xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ซ้ายจัดดัดจริต! หมายเรียก=อำนาจมืด เปิดที่มาคดี “ธนาธร”ยุยงปลุกปั่น-ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ที่แท้จาก“กรรมเก่า”ปี 58 พฤติการณ์อยู่ร่วมก๊วน"รังสิมันต์ โรม" ผู้ต้องหา ม.116 ตามหมายจับศาลก่อนใช้ "รถแม่" พาหนี พอเจอหมายเรียก รีบโพสต์ดรามา ทำงง ลาก 6.2 ล้านเสียงอนาคตใหม่ เป็นเกราะเข้าสู้ ผุด #SaveThanathorn ระอุทั่วโซเซียลฯ

สมกับเป็นนักการเมืองที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้เป็นคุณกับตัวเองมากที่สุดในยุคนี้ “ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ”หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตอนเช้า พอสายก็กลายเป็นกระแส #Savethanathorn เต็มพรึ่บ เกิดดรามา ลากเอา 6.2 ล้านเสียงที่เพิ่งเลือกตั้งได้มาเป็นเกราะกำบัง เสี้ยมกันไปมา ดูท่า วันที่ 6 เม.ย.นี้ ซึ่ง "พ่อของฟ้า" จะไปตามหมายเรียกที่ สน.ปทุมวัน จะกลายเป็นทะเลสีส้มของม็อบน้องฟ้า ...
ธนาธร โพสต์บอกว่า เพิ่งกลับจากการเดินสายขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกอนาคตใหม่ กลับบ้านยังไม่ทันพักกลับเจอ"หมายเรียก" มารอที่บ้านแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร จึงถูกกล่าวหามีความผิดตามกฎหมาย มาตรา 116 ปลุกปั่นยุยง ให้ไปรายงานตัวที่ สน.ปทุมวัน ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ เวลา 10 โมงเช้า
"ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า ผมไปก่อความกระด้างกระเดื่อง หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศตอนไหน"
"ธนาธร" ฟันธงเลยว่า นี่เป็นเกมการเมืองเก่า "เป็นอำนาจมืด" ภัยคุกคามจากความหวาดกลัวของเผด็จการ ที่เห็นคนสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่มากมายถึง 6.2 ล้านเสียง พร้อมกับบรรจงประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำ ปลุกผู้สนับสนุนให้ไปพบกันวันนั้น
“ผมไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจรัฐในมือ ไม่มีมาตรา 44 ไม่มีปืน หรือคุกตะรางไว้จัดการคนที่อยู่ตรงข้าม แต่ผมเชื่อมั่นว่า มีประชาชนหลายล้านคนที่รักความเป็นธรรม ยืนเคียงข้างผม และพร้อมจะแสดงออกว่า พวกเขาไม่ยอมทนกับอำนาจมืดที่จ้องทำลายอนาคตใหม่ แล้วพบกันครับ”
ในข้อความที่โพสต์ และตามด้วยการให้สัมภาษณ์สื่ออีกรอบ ธนาธร ก็ยังไม่บอกจะด้วยไม่รู้ หรือรู้แต่ไม่บอกน้องฟ้า ก็ไม่ทราบได้ ว่า ข้อกล่าวหาเขามีรายละเอียดอย่างไร ... เมื่อนักข่าวไปขุดมาจึงทราบว่า หมายเรียกที่ธนาธรเอามาโพสต์นั้น เป็นหมายที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 29 มีนาคม เรียก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ข้อกล่าวหาในคดีอาญา ที่ 691/2558 คนกล่าวหา คือ คสช. กล่าวหาว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าข่ายฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นฯ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา เหตุเกิดหน้า สน.ปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 เวลา 22.00 น.
