xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“สัญญาทาส” พท.สกัด ส.ส. เลื้อยออกพรรคหนุน“ลุงตู่”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ปากกล้าขาสั่น มั่นใจในอุดมการณ์ แต่ให้ว่าที่ ส.ส. มาเซ็นใบลาออก เหมือนวางกำมะถัน ป้องกัน “งูเห่า” เลื้อยไปสนับสนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอนโหวตหานายกรัฐมนตรี


ตามคิวที่พรรคเพื่อไทย ก็ไม่มั่นใจ ว่าที่ ส.ส.ตัวเองจะไม่สวมวิญญาณสัตว์เลื้อยคลาน เพราะรู้กันว่า “อุดมการณ์” หรือจะสู้ “อุดมกิน”


ยิ่งประเทศไทยร้างราการเลือกตั้งมานาน นักเลือกตั้งอาชีพขาดแคลนรายได้ ตกงานมา 5 ปีกว่า ถึงช่วงเวลาตัดสินใจระหว่างหลักการและความอยู่รอด ส่วนใหญ่ดีดลูกคิดเลือกอย่างหลังกันทั้งนั้น


โดยเฉพาะสถานการณ์ตอนนี้ที่มีแต่รัฐบาลลม ตัวเลขกลมๆ นิ่งๆ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่คายมา เผลอๆ ถึงเวลาจะน้อยกว่าเก่า นอกจากไม่ปริ่มน้ำแล้วอาจจะไม่ถึงด้วย


ขณะที่ท่าทีฝ่ายกุมอำนาจประเทศปัจจุบัน ชัดเจนตามลำดับ บทฮาร์ดคอร์ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพิ่มดีกรีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเที่ยวล่าสุด กระตุกหัวแนวร่วมฝ่ายที่เรียกตัวเองว่า ประชาธิปไตย


ซ้ายดัดจริต ออกมาในจังหวะที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กำลังเป็นมวยเมาหมัด จากปฏิบัติการขุดแผลในอดีตเรื่องแนวคิดสมัยใหม่ สร้างให้เป็นบุคคลอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์


กับอีกช็อตที่กระแทกคนแดนไกลใช้ชีวิตสุขสบาย แต่ไม่ยอมรับกติกา สื่อได้คนเดียวในอุณหภูมิอุ่นๆ แบบนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ


ถอดรหัสกองทัพผ่านท่าที “บิ๊กแดง” ฟันธงได้เลยว่า ไม่อยากให้ขั้วการเมืองซีกนี้ขึ้นมามีอำนาจแน่ๆ


พวกนักการเมืองอาชีพย่อมอ่านกันรู้ ต่อให้สู้แล้วชนะได้เป็นรัฐบาล แต่เมื่อกองทัพแสดงปฏิกิริยาเป็นเส้นขนาน อายุรัฐบาลก็คงจะแสนสั้น


นี่จะเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ “งูเห่า” ยอมเลื้อยจากพรรคเพื่อไทยมาสวามิภักดิ์กับเหล่าท็อปบูต เพราะรู้ว่าไปต่อไม่ได้แน่ๆ อารมณ์เดียวกับที่ “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ย้ายขั้วเปลี่ยนข้างมาจับมือกับประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล พร้อมกับวลี “มันจบแล้วครับนาย”


ตอนยุบพรรคไทยรักไทย นักการเมืองสายนี้ก็พยายามจะสู้ แต่พอสมัคร สุนทรเวช ถูกสอย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปไม่รอด พรรคพลังประชาชนถูกยุบ มันก็เริ่มจะเห็นว่า สู้ต่อไปไม่มีทางชนะ ต้องเลือกระหว่างเอาตัวรอด หรือจะกอดอุดมการณ์แบบที่หนทางให้เดินแคบลง


ไปเป็นฝ่ายค้านก็อดอยากปากแห้ง แถมท่อน้ำเลี้ยงไม่ไหล อยู่ไปวันๆ ทำได้แค่รอจังหวะ แต่ถ้ากลับลำ ใช้จุดอ่อนคนไทยที่ขี้ลืมง่ายมายอมโดนด่าเป็นคนทรยศกันสักพัก ให้เวลาค่อยๆ ลดอารมณ์คน หนำซ้ำ ยังตังค์ใช้ต่อทุนชีวิตอีกบานเบอะ ตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่า ส.ส.เกรดเอบางคน ทะลุไปจะแตะหลักร้อยล้านอยู่แล้วในค่าฉีกสัญญาใจย้ายขั้ว


พอๆ กับพรรคอนาคตใหม่ การจัดประชุมว่าที่ ส.ส.พรรคที่ จ.ชลบุรี สัปดาห์ก่อน ก็สะท้อนความคิดของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวเรือใหญ่ได้เหมือนกันว่า ไม่มั่นใจสมาชิกของตัวเอง ถึงต้องลากกันมาลงสัตยาบัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง


ภาพลักษณ์พรรคอนาคตใหม่ อาจจะได้ในแง่ของคนรุ่นใหม่ไฟแรง อุดมการณ์หนักแน่น แต่อย่าลืมว่า มันใช้ได้เฉพาะบรรดาหัวๆ เท่านั้น แต่กับ “ส.ส.ส้มหล่น” ที่เกาะกระแสพรรคเข้ามา ไม่มีอะไรรับประกัน


