผบ.เหล่าทัพ ขึ้นไปร้องเพลงให้กำลังใจ “บิ๊กตู่”ที่งานกองทัพอากาศ ยังเป็นจุดตอกย้ำว่า นาทีนี้ยังเป็นชื่อเดิม ที่กองทัพพร้อมสนับสนุน ยังไม่ได้เป็นแผนอื่นอย่างข่าวลือ ข่าวลวง

ดังนั้น เรียกง่ายๆว่า สูตรรัฐบาลแห่งชาติมันจะคิดค้นได้โดยฝ่ายแพ้ ที่อยากจะมีอำนาจ




กำลังโหลดความคิดเห็น...