ความที่ตอนนั้น "นายรังสิมันต์ โรม" และพวกรวม 7 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 รับทราบข้อกล่าวหา เมื่อมาถึง สน.ปทุมวัน นายรังสิมันท์ และพวก ไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยรออยู่บริเวณใกล้เคียง สน.ปทุมวัน ในวันนั้นตำรวจสืบมาว่า ในกลุ่มคนที่ปะปนอยู่กับก๊วนของ รังสิมันต์ มี“ธนาธร”ด้วย หลังจากนั้นได้มีกลุ่มบุคคลให้การช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องหา โดยใช้รถตู้พาหลบหนีไป และ รถตู้ที่พาหนี ตำรวจก็เช็กทะเบียน จึงทราบว่า เป็นรถของบริษัทฯ ที่มี "นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ" มารดาของนายธนาธร เป็นกรรมการ
คณะ คสช. จึงมอบอำนาจให้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายธนาธร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 189 เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมาย
นี่คือที่ไปที่มา มีหลักฐานบันทึกร้องทุกข์กล่าวโทษรอให้ "พ่อของฟ้า" ไปพิสูจน์ตัวเอง... จริงๆไม่ได้เป็นอะไรที่ร้ายแรง อำนาจมืด อำนาจเผด็จการ ไม่ต้องมีปืน ไม่ต้อง มี ม. 44 เหมือนที่พ่อตะโกนขอความช่วยเหลือจากน้องฟ้ามาปกป้องข้าด้วย ช่วยๆ เซฟข้าธนาธรเลย ถ้าไม่บังเอิญเวลาไล่เลี่ยกัน "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรค ก็โพสต์ได้รับหมายเรียกพยาน กรณีแถลงการณ์พรรคอนาคตใหม่ ตามด้วยเหน็บแบบประชดประชัน อนาคตใหม่ได้รับความไว้วางใจมา 6.2 ล้านเสียง แต่ช่วงนี้กลับต้องมาสะสมที่ระลึกเป็น “หมายเรียก”แทน...
เรื่องเลยไปกันใหญ่ ก็ต้องบอกว่า ทั้ง"ธนาธร และ ปิยบุตร" ใช้โซเซียลฯ สร้างกระแสได้เก่ง นอกจากจะมี #SaveThanathorn ยังมี #SavePiyabutr อุตลุดไปหมด ... ถ้าทั้งสองคนไปดูคดีความเก่าๆ ม.116 คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน ทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ คนในฟากฝั่งของคนเสื้อแดงก็ดี โดนกันไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ โดนกันมานานแล้ว ทุกวันนี้ ก็ยังเดินหน้าพิสูจน์ความจริงกันอยู่ในชั้นศาล สู้กันตามกระบวนการยุติธรรม ไม่เห็นจะมีใครร้องโวยวายอะไร ร่ำร้องวุ่นวายให้แฟนคลับ ติดแฮชแท็ก Save ตัวเอง ... เสือเมือยามลำบากจะกลืนเลือด ไม่ร้องเหมือนหมา
"ธนาธร และ ปิยบุตร" เมื่อเลือกเส้นทางนี้ จะเป็นอนาคตใหม่จริง ก็ควรหนักแน่น เลียนเยี่ยงเสือไว้บ้าง ใช้ความจริง และการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ หมายเรียก=อำนาจมืด ดราม่าร้องโหวกเหวกทุกเรื่อง ก็ไม่ต่างจากการเมืองเก่า ที่ตัวเองพร่ำด่าให้น้องฟ้าฟังทุกวี่วัน ... ซ้ายจัดดัดจริต ป่ะล่ะ.

