xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

อีสานตัวแปร "พปชร." พุ่งเป้าพิฆาต "ปชป."

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนตื่นตัวมากที่สุดครั้งหนึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประเทศร้างลาการเลือกตั้งมานานถึง 8 ปีเต็ม จึงไม่แปลกที่การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิมืดฟ้ามัวดิน รวมถึงวันที่ 24 มีนาคม ที่น่าจะมีปริมาณมหาศาลไม่น้อยหน้ากัน

โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกตื่นตัวต่อการออกมาใช้สิทธิของตัวเอง ดังไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งแม้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จะไม่ได้ประชาสัมพันธ์มากเท่าที่ควร แต่ยุคปัจจุบันโซเชียลมีเดีย คือ อาวุธสำคัญที่ข้อมูลถูกป้อนถึงปากประชาชน

ขณะเดียวกัน นี่เป็นการเลือกตั้งนับจากประเทศอยู่ภายใต้การปกครองของคณะรัฐประหาร ที่นำโดย “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ของการบริหารประเทศ สิ่งที่ประจักษ์ คือ ปัญหาม็อบหายไปจากสังคม บ้านเมืองดูสงบขึ้นจากแต่ก่อน จากนี้จึงเป็นอีกก้าวที่ประชาชนคาดหวังถึงเรื่องความอยู่ดี กินดี ภายหลังจากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ชุดเฉพาะกิจที่เข้ามาเพื่อหย่าศึกอย่างที่เป็นอยู่

รัฐบาลชุดต่อไปจึงได้รับการคาดหวังค่อนข้างสูง เพราะนี่จะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในรอบ 8 ปี หลังจากประเทศถูกปิดซ่อมแซม เพราะปัญหาการเมืองภายใน

แต่จะเป็นรัฐบาลชุดไหน ผลการเลือกตั้งคือตัวบ่งชี้ได้ดีที่สุด ซึ่งต้องจับตามองพรรคขนาดใหญ่ ที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน เริ่มจากพรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า วันนี้แม้ค่อนข้างพิกลพิการพอสมควร หลังจากแผนแตกแบงค์พันเป็นแบงค์ร้อย ถูกจับฟาล์ว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ทำให้ปริมาณ ส.ส.ที่คาดหวัง ลดน้อยลงไป

ประกอบกับในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญ ถูกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดูดนักการเมืองเกรด เอ ไปอยู่ด้วยจำนวนมาก ทำให้หลายพื้นที่ส่อแววจะถูกเจาะ  

อย่างที่ จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยต้องเสีย “ตระกูลรัตนเศรษฐ”ไปให้กับพรรค พปชร. หนำซ้ำ คู่แข่งยังโหมลงพื้นที่ อัดกระสุนดินดำ แถมยังบล็อกสกัดหัวคะแนน เรื่อยไปถึงการชู “บิ๊กตู่”เป็นลูกหลานย่าโมขนานแท้ ทำให้โอกาสจะเสียที่นั่งให้กับ พรรค พปชร. มีสูงลิ่ว

เช่นเดียวกับที่ จ.อุบลราชธานี เป็นพื้นที่ที่พรรค พปชร. ลงพื้นที่ถี่ยิบเกือบจะทุกเขตพอๆ กับ จ.นครราชสีมา เพื่อช่วย“สุพล ฟองงาม”กวาดคะแนน ส.ส.เขต และคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ จึงเป็นโซนที่พรรคเพื่อไทย อาจเสียเก้าอี้ไปให้ขั้วตรงข้าม

ขณะที่ จ.เลย ตั้งแต่ “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข”ยกครัวมาอยู่กับพรรคพปชร. พรรคเพื่อไทย ก็หาคู่แข่งในพื้นที่ไปแย่ง ส.ส.กลับยาก คล้ายกับจ.ร้อยเอ็ดของ “เวียง วรเชษฐ์”ที่ความนิยมในตัวสูงลิ่ว ทำให้เลือกตั้งอีสานหนนี้ คะแนนพรรคเพื่อไทย โบ๋ไปหลายจุด ด้วยน้ำมือศัตรู

ส่วนที่ภาคเหนือ ฐานที่มั่นรองจากอีสานของพรรคเพื่อไทย ดูแล้วจะรักษาเอาไว้ได้เยอะอยู่เช่นเดิม จะเสียไปแค่ จ.กำแพงเพชร ที่ “วราเทพ รัตนากร”แกนนำกลุ่มชากังราว พลิกขั้วมาอยู่กับพรรคพปชร. แบบยกจังหวัด ซึ่งพรรคเพื่อไทย หาตัวไปแข่งไม่ทัน และชื่อชั้นสู้ลำบาก แม้จะเป็นพื้นที่สีแดงก็ตาม โดยรวมพรรคเพื่อไทยยังเก็บโซนเหนือเรียบ
 
อีกพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทย รักษามากนานที่สุด ยากที่ใครจะเจาะ ครั้งนี้อาจมีเสียวโดนเจาะไข่แดง นั่นคือ จ.พะเยา ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยกก๊วนหนีพรรคเพื่อไทย มาอยู่กับพรรคพปชร. แม้กระแสแดงในพื้นที่จะแน่นปึ้ก แต่อาจพลาดท่าพ่ายกลไกรัฐ และ “กระสุนดินดำ”ที่ว่ากันว่า หนักที่สุดในประเทศพื้นที่หนึ่งเลยทีเดียว

