xs
xsm
sm
md
lg

สภากาแฟเพื่อประชาชน เรื่อง การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มี.ค. 2562

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: วีระศักดิ์ นาทะสิริ

1. กล่าวนำ

เนื่องจากได้มีผู้อ่านหลายท่านร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในปัญหาต่างๆ (ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การทหาร และการเมือง) กับผู้เขียนทาง Social Media (เช่น Facebook และทาง Lines) มาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนได้พบว่า การร่วมแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อ่านหลายๆ ท่านในเรื่องเดียวกัน จะทำให้ได้ความคิดเห็นที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างสมเหตุสมผล และเพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังกล่าว ผู้เขียนจึงจะขอใช้บทความที่ให้ชื่อว่า “สภากาแฟเพื่อประชาชน” เป็นช่องทางในการนำเสนอความคิดเห็นต่างๆ ที่นำเสนอผ่านทาง Social Media มาให้ทุกท่านได้รับทราบโดยทั่วกัน

อย่างไรก็ดี เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ผู้เขียนจึงจะขอถือโอกาสใช้บทความนี้ในชื่อว่า “สภากาแฟเพื่อประชาชน เรื่องการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มี.ค. 2562” เพื่อเป็นช่องทางในการนำเสนอความคิดเห็นที่หลากหลายจากบุคคลต่างๆ มาให้ทุกท่านได้รับทราบในกรณีที่ท่านต้องการแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ท่านก็สามารถส่งความคิดเห็นของท่านมาได้ที่ Email -udomdee@gmail.com และผู้เขียนต้องขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยครั

2. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพรรคการเมืองที่ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง

จำนวนพรรคการเมืองในปัจจุบันมีจำนวน 102 พรรค (ข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง https://www.ect.go.th/ect_th/news_all.php?cid=20&filename=) แต่มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. 62 เป็นจำนวนเพียง 44 พรรคซึ่งได้เสนอรายชื่อผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นจำนวนทั้งสิ้น 68 รายชื่อ (นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงนามในประกาศ เรื่อง การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 15 ก.พ. 2562 โดยมีทั้งสิ้น 68 รายชื่อ จาก 44 พรรคการเมืองส่งเข้าประกวดข้อมูลจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-47086016 ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้)

บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองต่างๆ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญมีดังนี้

2.1 พรรคที่เสนอ 3 รายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญมีดังนี้

1) พรรคชาติพัฒนา - นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

2) พรรคเพื่อไทย - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายชัยเกษม นิติสิริ

2.2 พรรคการเมืองที่เสนอผู้เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงรายชื่อเดียว ที่สำคัญมีดังนี้

1) พรรคพลังประชารัฐ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
2) พรรคประชาธิปัตย์ - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
3) พรรคภูมิใจไทย - นายอนุทิน ชาญวีรกุล
4) พรรคชาติไทยพัฒนา - น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา


3. ความคิดเห็นของประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่มีผู้ส่งมาให้ผู้เขียน

3.1 ความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณธนาธร จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ได้ระบุข้อความจากเพจติดตามการปฏิรูปประเทศกับหมอชูชัย โดย นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ โดยมีข้อความที่น่าสนใจ*ดังนี้

18 มี.ค.62 - เพจติดตามการปฏิรูปประเทศกับหมอชูชัย โดยนพ.ชูชัย ศุภวงศ์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า น้องชายเป็นอาจารย์ที่คณะวิทยาศาสตร์ เขียนได้โดนใจมาก ไม่ชอบที่สถาบันซึ่งมีพระคุณใหญ่หลวงเป็นทั้งที่ให้ความรู้ และที่ทำงานต้องถูกพาดพิงในลักษณะนี้ ขอบคุณ ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติ สำหรับข้อเขียนด้านล่างนี้

ความจริงไม่ค่อยอยากวิจารณ์การเมืองลงเฟซบุ๊ก แต่พอไปพบการปราศรัย (แก้ไขตัวสะกด) หาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ที่พาดพิงจุฬาฯ (มหิดล และธรรมศาสตร์) เลยต้องขอใช้สิทธิอาจารย์ของจุฬาฯ ชี้แจ้งข้อเท็จจริงใน 2 ประเด็นครับ (ดูคลิปเต็มที่ https://youtu.be/23lO9d-Pb04 เริ่มตั้งแต่นาทีที่ 18:00)

