xs
xsm
sm
md
lg

"มาร์ค"ชู5นโยบายปราบโกง ลั่นคอร์รัปชั่นไม่ใช่วาทกรรมแต่เป็นภัยร้าย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วานนี้ (17มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงนโยบายปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชัน ของพรรคว่า จากที่พรรคได้ชูนโยบาย "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต" เพราะเราไม่ต้องการให้การเมืองไทย กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วคอร์รัปชัน จนนำไปสู่การรัฐประหารอีกครั้ง ซึ่งจากที่ตนได้ประชันวิสัยทัศน์กับหลายพรรคการเมือง รู้สึกเป็นห่วงว่ามีการพูดถึงปัญหาทุจริตน้อยมาก และบางพรรคยังพยายามกล่าวว่า เรื่องคอร์รัปชัน เป็นแค่วาทกรรม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาการทุจริต คอร์รัปชันมี 3 รูปแบบ คือ ปล้นประเทศ ปล้นประชาชน และ วางแผนกลับมาปล้นโดยใช้นโยบายเป็นตัวเดินเรื่อง ให้เอื้อประโยชน์กับพวกพ้องตนเอง ดังนั้น การปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชัน ต้องควบคุม 3 ปัญหานี้ ให้ได้ โดยพรรคจะใช้เครื่องมือ 5 ตัว คือ 1. การนำเทคโนโลยีมาใช้ คือ มีแอพพลิเคชั่นแจ้งปราบโกง ที่ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการโกงทุกระดับได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เพื่อเป็นช่องทางให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับไปดำเนินการ ไม่ต้องรอให้มาร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ที่ยุ่งยาก ซับซ้อน นอกจากนี้จะใช้ระบบ GovTech คุมกระบวนการจัดซื้อ จัดจ้าง ทุกขั้นตอน ทำให้กรอบการประมูลของรัฐมีความโปร่งใส รวมถึงเปิดเผยราคากลาง และวิธีการเสียภาษีที่ดินออนไลน์
2. เอาคนในสังคมทุกภาคส่วนมามีส่วนร่วม โดยจัดหลักสูตร “โตไปไม่ยอมให้ใครโกง”โดยสนับสนุนให้มีองค์กรพิทักษ์ความโปร่งใส กระตุ้นให้ทุกคนตระหนักว่า ตนเองเป็นเจ้าของประเทศ และลดแนวความคิดเรื่อง “ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา”หากประชาชนชี้เป้าโกง ก็จะได้รับรางวัล และการคุ้มครอง การทำระบบสัญญาคุณธรรม โดยให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบในโครงการขนาดใหญ่ และการใช้สื่อเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบร่วมกับงานวิจัยต่างๆ
3. การจัดให้มีกม.ที่มีประสิทธิภาพ โดยจะมีการสังคายนากม. ที่ล้าสมัย ที่ให้อำนาจดุลพินิจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดการทุจริต โดยจะยกเลิกกม.ที่ไม่จำเป็น เชื่อว่าจะมีกม.หายไปได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และจากนี้ไป การออกกม.อะไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเปิดโอกาสให้มีการทุจริต คอร์รัปชันเป็นหลัก
"จะเห็นว่ารัฐบาลนี้ เริ่มต้นสังคายนากม. เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขณะที่ยังไม่มีผลงานออกมา สนช.กลับออกกม.ใหม่ กว่า 200 ฉบับ ที่มีแต่เพิ่มอำนาจให้จนท.รัฐ ซึ่งเราจะต้องเข้าไปสังคายนาเรื่องนี้ อย่างจริงจัง และจำเป็นต้องออกกม. มาอีกฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชันโดยเฉพาะ"
4. การบังคับใช้กม.อย่างเข้มข้น วันนี้ต้องยกเครื่องคณะกรรมการป.ป.ช. ที่มีปัญหาเรื่องการสืบสวนสอบสวน ความล่าช้า ในการตัดสินชี้มูลคดี รวมถึง คำวินิจฉัยที่มีข้อกังขามากมายว่า มีการแทรกแซงทางการเมือง ซึ่ง ป.ป.ช.จะต้องทำงานมากขึ้น ภายใน 6 เดือน ต้องมีการชี้มูลได้ โดยให้ใส่ใจแต่คดีทุจริตขนาดใหญ่ ส่วนคดีเล็กๆให้หน่วยงานอื่นทำ เพราะการเอาตัวใหญ่มาลงโทษ จะเป็นปรามทุจริตได้ดีที่สุด