**ว่าด้วยเรื่องทัศนคดิอันตราย “ปิยบุตร แสงกนกกุล”จากปมคลิป “การเมืองความยุติธรรมและกษัตริย์”ตัวตน “พฤติกรรมอันไม่น่าให้อภัย”จับโกหกคำโตเลขาฯพรรคส้มหวาน หยิบประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสแค่ส่วนเสี้ยวเอามากระทบกระเทียบเปรียบฟ้า จนคนฟังไม่สบายใจ และห่วงสถาบันฯ ทนไม่ไหว ที่ต้องรู้ทำไม “อุ๊ หฤทัย”เข้าร้องทุกข์กับกองปราบ **

เปิดวอร์กันดุเดือดในโซเซียลฯ ระหว่างนักร้องดัง “อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี”กับ “ปิยบุตร แสงกนกกุล”เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นักร้องดังเมื่อวานนี้ รับการท้าทายจากแฟนคลับปิยบุตร บุกร้องกองปราบให้ตรวจสอบคลิป “การเมืองความยุติธรรมและกษัตริย์”เข้าข่ายขัดต่อความมั่นคงของชาติ หรือไม่ และ เนื้อหาที่กล่าวถึง ทำให้คนไทยและทั่วโลก เข้าใจผิดกับสถาบันหลักของชาติหรือไม่ ไปเรียบร้อย ...
ว่าด้วยเรื่อง ปิยบุตร กับ คลิปนี้ที่เขาบอกว่า เป็นคลิปตัดต่อและเก่าแล้ว ตั้งแต่ปี 2556 โดยเป็นงานเสวนาวิชาการ การปรับตัวของพระมหากษัตรย์ต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่เกี่ยวกับไทย แต่แล้วทำไม "อุ๊ หฤทัย" เมื่อดูคลิปแล้วต้องของขึ้น จนไปร้องต่อกองปราบ เรื่องนี้ต้องขยาย...
เพจ "ปราชญ์ สามสี" โพสต์ขยายเรื่องนี้ อธิบายชัดว่า ก่อนอื่นต้องแยกแยะทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง แต่เรื่องนี้ต้องจับจ้องไปที่ “ตัวตน”ของ นายปิยบุตร ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความประพฤติที่มีความ "น่าเป็นห่วงอย่างมาก" กับแผ่นดินนี้ ... "พฤติกรรมอันไม่น่าให้อภัย" ที่ถูกพูดถึงโดยนักร้องสาว อุ๊ หฤทัย ถูกพบขึ้นนั้น คลิปดังกล่าวอยู่ในเว็บไซต์ ยูทูป มาตั้งแต่ปี 2556 โดยเป็นภาพกิจกรรมที่ เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ตั้งแต่ ช่วงปี พ.ศ. 2556 นายปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรคพวกนักเคลื่อนไหว กลุ่ม“นิติราษฎร”ได้ ออกมาจัดเสวนา ม.112 ในหัวข้อ "การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์ " พร้อมถ่ายทอดสดออกสู่สาธารณะ ออกทางเว็บไซต์ยูทูป ช่องการเมืองแห่งหนึ่ง โดยที่ผู้ชมไม่ใช่นักเรียนนักศึกษาของสถาบันใดสถาบันหนึ่งชัดเจน แต่เป็นกลุ่มประชาชนที่สนใจในคดี ประเด็น "แก้ไข ม.112"
กิจกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นเป็นการประท้วง เนื่องจาก "นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข" หนึ่งในสมาชิก "แดงซ้ายจัด" ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวครั้งที่ 14 จากคดีฐานความผิด "หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีที่ต้องรับผิดชอบ ต่อการเผยแพร่บทความหมิ่นสถาบันฯ ในหนังสือ Voice of Taksin ซึ่ง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นบรรณธิการอยู่ในตอนนั้น และกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่คณะรณรงค์แก้ไข มาตรา 112 (ครก.112) เสนอแก้ไขกฎหมายหมิ่นกษัตริย์ฯ ตามข้อเสนอ คณะนิติราษฎร์ แต่ถูก "รัฐสภาปัดตก ร่าง พ.ร.บ. ฉบับแก้ไข ม.112" ซึ่งเป็นเรื่องเกิดขึ้นช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งขณะนั้นเป็นยุคของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นรัฐบาล...
