xs
xsm
sm
md
lg

น่าจะเลือก..ตั้งไม่ได้นะ...!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วันก็จะถึงมหกรรมกาเบอร์เลือกผู้แทน เป็นครั้งแรกหลังจากห่างหายไปเกือบ 8 ปี ครั้งนี้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กฎหมายลูก กฎหมายเลือกตั้ง และกฎต่างๆ สารพัด ประเดิมที่นี่ ดินแดนสยามเมืองยิ้มเป็นแห่งแรกในโลก

ไม่ทราบว่า กกต. ได้ไปดูงานหลายประเทศ รับรู้หรือไม่ว่าในบ้านอื่นเมืองอื่นมีกฎกติกาการเลือกตั้งแบบไทยหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีต้นแบบมาจากหลายแหล่ง เอามาผสมปนเปทำให้เป็นเหมือนแกงโฮะผสมจับฉ่าย ให้คนไทยลองลิ้มชิมดู

จะรู้ผลในช่วงค่ำของวันที่ 24 เดือนนี้แหละว่ามหกรรมกาเบอร์ภายใต้กฎกติกาใหม่ทำให้ชาวบ้านอิ่มเอมในอารมณ์ หรือว่าคนกาเบอร์ต้องอ้วกแตกอ้วกแตน ปางตายเหมือนโดนอาหารเป็นพิษ มีใครสมหวัง ใครผิดหวัง ตีอกชกหัวร่ำไห้หรือไม่

ผู้ทำโพลก็กระหน่ำทำให้ชาวบ้านรู้เป็นนัยว่าใครจะมามากมาน้อย หรือไม่มา ทำให้เสียหน้าเสียอนาคต หมดหนทางเข้าไปร่วมจัดสรรแบ่งปันทรัพยากร ผลประโยชน์ที่จะได้กอบโกยด้วยอำนาจรัฐ ในศึกชิงเมืองครั้งสำคัญมีเดิมพันสูง

การเมืองยุคนี้ทำให้เห็นธรรมชาติธาตุแท้ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ประเมินจากพฤติกรรมของผู้สมัคร ส.ส. ในการสังกัดพรรค ย้ายพรรค สลับเปลี่ยนสีตามกระแสพลังเงินของนายทุนพรรค รวมทั้งคนทำสื่อ ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนจุดยืนตามนายจ้างสั่ง

เน้นการเชียร์ เชลียร์ใครมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเจ้าของสื่อสั่งการ ถ้ารับไม่ได้ ต้องหาที่อยู่ใหม่ ในเมื่อยุคนี้เงินต้องเป็นปัจจัยหลักในการต่อยอดความสัมพันธ์ ถ้าเก็งหวยถูก เลือกข้างได้ตรงกับผลเลือกตั้ง ก็มีโอกาสอิ่มหมีพีมันกับเงินงบโฆษณา

ชาวบ้านจึงได้เห็นสื่อเชียร์พรรคใด ฝ่ายใดอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่เน้นการโจมตีพรรคซึ่งเป็นคู่แข่งของพรรคที่ตนเองเชียร์ แน่นอน ไม่มีใครจะสมหวังทั้งหมด ความผิดหวังจะมีอยู่เมื่อพรรคที่ตัวเองเชียร์ประสบเคราะห์กรรมด้วยกัน

การเปิดเผยธาตุแท้ สังกัดและทางเลือกสำหรับการจงรักภักดีน่าจะมีอิทธิพลพอสมควรกับผู้เสพสื่อด้วยความคิดลุ่มหลง หรือบ้องตื้น ยิ่งในยุคโซเชียลมีเดีย สื่อดิจิทอล ออนไลน์ไปมาอย่างเร็ว การชิงกำหนดจุดยืนก็เหมือนเสี่ยงแทงม้าในสนาม

ยุคนี้กฎระเบียบยุบยิบซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีข้อห้ามกำหนดสารพัด แม้แต่การหาเสียงยังไม่เสรีเต็มร้อย เพราะมีประเด็นความได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งมีฝ่ายกุมอำนาจเท่านั้นที่ยังใด้เปรียบในการออกกฎระเบียบ เอื้อและอวยพวกของตนเอง

