xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กโจ๊ก”...ชนวนล้างตำรวจเลว

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ถูกคาดหมายไว้ว่า อนาคตจะต้องก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแน่นอน ถ้าไม่เป็นอะไรไปเสียก่อน

แต่โดยไม่มีใครคาดคิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มีอันต้องเป็นไป ถูกปลดจากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอย่างสายฟ้าผ่า ต้องพ้นจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และถูกสั่งช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี

นายตำรวจดาวรุ่งพุ่งแรง โตเร็ว และใหญ่คับฟ้าคนนี้ ต้องตกสวรรค์ และแทบมองไม่เห็นโอกาสที่จะกลับมาแจ้งเกิดใหม่ในวงการสีกากี

คำสั่งปลดด่วน “บิ๊กโจ๊ก” กำลังทำให้ตำรวจทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวนกว่า 2 แสนคนต้องสะท้าน

เพราะแม้แต่นายตำรวจที่มีคนใหญ่คนโตในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือหางให้การสนับสนุน เมื่อทำงานผิดพลาด ต้องถูกลงโทษหนักถึงขั้นหมดอนาคตได้

และพี่ใหญ่คนไหนก็ปกป้องไม่ไหว

สำนักงานตำรวจฟอนเฟะเละเทะมานาน การแต่งตั้งตำรวจเป็นไปในระบบการวิ่งเต้น การซื้อขายตำแหน่ง การเล่นพวกพ้อง เหยียบบ่าข้ามหัว เช่นเดียวกับ “บิ๊กโจ๊ก” จนตำรวจดีไม่มีโอกาสก้าวหน้า

ตำรวจที่กระทำความผิดได้รับการปกป้องจากนาย จนสังคมเกิดความวุ่นวาย หาความเที่ยงธรรมจากการปฏิบัติงานของตำรวจไม่ได้

ระเบียบวินัยตำรวจหย่อนยานมาช้านาน ยังไม่รวมพฤติการณ์สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยการเลือกปฏิบัติ ละเว้นการปฏับัติ ใช้เครื่องแบบหากินมาก และเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม

ข่าวฉาวโฉ่ของตำรวจเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่รับแจ้งความบ้าง หรือรับแจ้งความแล้ว แต่ไม่ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดก็ได้ กินแล้วอวดเบ่ง เมาแล้วกร่าง ควักอาวุธปืนประจำกายมายิงข่มขู่ อาละวาดหรือทำร้ายประชาชน แต่ไม่ถูกลงโทษ เพราะตำรวจช่วยปกป้องพวกพ้องที่ร่วมกันหากินเหมือนกับองค์กรมาเฟีย

การรับส่วยจากสถานบันเทิงเปิดเกินเวลา จนสถานบันเทิงกลายเป็นแหล่งมั่วสุมและค้ายา การรับส่วยจากบ่อนการพนันหรืออาบอบนวด แม้มีหลักฐานระบุชื่อและหน่วยงานตำรวจที่รับส่วย แต่บทลงโทษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือ การสั่งย้าย หลังจากเรื่องเงียบก็ย้ายกลับมารับตำแหน่งเดิม

ไม่เคยมีตำรวจคนใดถูกลงโทษในการรับส่วยจากบ่อนหรือสถานบันเทิง แม้จะมีโผการรับส่วยตีแผ่ต่อสาธารณชนก็ตาม

และไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดผ่าตัดใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้แต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งบริหารประเทศมาเกือบ 5 ปี แต่ไม่แตะต้องตำรวจ ทั้งที่มีเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจดังกระหึ่มทั่วประเทศ

ทหารและฝ่ายปกครอง บุกทลายบ่อนการพนันหรือสถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลากันนับครั้งไม่ถ้วน และบทลงโทษตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบที่ปล่อยปละละเลย อย่างมากก็ถูกย้ายในพื้นที่ใด ย้ายไม่กี่วันก็กลับมาตำแหน่งเดิมอีก โดยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์พยายามไม่รับรู้การแสดงละครตบตาของตำรวจ

กรณีที่ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับซ่องคาราโอเกะที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเข้าข่ายการค้ามนุษย์ การทารุณกรรมทางเพศ และพบสมุดจดการจ่ายส่วยให้ตำรวจครบทุกหน่วยงาน

ส่วยจะถูกส่งต่อไปยังผู้บังคับบัญชาระดับยอดพีระมิด จนไม่มีการสอบสวนดำเนินคดีกับตำรวจรับส่วย และทำให้ตำรวจละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดการกระทำผิดกฎหมายทั่วประเทศนั้น ทำให้นายวันชัย รุจนวงศ์ อดีตอธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ และอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ทนไม่ได้ โพสต์ข้อความประจานพฤติกรรมตำรวจ และตั้งคำถามว่า

ตำรวจไทยไม่อายกันบ้างหรือที่ใช้คำว่า “Royal Thai Police” จึงควรจะตัดคำว่า “Royal” ออกเสียเถอะ อย่าทำให้แปดเปื้อนด้วยการทุจริตรับส่วยอย่างเป็นระบบด้วยการส่งเสริมจากนายเหนือเลย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังสั่นสะเทือน จากชะตากรรมที่พลิกผันของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สังคมกำลังตื่นตัว ในการขับเคลื่อนให้เกิดการจัดระเบียบตำรวจครั้งใหญ่ โดยกวาดล้างตำรวจเลวๆ ทลายระบบส่วย ยุติวงจรอุบาทว์ในการซื้อขายตำแหน่ง การใช้เครื่องแบบสีกากีหากิน สร้างความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมกับประชาชน

ตำรวจเป็นข้าราชการอภิสิทธิ์ อวดเบ่ง กร่าง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ทำให้สังคมเกิดความวุ่นวาย ไร้ระเบียบวินัย ไร้ความสงบสุข และฮึกเหิมถึงขนาดจัดงบประมาณจัดซื้อเครื่องบินไอพ่น อำนวยความสะดวกให้ตำรวจระดับบิ๊กเดินทาง

ความฟอนเฟะในวงการตำรวจที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเพราะทุกรัฐบาลให้ท้าย หวังใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือปกป้องตัวเอง และทำลายฝ่ายตรงข้าม โดยรัฐบาลช่วยปกป้องตำรวจ ไม่ยอมปฏิรูปตำรวจ แม้ประชาชนทั้งประเทศเรียกร้องก็ตาม

กฎหมายปฏิรูปตำรวจที่ตั้งคณะทำงานมากมายมาศึกษา เสียงบประมาณไปไม่น้อย แต่กฎหมายปฏิรูปตำรวจยังถูกรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ “ดอง” อยู่

ถ้าไม่ปฏิรูปตำรวจ ถ้าไม่ผ่าตัดใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าไม่กวาดล้างระบบส่วย ถ้าไม่แก้การทุจริตในวงการตำรวจ สังคมจะไม่มีวันสงบสุข

นโยบายปราบการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรัฐบาล จะเป็นเพียงการคุยฟุ้งจนน้ำลายฟูมปากของท่านผู้นำแต่ละคนเท่านั้น ถ้ายังปล่อยให้ตำรวจรับส่วยกันต่อไป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กำลังจุดขนวนให้สังคมมีความหวัง ในการชำระล้างความฟอนเฟะในวงตำรวจ เพื่อนำความมีระเบียบวินัย ความเป็นธรรม และความสงบสุขคืนสู่สังคมอย่างจริงจัง


กำลังโหลดความคิดเห็น...