1) การที่คุณธนาธร ยกให้ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล เป็นมหาลัยของ “ชนชั้นนำ” เพราะได้งบประมาณรวมกันมากกว่าราชภัฏทั้ง 38 แห่ง ที่ธนาธรบอกว่าเป็น “มหาลัยคนจน” เป็นวาทกรรม (แก้ไขตัวสะกด) ที่ไม่เข้าใจโครงสร้างและแนวทางของแต่ละมหาวิทยาลัยเลย จุฬาฯ มหิดล ได้งบเยอะส่วนหนึ่งเพราะมีโรงเรียนแพทย์ (คณะแพทย์) และถ้าว่ากันตามจริง ปีที่ผ่านมา จุฬาฯ ได้งบวิจัยจากรัฐบาลน้อยมาก โครงการวิจัยสำคัญๆ หลายโครงการ เช่น ความร่วมมือกับองค์กรอย่าง CERN มาจากเงินค่าเช่า (ศูนย์การค้า) มาบุญครอง ครับ

เป็นวิสัยทัศน์ (แก้ไขตัวสะกดให้ถูกต้อง) ที่ยาวไกลขององค์พระผู้สถาปนามหาวิทยาลัย ที่พระราชทานที่ดินไว้ให้มหาวิทยาลัยได้ใช้ดอกผลเพื่อความยั่งยืน และเป็นแนวทางที่มหาวิทยาลัยชั้นนำ อย่าง Cambridge หรือ Oxford และที่อื่นๆ ใช้มายาวนาน รัฐบาลและนักการเมืองมาแล้วก็ไป นโยบายมีได้ก็เปลี่ยนได้ แต่มหาวิทยาลัยยังดำเนินการตามภารกิจที่ตั้งปณิธานไว้ต่อไปได้เพราะสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง

2) คุณธนาธรบอกว่า “เด็กจบวัดหัวลำโพงไปทำอะไร ไปขาย ไอศกรีมสเวนเซ่นส์ที่มาบุญครอง ให้ลูกหลานคนเรียนจุฬาฯ กิน” คุณธนาธร คงไม่ทราบว่ามีนิสิตจุฬาฯ หลายคนที่ทำงานหารายได้พิเศษเลี้ยงตัวเอง หลายคนสอนพิเศษ และบางคนก็ทำงานเสิร์ฟไอศกรีมที่สเวนเซ่นส์ด้วย กรุณาอย่าเอาวาทกรรม (แก้ไขตัวสะกด) แบ่งแยกชนชั้นมา Stereotype เด็กจุฬาฯ และเด็กวัดหัวลำโพงอย่างไม่เป็นธรรม เพราะนั่นไม่ใช่แนวคิดของคนที่เชื่อในอุดมการณ์ว่า “การศึกษาเปลี่ยนชีวิตคนได้” ผมจบโรงเรียนปทุมคงคา โรงเรียนที่มีเด็กพื้นฐานหลากหลาย บางคนจนมากต้องขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างหาเงินตอนกลางคืนเพื่อมาใช้เรียน แต่เขาก็เรียนจบมหาวิทยาลัยตอนนี้เขาเป็นเจ้าของกิจการไปแล้ว มีรุ่นพี่หลายคนเกเร แต่ได้รับการสั่งสอนอบรมจากคุณครูที่ทุ่มเทจนเปลี่ยนอนาคตของเขาได้ ภาพสมัยเรียนที่ยังประทับใจจวบจนปัจจุบันคือ “มีรุ่นพี่เคยเกเร กลับมากราบแทบเท้าคุณครูที่อบรมสอนเขาให้เป็นคนดี” คนที่มีอุดมการณ์เรื่องการศึกษาควรเชื่อว่า แม้เด็กจะเกิดมาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่พร้อม แต่การศึกษาสามารถทำให้อนาคตของเขาดีได้ ไม่ใช่บอกว่าจบโรงเรียนนี้อนาคตคุณทำได้แค่เด็กเสิร์ฟ (แก้ไขตัวสะกด) ถ้าวาทกรรมนี้เป็นจริง ผมคงเป็นได้แค่นักเลงหัวไม้”

*ข้อความมาจาก https://www.thaipost.net/main/detail/31680 ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ความคิดเห็นของผู้ร่วมสนทนา สภากาแฟเพื่อประชาชน