"แต่การจะยกเครื่องป.ป.ช. บางประเด็นต้องเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญด้วย เช่น การจะโต้แย้ง ต้องยื่นผ่านประธานรัฐสภา เท่านั้น โดยประธานรัฐสภา มีสิทธิ์ส่ง หรือ ไม่ส่ง เรื่องต่อไปยังศาล และตัวประธานรัฐสภา ส่วนใหญ่ก็มาจากพรรครัฐบาล ซึ่งเรื่องที่ถูกร้องให้สอบก็เป็นเรื่องที่มาจากรัฐบาลทั้งสิ้น เราจะปล่อยให้กลไกตรวจสอบ ไปขึ้นอยู่กับคนฝ่ายรัฐบาลได้อย่างไร นอกจากนี้ ถึงเวลาที่ต้องเพิ่มอำนาจให้กับผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง ให้มีอำนาจตรวจสอบเฉพาะเรื่องการทุจริตภายในกระทรวงโดยเฉพาะ โดยการบังคับใช้กฎหมาย ต้องมีความเข้มข้น เพราะที่ผ่านมาหลายเรื่องที่พบว่าทุจริตแต่กลับจบลงด้วยการโยกย้ายข้าราชการ ไม่ใช่การลงโทษ"
5. การออกแบบระบบในการบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ซึ่งการกระจายอำนาจการปกครองจะมีส่วนช่วยในการลดการทุจริต ยิ่งรวมศูนย์อำนาจมากเท่าไหร่ ยิ่งตรวจสอบได้ยาก โดยพรรคจะออกกม. เกี่ยวกับวิธีการบริหารงานท้องถิ่นโดยเฉพาะ กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วม การใช้งบต่างๆ รวมถึงต้องมีการปฏิรูปตำรวจอย่างจริงจัง เช่นให้งานสอบสวนมีความเป็นอิสระ แต่ถูกตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ประชาชนจะไม่ถูกเจ้าพนักงานใช้อำนาจในทางไม่ชอบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้ง 2ข้อนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะปราบปรามการทุจริตได้ ดังนั้นความรับผิดชอบทางการเมืองจะต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย ที่ผ่านมาเกือบทุกรัฐบาลปราบโกงเฉพาะฝ่ายตรงข้าม แต่ตัววัดว่าใครจริงจังกับการปราบปรามทุจริต คือ ถ้าเกิดขึ้นกับรัฐบาลตัวเอง พรรคพวกตนเองแล้วจะมีมาตรการอย่างไร อย่างน้อยที่สุดคนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าไปอยู่ในรัฐบาล ทุกคนต้องมีมาตรฐานสูงกว่าที่กำหนด โดยจะให้เปิดข้อมูลคนของพรรค และครอบครัว พี่น้อง ที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจอะไรบ้าง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่า การรับเหมางานที่เกิดขึ้น เพราะมีเส้นสายหรือเกี่ยวพันอย่างไรหรือไม่ การใช้สิทธิ์เดินทางตั๋วเครื่องบินของส.ส. ต้องมีรายงานรายละเอียดการเดินทาง การเปิดเผยใช้งบรับรองของรัฐมนตรี หรือ สิทธิ์ในการนั่งเครื่องบินระดับเฟิร์สคลาส ยังคงจำเป็นอยู่หรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าไม่จำเป็น
เมื่อถามว่า กรณีที่จะให้ผู้ตรวจราชการมีอำนาจตรวจสอบการทุจริตภายในกระทรวง จะทำได้จริงแค่ไหน เพราะถ้าพบว่าปลัดกระทรวงนั้นๆ เกี่ยวข้องกับการทุจริต จะทำอย่างไร ขณะที่ปลัดกระทรวงสามารถให้คุณให้โทษผู้ตรวจราชการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า เรื่องนี้เป็นงานในหน้าที่ที่ผู้ตรวจราชการต้องทำ ขณะเดียวกัน จะต้องมีระบบคุ้มครองการทำหน้าที่ของผู้ตรวจราชการโดยผู้ที่มีอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าปลัดกระทรวง อาทิ รัฐมนตรีประจำกระทรวง เพราะต้องมีระบบการคานอำนาจกัน แม้มันไม่มีสูตรสำเร็จว่า ใครจะคานอำนาจใครได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ปัจจุบันยังไม่มีการใช้กระบวนการของการมีคนภายในกระทรวงตรวจสอบการเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจน และถ้าผู้ตรวจราชการตรวจพบว่ารัฐมนตรีหรือคนของรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับการทุจริต เขาสามารถไปยื่นเรื่องถึงหน่วยงานภายนอกที่มีอำนาจตรวจสอบ อาทิ ป.ป.ช. หรือส่งเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีก็ได้
ต่อข้อถามถึงการยกเครื่องปรับปรุงป.ป.ช. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราจะปรับปรุงแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งทำได้ง่ายกว่าแก้ไขบทบัญญัติในรธน. แต่เมื่อแก้ไขพ.ร.ป.นี้แล้ว เราจึงจะไปพิจารณาว่าควรจะเปลี่ยนแปลงกรรมการ ป.ป.ช.อย่างไร เพราะที่มาของป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน เข้ามาในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
กำลังโหลดความคิดเห็น...