พรรคอนาคตใหม่อาจจะเฟ้นหาคนด้วยตัวเอง แต่ไม่ได้ละเมียดถึงขนาดสแกนลึกว่าใครเป็นใครในบางพื้นที่ ตามคิวที่ช่วงแรกยังมีคนที่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ กปปส.โผล่เข้ามาได้ ก่อนจะถูกเขี่ยออกในภายหลัง


ว่าที่ ส.ส.บางคนเป็นตาสีตาสา ไม่ได้ป๊อปปูล่าในพื้นที่ แต่ที่เข้ามาได้เพราะกระแส “ฟ้ารักพ่อ” ของธนาธร ขนาดเจ้าตัวยังงงๆ อยู่เลยที่ได้สวมสูทเข้าสภา ขณะที่การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่รู้ว่า จะฟลุ๊กได้เป็นอีกครั้งหรือไม่ ถ้าได้เงินก้อนโตต่อทุนในชีวิต ซึ่งการันตีอยู่ตรงหน้า ข้อเสนอมันโอชะและคุ้มกว่าสำหรับชีวิต


“ธนาธร” และแกนนำ อาจไม่เฉยๆ กับเงินทองเหล่านี้ แต่ต้องคิดว่า ว่าที่ ส.ส.อีกหลายคน ไม่ได้ร่ำรวยและเกิดมาบนกองเงินกองทอง ความต้องการมันต่างกัน


แนวคิดว่าที่ ส.ส.พรรค ก็ไม่ได้ตรงกับแกนนำพรรคทุกข้อ อย่างเรื่องการปฏิรูปกองทัพ แคมเปญที่ใช้หาเสียงว่าจะทำอย่างแรก ในทางปฏิบัติมันเป็นการเปิดศึกกับกองทัพโดยตรง นอกจากไม่ได้แก้ปัญหา อาจยิ่งสร้างปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในสังคม มันสุดโต่งเกินไปสำหรับสถานการณ์ในประเทศที่ยังไม่มีความพร้อม


การลงนามสัตยาบัน หรือการเซ็นในลาออกล่วงหน้า เพื่อสกัดไม่ให้ว่าที่ ส.ส. แปรงร่างเป็นงูเห่า เพราะจะหลุดจากเก้าอี้ ส.ส.โดยอัตโนมัติ เอาเข้าจริงมันขู่ได้ระดับหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด


ประการแรก ว่าที่ ส.ส.หลายคนย่อมไม่อยากเซ็นเพื่อผูกมัดตัวเองเพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องเอาคอไปขึ้นเขียง ให้ความเป็นความตายอยู่ที่แกนนำพรรค เหมือนเป็นสัญญาทาส ที่สำคัญ ไม่ต้องการปิดทางตัวเอง


ประการที่สอง แม้ตามกฎหมาย การลาออกจากสมาชิกพรรคจะทำให้สิ้นสภาพ แต่ถ้างูเห่าเหล่านี้ต้องการจะเลื้อยมาจริง ย่อมมีข้อต่อสู้ทางกฎหมาย นั่นคือ อ้างว่าถูกบังคับขู่เข็ญให้เซ็นทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ นอกจากนี้ ยังมีอภินิหารจากขั้วอำนาจปัจจุบันทำให้ว่าที่ ส.ส.เหล่านี้ที่แปรพักตร์อยู่รอดปลอดภัย ให้ชนะคดีในเรื่องการถูกบังคับให้เซ็นใบลาออกไว้รอ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก


ในทางปฏิบัติจึงสกัดกันลำบาก!!


ขณะเดียวกัน ข้อเสนอที่ล่อตาล่อใจงูเห่าเหล่านี้คือ ยิ่งรวมกันออกมาจากพรรคมากเท่าไหร่ จับเป็นกลุ่มก้อนได้ปริมาณมาก ยิ่งอัพราคาค่าตัวได้สูงลิ่ว อาจต่อยอดขยายผลไปถึงการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีอีกต่างหาก การเป็นฝ่ายรัฐบาลผลประโยชน์หอมหวาน กว่าการเป็นฝ่ายค้านเยอะแยะ เรียกว่า ได้ทั้งเงินค่าตัว ได้ทั้งอำนาจอีกเป็นสองเด้ง


การต่อสู้ทางการเมืองทั้งที่รู้ว่า ไม่มีทางชนะ จะเกิดปรากฎการณ์อย่างที่ “เนวิน” เคยหิ้วสมาชิกแก๊งอีสานใต้ออกมาจากพรรคพลังประชาชน เพื่อมาก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย


ฝ่ายอำนาจปัจจุบันก็พร้อมจ่ายแบบไม่อั้น ตามคณิตศาสตร์การเมือง ยิ่งได้ปริมาณ ส.ส.ในสภาสนับสนุนมากเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งยังส่งต่อไปถึงรัฐบาลขณะนั้นมากเท่านั้น


พรรคพลังประชารัฐ ต้องการ 270 – 280 ขณะที่โคตรเซียนการเมืองรุ่นลายครามอย่าง “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” แกนนำพรรคชาติพัฒนาบอกว่า ต้องมี 300 ที่นั่ง ส่งสัญญาชี้แนะ ให้กวาดให้เรียบมากที่สุดถ้าอยากจะมั่นคง


ฝ่ายอยากต้อนอยากได้ปริมาณมากที่สุด ขณะที่เป้าหมายก็ได้ทีอัพค่าตัวให้สูงที่สุด




กำลังโหลดความคิดเห็น...