**ในงานดังกล่าว มีการสื่อสารพาดพิง และแสดงความไม่พอใจต่อศาลสถิตยุติธรรม คณะตุลาการ รวมไปถึงการพยายามโจมตี สถานะ ฐานันดรของสถาบันพระมหากษัตริย์
แต่ถึงแม้การเสวนาดังกล่าว จะไม่มีการเอ่ยชื่อประเทศไทย ใดๆ ชัดเจน และมีการอวดอ้างเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ อย่างการปฎิวัติฝรั่งเศส ปี พ.ศ. 2312 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปสู่ระบอบสาธารณรัฐฝรั่งเศส แต่ได้มีโอกาส สดับรับฟังแล้ว ก็จะสามารถทำให้เข้าใจได้ว่า ... สถานะ ฐานันดร ของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เขาได้กล่าวนั้น เป็นการพาดพิงประเทศไทย จากการกล่าวหาโจมตี "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" ซึ่งเป็นระบอบการปกครองของไทยในปัจจุบัน (ส่วนฝรั่งเศส ในปัจจุบันคือ สาธารณรัฐ)
ผู้ชมก็ไม่ใช่นักเรียน ... ประเด็นก็มีการผูกเรื่องไว้กับเรื่องของการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ของนักโทษในคดีหมิ่นประมาท พระเจ้าแผ่นดิน และพาดพิงโจมตี "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" อันเป็นระบอบการเมืองของไทย อย่างแท้ๆ
ดังนั้น การที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ออกมา อ้างว่า "คลิปที่มีการเผยแพร่เป็นคลิปเก่า เมื่อปี 2556 คลิปนั้นเป็นการเสวนาด้านวิชาการ การปรับตัวของพระมหากษัตริย์ต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศไทย" จึงเป็นเรื่อง เหลวไหล สิ้นดี
วาทกรรม ที่เลวร้ายของ ปิยบุตร ใช้โจมตี "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" ถูกหยิบยก มาจากประวัติศาสตร์ส่วนเสี้ยวของการปฎิวัติฝรั่งเศส พ.ศ. 2312 (ค.ศ. 1789) อย่างไม่น่าให้อภัย... โดยในประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศส พ.ศ. 2312 เวลานั้น นาย มากซีมีเลียง รอแบสปีแยร์ (Maximilien Robespierre,) ผู้นำกลุ่มฌากอแบ็ง อันเป็นกระบอกเสียงให้แก่คนยากจน ได้กระทำการกล่าวหา กษัตริย์ฝรั่งเศส ว่าเป็นคนฉ้อฉลและร่ำรวย แต่ไม่สนใจปากท้องของประชาชน แม้ว่า นายมากซีมีเลียง รอแบสปีแยร์ เป็นแกนนำผู้คัดค้านโทษประหารชีวิต แต่ในกรณีของการ ปฎิวัติฝรั่งเศส เมื่อ นายมากซีมีเลียง รอแบสปีแยร์ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ เขาได้ชักนำผู้คนโค่นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ของราชวงศ์บูรบงค์ โดยจับ"พระเจ้าหลุยที่ 16 ราชินี เจ้าฟ้าอีกหลายคน" รวมทั้งพระสงฆ์จากศาสนจักร และสมาชิกในสภาฐานันดร มาประหารด้วยการตัดหัวที่เครื่อง"กิโยติน" ต่อหน้าสาธารณชน และเปลี่ยนประเทศไปสู่ ระบอบสาธารณรัฐ ...
