xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กตู่"แหลงยาวี"อย่าลืมเรา" พปชร.ชู"มารดาประชารัฐ"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"อุตตม" ชูนโยบาย "มารดาประชารัฐ" สร้างมาตรฐานคนไทยยั่งยืน พร้อมทำทันที ใช้งบไม่เกินกรอบวินัยการเงินประเทศ "บิ๊กตู่" ฝากคลิปถึงพี่น้องชายแดนใต้ ให้คำมั่น ไม่ทำให้ผิดหวัง แหลงภาษายาวี"อย่าลืมเรา" ด้าน"สุวิทย์" แจงขึ้นค่าแรง 425 บาท ค่อยๆ ปรับขึ้นภายใน 3 ปี ไม่เท่ากันทุกพื้นที่ ขึ้นอยู่กับศักยภาพ "ศรีสุวรรณ" จ่อร้องกกต. "บิ๊กตู่" เดินสายทั่วประเทศ ผิดกม.เลือกตั้ง
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงนโยบาย มารดาประชารัฐ ว่า นโยบายนี้ ถือเป็นหัวใจเริ่มต้นของแนวคิดประชารัฐสร้างคน คนสร้างชาติ ที่ต้องการพัฒนาคนไทย ตั้งแต่เริ่มมีชีวิตในครรภ์มารดา ดังนั้น การดูแลมารดา ผ่านการสนับสนุนด้านการเงิน ตั้งแต่ตั้งท้องเดือนละ 3,000 บาท ไปจนคลอด รวม 27,000 บาท คือการวางฐานให้เด็กในครรภ์ได้รับการดูแลที่ดี , ค่าคลอดบุตร 10,000 บาท และเมื่อคลอด ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนเพื่อเลี้ยงดูบุตร เดือนละ 2,000 บาท ไปจนถึงอายุ 6 ขวบ รวมงบประมาณที่ใช้เพื่อสร้างคนที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นทรัพยากรสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ คนละ 1.8 แสนบาทต่อคน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
ทั้งนี้ นโยบายมารดาประชารัฐ จะดูแลมารดาที่ตั้งครรภ์ทุกระดับฐานะอย่างเท่าเทียม เพราะตนเชื่อว่า แม้เป็นครอบครัวที่มีความสามารถเรื่องเงินทุน มีกำลังดูแลตัวเอง การดูแลด้วยเงินเดือนละ 3,000 บาท ไม่ถือว่ามากเกินไป อย่างไรก็ตาม จากสถิติประชากรที่เกิดต่อปี ในประเทศจะมีค่าเฉลี่ยที่ 6 แสนคน ต่อปี ดังนั้น เมื่อนำคำนวณวงเงินงบประมาณ ถือว่าไม่เกินกว่าขีดความสามารถ หรือเกินกรอบวินัยการเงินการคลัง
"บิ๊กตู่"ส่งคลิปอ้อนคนใต้"อย่าลืมเรา
วานนี้ (17มี.ค.) นายอุตตม ได้ไปเปิดเวทีปราศรัย ที่สนามกีฬา อบจ.นราธิวาส จ.นราธิวาส เพื่อช่วย ผู้สมัคร 11 เขต จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีประชาชนเข้าร่วมฟังอย่างเนืองแน่น
ทั้งนี้หลังจาก นายอุตตมได้พูดถึงนโยบายพรรคแล้ว ก็ได้เปิดคลิปวีดิโอของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิแดตนายกรัฐมนตรี ในบัญชีของพรรคพปชร. ผ่านจอขนาดใหญ่ บนเวที ที่ฝากมาถึงพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเนื้อหาว่า " ดีใจที่ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ ก่อนอื่นอยากจะบอกว่า คิดถึง คิดถึงมากด้วยทุกคน อยากจะมาพบปะพูดคุยด้วยตัวเอง ถึงแม้จะมาไม่ได้ แต่เราก็ยังสามารถสื่อสารกันได้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะหากสื่อสารเข้าใจกันแล้ว เราก็จะเดินหน้ากันไปด้วยความความเข้าใจ ผมขอขอบคุณ พรรคพลังประชารัฐที่ให้เกียรติ ให้ความไว้วางใจ เสนอชื่อผมเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.นี้
ขอให้คำมั่น และขอให้เชื่อมั่นในตัวผม ว่าจะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด ในการสานต่อนโยบายดีๆ และแผนการปฏิรูป ที่เริ่มทำไปแล้วทั้ง 11 ด้าน ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และจะจัดทำนโยบายใหม่ๆ เพื่อนำพาประเทศชาติไปสู่ความสงบสุข ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นยิ่งๆขึ้นไปทุกภาคส่วน สิ่งแรกที่เราจะนำกลับคืนมาคือความรักความสามัคคี ความปรองดอง เพื่อจะนำพาบ้านเมืองของเราเดินไปข้างหน้า เราต้องมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ทั้งท่องเที่ยวเมืองหลัก เมืองรอง และท่องเที่ยวชุมชน นอกจากนี้เรามี 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่แล้ว ตามชายแดนหลายจังหวัด เราจะได้เชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้เข้ากับ eec วันนี้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแล้ว สำหรับ eec เชื่อมโยงจากสงขลาไป ที่เรียกว่า eec สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่งและ ยั่งยืน วันข้างหน้า ก็ต้องมี wec ,nec, มีทุกภาค เพราะเราเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลางอาเซียน นอกจากนี้ เราต้องลดความรุนแรงในสังคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สงบสุข สันติสุข ให้ได้ โดยใช้มาตรการทุกมาตรการ ทั้งในเรื่องของการพูดคุย เรื่องการพัฒนา ซึ่งเราเน้นการเรื่องการพัฒนามากที่สุด ขอให้พี่น้อง ได้ร่วมมือ ร่วมแรงเป็นกำลังใจให้กัน สร้างสรรค์สิ่งที่ถูก กำจัดสิ่งที่ผิด ด้วยความเข้าใจและร่วมกันนำพาชาติบ้านเมือง ไปสู่ความเจริญ ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า มีความรักใคร่ มีความสามัคคีปรองดอง มีความสุขทุกคนถ้วนหน้า อย่างมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ตือรีมอกาเสะ ยาแงลูปอ ปีเละกีตอ (ขอบคุณ อย่าลืมเรา)" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้าย
สุวิทย์แจงขึ้นค่าแรง425บาทใน 3ปี
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึง กรณีหลายพรรคโจมตี นโยบายของพรรคพปชร. เรื่องการเสนอค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 400-425 บาท ว่า แค่ประชานิยมนั้น พรรคไม่ได้มาพูดเพียงผิวเผินเพื่อเอาชนะ หรือประชานิยม วัตถุประสงค์จริงๆ คือ
1. เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดตวามสามารถในการแข่งขัน ปรับโครสร้างเศรษฐกิจ
2.ไม่ได้ปรับขึ้นทันที แต่ค่อยๆ ปรับไต่จาก 325 บาทขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 400-425 บาทในเวลา 3 ปี ไม่ได้ปรับทันทีเป็น 425 บาท และไม่ได้ปรับเหมือนกันทั้งประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพเศรษฐกิจ และค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ จึงไม่ใช่ขึ้นทุกพื้นที่เท่ากันหมด
3.ให้ค่าจ้างแรงงานตามทักษะที่มีอยู่ คือ ผูกค่าจ้างแรงงานเข้ากับทักษะ ผู้ประกอบการจะได้แรงงานที่มีทักษะมากขึ้น แข่งขันได้ ขายของได้ดีขึ้น ผ่านกลไกอบรมทักษะ รัฐจัดตั้งสถาบันอบรม มีหลักสูตรทดสอบเพื่อความโปร่งใส มีมาตรฐานประเมินค่าทักษะ
"ค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการสามารถนำไปหักภาษีได้ จะทำให้ประเทศรวยขึ้น ประชาชนเก่งขึ้นรวยขึ้น และเพื่อแข่งขันกับคนอื่นได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ เอาเม็ดเงินไปให้ใช้จ่ายเลย และค่าแรงจริงๆ ไม่ได้มีผลต่อเงินเฟ้อเท่าไหร่ เพราะเราทำให้เกิดค่าแรงทักษะในที่สุดแล้วคือ ผลิตภาพของประเทศมีมากขึ้น" รองหัวหน้าพรรคพปชร.กล่าว
จ่อร้องกกต."บิ๊กตู่" ทำผิดกม.เลือกตั้ง
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพปชร. ได้เดินสายไปยังจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ขอนแก่น และนครราชสีมา (13 มี.ค.) จ.เชียงราย และแพร่ (16 มี.ค.) และ จ.นครศรีธรรมราช (18 มี.ค.) โดยอ้างว่าไปปฏิบัติราชการตามปกติ แต่การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับเสนอชื่อเป็นแคนดิเตตนายกฯ ของพรรคพปชร.นั้น โดยมารยาททางการเมืองแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ ควรใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเอง และทรัพย์สินของทางราชการ ไปเอื้อประโยชน์เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเอง ซึ่งในปัจจุบัน อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.78 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ได้ที่กำหนดห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
นอกจากนั้น ยังมีหลักฐานอันเชื่อได้ว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารท้องถิ่น มีหนังสือสั่งการให้ผู้บริหารข้าราชการในจังหวัด และผู้นำท้องถิ่น เกณฑ์ชาวบ้านมาร่วมต้อนรับ และรับฟังคำปรารภของนายกฯ ด้วย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม ม.78 ดังกล่าวด้วย
ดังนั้น ตนนำคำร้อง พร้อมพยาน หลักฐาน ไปร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน เอาผิด ตาม ม.149 ประกอบ ม.78 วรรคหนึ่ง ซึ่งอาจมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนดยี่สิบปี รวมทั้งขอให้สั่ง พล.อ.ประยุทธ์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐยุติหรือระงับการกระทำใดที่เห็นว่าอาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดตาม ม.78 วรรคสามต่อไปด้วย โดยตนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ในวันนี้ (18 มี.ค.) เวลา 13.00 น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...