จากข้อความที่กล่าวข้างต้นและจากการฟังรายการ Debate ระหว่างหัวหน้าพรรคหลายพรรคที่ไทยรัฐทีวีได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่อาคารนิมิตบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ สภากาแฟมีความเห็นโดยสรุปว่า คุณธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่มุ่งที่จะโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทหาร และการปฏิวัติที่ผ่านมาเป็นหลัก และยังมุ่งที่จะล้มเลิกพิธีการไหว้ครูซึ่งเป็นประเพณีที่ดีงามของคนไทยมาแต่โบราณ แต่กลับไม่ได้เสนอแนวความคิดในการปฏิรูปเศรษฐกิจ และปฏิรูปประเทศอย่างมีสาระสำคัญหรือเป็นเรื่องเป็นราวที่พอจะนำมาปฏิบัติให้ประเทศชาติมีความมั่นคง และประชาชนมีความเป็นดีอยู่ดี มีการศึกษาที่ดี มีงานทำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

สมาชิกสภากาแฟ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและมีความเห็นโดยสรุปว่า ควรให้ คุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ไปศึกษาหาความรู้ด้านประวัติศาสตร์ไทย จารีตประเพณีและวัฒนธรรมไทย สังคมวิทยา กฎหมาย และแนวความคิดทางด้านรัฐศาสตร์ และด้านนโยบายสาธารณะ เสียก่อนไม่น้อยกว่า 6 ปี สรุปก็คือ สมาชิกสภากาแฟเพื่อประชาชนได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า สมาชิกสภากาแฟทั้งหมดจะไม่เลือก และจะไม่ให้การสนับสนุนคุณธนาธรและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ แต่สภากาแฟจะนำพรรคอนาคตใหม่ มาพิจารณาอีกครั้งหลังจากเวลาได้ผ่านไปแล้ว 6 ปี (เป็นอย่างน้อย)

3.2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเลือกพรรคการเมือง และเลือกคน (ไม่ระบุผู้เขียน)

ได้มีผู้เสนอแนวความคิดในการพิจารณาตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนไว้หลายท่าน แต่ผู้เขียนจะขอนำเสนอแนวทางการเลือกพรรค และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนของเพื่อนในกลุ่ม Line ท่านหนึ่ง (ส่งมาตาม Line โดยไม่ได้ระบุชื่อ) ซึ่งได้เสนอ “10 ข้อ(คิด) ก่อนใช้สิทธิเลือกตั้ง” ไว้ดังนี้

“....................................................................................................................................”

10 ข้อ (คิด) ก่อนใช้สิทธิเลือกตั้ง

1) ประเทศไทย ไม่ใช่สังเวียน หรือเวทีให้ใครมาต่อสู้กันอีกแล้ว เราบอบช้ำมามากแล้ว

2) ประเทศไทย ไม่ใช่เวทีชำระสะสางความแค้นของใคร ทั้งส่วนตัวและเพื่อส่วนรวม

3) ประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทส่วนตัวที่จะให้ใครมาทดลองงาน ฝึกงาน เพราะทุกอย่างเดิมพันด้วยชีวิตประชาชน

4) ประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทส่วนตัวที่ใครจะขอมาแก้มืออีกสักครั้ง เพราะครั้งที่แล้วมีโอกาส แต่ “เอาไม่อยู่” ครั้งนี้ มาขอโอกาส “เอาใหม่”

5) ประเทศไทย ไม่ใช่แผ่นดินกว้างใหญ่ และมั่งคั่งมากพอที่จะให้ใครๆ มาทำไร่ความฝันเลื่อนลอย ทุกอย่างที่พูดต้องทำได้จริง ทำได้เลย ทำได้ทันที และต้องใช้คนทำงานเป็น มาทำงาน เพราะทุกนาทีที่เสียไป คือ ความสูญเสียของประชาชน

6) ประเทศไทย ไม่ใช่เวทีโต้วาที หรือยอวาที ที่จะตัดสินกันด้วยคำพูด ใครพูดเก่งชนะ ใครพูดไม่เก่งแพ้ แท้จริงแล้วประชาชนต้องการคนพูดเก่ง หรือคนทำงานเก่ง เข้าไปทำงานกันแน่ ถามใจตัวเองดู

7) ประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศร่ำรวย ที่จะมีเงินแจกประชาชนพร่ำเพรื่อ เราเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมากมาย เคยได้ยินภาษิต “นักการเมืองให้ปลา พระราชาให้เบ็ด” ไหม ต้องช่วยให้ประชาชนหาปลาได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณใคร

8) ประเทศไทย ถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีคิด ใช้เงินที่มีน้อยให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุด ต้องเลือกว่าจะซื้อรถถัง หรือซื้อรถไถแจกชาวไร่ชาวนา ต้องเลือกจะแจกเงินซื้อนมให้เด็กไม่กี่ปี หรือสร้างอาชีพที่มั่นคงให้พ่อแม่มีรายได้เลี้ยงลูกตลอดไป