มากันที่โซนกรุงเทพมหานคร ซึ่งสัมปทานพื้นที่เมืองหลวงชั้นใน เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และด้านนอกเป็นของพรรคเพื่อไทย มาหนนี้เจอแบ่งเขตพิสดารเล่นงาน ทำให้ต้องวางยุทธศาสตร์หาเสียงกันจ้าละหวั่น แต่ดูแล้วน่าจะรักษาพื้นที่ของตัวเองกันได้ไม่แตกต่างจากปี 2554

ขณะที่พรรค พปชร. ที่หวังหารเก้าอี้แบบมักน้อย ดูแล้วถ้าจะเจาะได้ไม่น่าจะเกิน 2 ที่นั่ง โดยเฉพาะที่หมายมั่นมากสุด นั่นคือ เขตคลองเตย ที่ได้ “กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา”อดีต ส.ก.พรรคปชป. ซึ่งเป็นมือไม้ทำพื้นที่ของค่ายเก่าแก่มาก่อน หนนี้ต้องบอกว่า แชมป์เก่าอย่างพรรคประชาธิปัตย์ เหนื่อยหนัก ยิ่งเขตนี้คะแนนของพรรค ทษช. หายไป มีได้เสียวถูกสอดแทรกกันบ้าง
 
อีกทั้ง“กระสุนดินดำ”พปชร.ในย่านเมืองหลวง ลงหนักมาก เพราะไม่ได้หวังแต่ ส.ส.เขต แต่อยากเก็บคะแนนตกน้ำแทบทุกเม็ด เพื่อเอาโควตา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทุกเขตที่มีแชมป์เก่าทั้งพรรคเพื่อไทย และปชป. หายใจไม่ทั่วท้องทั้งนั้น

ด้านภาคใต้พรรคปชป. คงรักษาฐานที่มั่นเอาไว้ได้ “เกือบหมด” ยกเว้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ”อาจจะขอสงวนสิทธิ์ไม่ยกให้ใครง่ายๆ ส่วนพื้นที่อื่นๆ แม้คะแนนจะตกลงไปบ้าง แต่ช่วงโค้งสุดท้าย งัดมุกเก่าแก่ นิมนต์ “หลวงพ่อชวน”ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ลงมาแสดงความขลัง อย่างที่ จ.พัทลุง ที่ทำท่าว่าจะเสียให้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พลันได้ “หลวงพ่อชวน”เท่านั้น คะแนนกระเตื้องขึ้นมาทันตาเห็น

ส่วน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความมันส์ระดับ 5 ดาวแน่นอน หลังพรรคประชาชาติ ลงเล่นเองโดยไม่สังกัดพรรคเพื่อไทย ประจันหน้ากับพรรค ปชป. พรรคภท. และ พรรครปช. ตัวผู้สมัคร ซัดกันนัว คะแนนสูสีคู่คี่ ล่อกันไม่ขาด แต่ “ประชาชาติ” มีแววกว่าใคร

ส่วนพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แรกเริ่มเดิมทีถูกประเมินว่าจะได้ ส.ส.ไม่เกิน 10 ที่ แต่พลันที่คนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิมาก โอกาสที่จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบเพียวๆ ถึง 20 ที่นั่ง

พรรคไซส์ขนาดเดียวกัน อย่างพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) งวดนี้ขอเขต 15 ที่นั่ง ดูแล้วเป็นไปได้ ประกอบด้วย จ. สุพรรณบุรี 4 เขต จ.นครปฐม 4 เขต จ.สมุทรสาคร 1-2 เขต จ.ร้อยเอ็ด และจ.อุบลราชธานี อีกอย่างละเขต ผสมกับปาร์ตี้ลิสต์ อีกประมาณสิบที่นั่ง บวกลบคงอยู่ราวๆ 20 ที่นั่ง

พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ฐานที่ลุ้นสุด คือ จ.นครราชสีมา แต่ต้องบอกว่า แม้เป็นเจ้าบ้านแต่เหนื่อย เป้าหมายเขต คือ 3 ที่นั่ง ในโคราช และขอคะแนนปาร์ตี้ลิสต์มาผสมเพื่อเพิ่มจำนวน แต่ดูแล้ว 10 ที่นั่ง ยังเหนื่อยเลือดตาแทบกระเด็น

วันนี้ภาพมันชัดว่า การแข่งขันเป็นของพรรค ปชป. กับพรรค พปชร. ที่แย่งกันเอาที่สอง เพื่อขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคเพื่อไทย ยากจะจัดตั้งได้เอง คะแนนบดบี้ สูสี แม้พรรคเก่าแก่จะดูเหนือกว่านิดหน่อย 

ตัวแปรสำคัญอยู่ที่อีสาน ถ้าพรรค พปชร. เจาะที่มั่นพรรคเพื่อไทยได้มากเท่าไร โอกาสจะแซงปชป.ไปเป็นที่ 2 ก็พอมี ยิ่ง "กระสุนดินดำ" อัดหนักมากที่สุด ดูแล้วชนะกันไม่กี่ที่นั่ง เพื่อปาดหน้าไปเอา อันดับ 2



กำลังโหลดความคิดเห็น...