ในภายหลังการปฏิวัติ มีการ ตั้งสภากงว็องซียงแห่งชาติ (คณะปกครอง) ตั้งศาลปฏิวัติ(Revolutionary Tribunal)อีกทั้ง ประกาศ Law of Suspects ซึ่งเป็นกฎหมายเผด็จการ สามารถจับผู้ต้องสงสัยที่มีแนวโน้มต่อต้านสาธารณรัฐ มาตัดสินประหารชีวิต และออกกฎหมายให้เลิกนับถือคริสต์ศาสนา เลิกใช้คริสต์ศักราช แต่ใช้ศักราชปฏิวัติ นับปี ค.ศ. 1793 เป็นปีที่ 1 และก่อตั้งลัทธิใหม่ โดยใช้ชื่อว่า "ลัทธิแห่งเหตุผล" (Cult to Reason) นับถือเทพธิดาแห่งเหตุผล (ถ้าเป็นยุคปัจจุบันอาจหมายถึง วิทยาศาสตร์) ในทางประวัติศาสตร์แล้ว เรียกช่วงเวลาที่รอแบ็สปีแยร์ อยู่ในตำแหน่งว่า "สมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว" (Reign of Terror ) ศัตรูจึงขนานนามเขาว่า "ดิกตาเตอร์ซ็องกีแนร์" หรือ "เผด็จการกระหายเลือด"
และหากพูดถึง นายมากซีมีเลียง รอแบสปีแยร์ แล้วก็ต้องพูดถึงสหายคนสนิทอย่าง นายหลุยส์ อ็องตวน เดอ แซ็ง-ฌุสต์ ผู้อ่อนเยาว์ เขาเป็นตัวอย่างพลังวัยรุ่นในการปฏิวัติฝรั่งเศส เคียงข้าง นาย มากซีมีเลียง รอแบสปีแยร์
ตามประวัติศาสตร์ แล้ว นายหลุยส์ อ็องตวน เดอ แซ็ง-ฌุสต์ แม้อายุน้อยแต่ก็ทรงพลัง เขาเป็นแกนนำการเรียกร้องให้ประหารชีวิต พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และเป็นหนึ่งในผู้ร่างรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส "ฉบับสุดโต่งและพิศดาร" ปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) ซึ่งเป็นช่วงหลังปฏิวัติฝรั่งเศส... แซ็ง-ฌุสต์ เป็นบุคคลสำคัญที่คอยค้ำจุนอำนาจทางการเมืองรอแบ็สปีแยร์ ระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งในรัฐบาล เขาใช้วิธีการข่มขู่ คุกคาม และกำจัดฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้ความปรานี จนได้รับฉายาว่า "เทวทูตแห่งความตาย"
จุดจบ เผด็จการจากปฏิวัติฝรั่งเศส ปี พ.ศ. 2337 ( ค.ศ.1794) สมาชิกสภากงว็องซียง ซึ่งร่วมมือกับกองทัพ ได้ประกาศให้ รอแบ็สปีแยร์ นั้นเป็น "เผด็จการทรราชย์" โรแบสปิแยร์ และพรรคพวกอีก 21 คน ซึ่งรวมถึง หลุยส์ แซ็ง-ฌุสต์ ถูกจับกุมในคืนนั้น เขาถูกตัดคอด้วย"กิโยติน" ในวันที่ 28 กรกฎาคม ปีค.ศ. 1794
ปิยบุตร ได้ นำวาทกรรมที่ของ นายหลุยส์ อ็องตวน เดอ แซ็ง-ฌุสต์ ที่เคยอภิปรายเอาไว้เกี่ยวกับการพิจารณาคดี พระเจ้าหลุยที่ 16 ช่วงปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยระบุว่า
“คุณไม่ต้องไปดูหรอกว่า พระมหากษัตริย์นั้นเขาจะเป็นคนดี หรือคนเลว เขาจะทำงานดี หรือเขาจะทำงานไม่ดี โดยสภาพการของสถาบันพระมหากษัตริย์ มันเป็น ทรราชย์ ในตัวมันเอง" เอามาเทียบเคียง ระบอบกับเมืองไทยในปัจจุบัน ที่ไม่ได้เป็นแม้แต่สาธารณรัฐ หรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยิ่งทำให้ผู้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ฐานันดรของพระมหากษัตริย์ อาจนำไปสู่เรื่องร้ายแรงในอนาคตได้
**ไม่แปลกใจที่ “อุ๊ หฤทัย”จะออกมาเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง เมื่อได้ทราบถึงทัศนคติของ "ปิยบุตร" ที่กระทบโดยตรงกับสถาบันเบื้องสูงของไทย
-------
รูป -ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
-"อุ๊" หฤทัย ม่วงบุญศรี - ปิยบุตร แสงกนกกุล


กำลังโหลดความคิดเห็น...