9) ประเทศไทย จะเข้มแข็งได้ ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เข้มแข็ง ประเทศไทยจะรวยได้ ถ้าประชาชนส่วนใหญ่รวย ถ้าประชาชนยากจน ประเทศไทยจะรวย รัฐบาลจะมีเงินมาแจกได้อย่างไร นอกจากกู้เงินมาแจก รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่หนี้ที่กู้มา ประชาชนต้องจ่ายด้วยภาษี ดังนั้น อย่าแปลกใจ ที่เราจะถูกรีดภาษีมากขึ้นทุกปี

10) ประเทศไทย ต้องการรัฐบาลที่คิดเป็น ทำงานเป็น หารายได้เข้าประเทศเป็น รัฐบาลที่หาเงินหางาน หาอาชีพให้ประชาชน มีรายได้ เป็น รัฐบาลที่มองปัญหาออก แก้ปัญหาเป็น มีเป้าหมายแก้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็น เรื่องแรก ไม่ใช่รัฐบาลที่มีเป้าหมายจะไปล้มใคร ล้างแค้นใคร ปลุกระดมประชาชน ไปฉีกรัฐธรรมนูญ สร้างเงื่อนไขให้เกิดความไม่สงบขึ้นในประเทศไทยอีก

อ่าน 10 ข้อนี้ แล้ว ตัดสินใจได้เลยว่า จะเลือกพรรคไหน?

24 มีนาคมนี้ เลือกได้คนเดียว พรรคเดียว

ความคิดเห็นของผู้ร่วมสนทนา สภากาแฟเพื่อประชาช

จากข้อความในข้อ 2.2 สมาชิกสภากาแฟเพื่อประชาชน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน และได้มีความเห็นร่วมกันว่า ข้อความในข้อ 2.2 สามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรคได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาจสรุปได้ดังนี้

ก. ข้อความในข้อ 1), 2) และ 3) คงเน้นไปที่พรรคการเมืองที่ตั้งใหม่บางพรรค

ข. ข้อความในข้อ 4), 6), 7) คงมุ่งเน้นไปที่พรรคการเมืองที่ตั้งใหม่บางพรรค(ยกเว้นพรรคพลังธรรมใหม่ - เนื่องจากได้ฟังนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคในรูปที่ 1 ที่กล่าวถึง นโยบายของพรรค ที่ไม่เน้นการแจกเงินเพราะเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง รายการนี้มีการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ในช่วงบ่ายวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมาซึ่งสมาชิกสภากาแฟ ได้ร่วมรับชมพร้อมกัน), พรรคการเมืองขนาดใหญ่, พรรคการเมืองมีอายุเก่าแก่ และรวมทั้งพรรคการเมืองที่มีอายุปานกลาง

ค. และข้อ 5), 8), 9) และ10) คงเน้นไปที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่ตั้งใหม่, พรรคการเมืองที่มีอายุปานกลาง และพรรคการเมืองที่มีอายุเก่าแก่

แม้ว่าข้อความทั้ง 10 ข้อคิด จะยังไม่ครอบคลุมพฤติกรรมของพรรคการเมืองไทยทุกพรรคได้ครบหมดทั้ง 100 กว่าพรรค แต่สมาชิกสภากาแฟ มีความเห็นพ้องต้องกันว่าข้อความส่วนใหญ่ในข้อ 2.2 ยังสามารถบ่งบอกพฤติกรรมของพรรคการเมืองบางพรรคที่บุคคลสำคัญของพรรค ได้เคยมีบทบาทสำคัญทางการเมืองมาแล้วทั้งในอดีตและปัจจุบัน ดังนั้น สภากาแฟจึงเห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว และจะนำไปประกอบการพิจารณาลงคะแนนเลือกผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ใช่

ท้ายบทความ

นอกจากบทความในชื่อ “แผ่นดินของไทย ปัญหาของคนไทย” แล้ว ผู้เขียนจะขอนำเสนอบทความใหม่ในอีกแนวทางหนึ่งโดยให้ชื่อว่า “สภากาแฟเพื่อประชาชน” ซึ่งจะเน้นเรื่องราวทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง และความเป็นอยู่ของคนไทย ให้ผู้อ่านได้รับทราบความคิดเห็นที่หลากหลายมากขึ้น ผู้เขียนหวังว่า ท่านผู้อ่านคงจะเสนอความคิดเห็นของท่านมาให้ผู้เขียนได้รับทราบทาง E-mail: udomdee@gmail.com เช่นที่เคยเป็นมา- ขอบคุณครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...