มีการประเมินโดยนักวิเคราะห์ กูรู กูรู้ในวงการเมือง ผสมกับโพลต่างๆ และคำนึงถึงประเด็นกฎ ระเบียบหยุมหยิมแล้ว ผลที่ออกมาส่อเค้าว่าจะยังไม่มีผู้ชนะเด็ดขาด สื่อบางแห่งยังบอกว่าโอกาสตั้งรัฐบาลร่วม ดูแล้วริบหรี่ถ้ายึดจุดยืนมั่นคง

มองสมรภูมิศึกเลือกตั้งครั้งนี้มีก๊กหลัก เช่นกลุ่มเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ อนาคตใหม่ ภูมิใจไทย เสรีรวมไทย ที่เหลือมีพรรคบรรหาร สุพรรณบุรี พรรคสุวัจน์ โคราช และมีพรรคกำนัน พรรคมากับพระพุทธ พรรครอเสียบอื่นๆ

และมีพรรควุฒิสมาชิก หรือ ส.ว. อยู่อีก 250 คน แต่งตั้งโดย คสช. ซึ่งผู้ใหญ่ผู้โตกล่าวด้วยความภูมิใจว่า “สามารถคุมได้แน่นอน” โดยบทบาทหลักคือยกมือให้ผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ ที่ได้รับการเก็งไว้แล้ว 2 สมัย เพราะอยู่ได้ยาวนาน 5 ปี

จะกล่าวหาว่าเอาเปรียบไม่ได้ เมื่อคนร่างกฎหมายได้จัดการไว้ตามคำกระซิบสั่งว่าจะต้องมี สว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงโดยประชาชน สะท้อนให้เห็นสภาพการเมืองด้อยพัฒนาเป็นองค์ประกอบให้เกิดวิกฤตในยุคกว่า 70 ปีก่อนโน้น

กฎกติกาใหม่ถูกมองว่าเป็นการออกแบบเพื่อไม่ให้พรรคใดได้เสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด ต้องมีพรรคร่วมผสมตั้งรัฐบาล และ สว. นี่แหละจะเป็นฐานหลักดันหลังตัวเต็งหามให้เข้าไปนั่งเก้าอี้นายกฯ ตามแบบที่ว่า “ถ้าไม่อายซะอย่างก็ทำได้”

ดูสภาพการหาเสียง ฝ่ายเต็งหามมี สว. ตัวช่วยไม่ได้เปรียบตามคาด น่าจะมีเลือกตั้งจริง แต่จะตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะพรรคใหญ่ประกาศว่าจะเอาใคร ไม่เอาใคร ทำให้สมการการเมืองผสมพรรคไม่ลงตัว เว้นแต่จะเลียน้ำลายที่บ้วนทิ้งกลับเข้าคอ

เมื่อเป็นการเมืองที่เน้นความอุจาด ก็ไม่ต้องคำนึงถึงสัจจะ แต่จะอ้างความจำเป็น สถานการณ์ที่แปรเปลี่ยน ถ้ายึดมั่นในคำประกาศเดิม จะติดหล่ม หาทางออกไม่ได้ ทางเลือกคือรอให้พ้นเวลา ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องมาว่ากันใหม่

ใครจะรับผิดชอบความเสียหาย สิ้นเปลืองงบประมาณ เสียเวลา บางกลุ่มจะอ้างเหมือนเดิมว่า “เสียบรรยากาศการลงทุน ต่างชาติไม่เชื่อมั่น” พูดแบบไม่ห่วงคนในประเทศ ซึ่งถูกทำให้รู้สึกเป็นเหมือนพลเมืองชั้น 2 ทั้งๆ ที่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน

วันที่ 24 จะพิสูจน์อีกครั้งว่า “เสียงของประชาชนคือเสียงสวรรค์” หรือเปิดทางไปสู่ความยุ่งยากวุ่นวายทางการเมือง ส่งผลต่อเสถียรภาพความมั่นคงอีกรอบหรือไม่ เพราะ “ประชาชนเป็นอย่างไร ก็ได้ผู้แทนอย่างนั้น” มติมหาชนเป็นมติถูกต้องหรือไม่

มองย้อนกลับไป “ถ้าประชาชนคิดถูก ทำถูก ในการกาเบอร์ เลือกคนดีแท้เข้าสภาจริง” บ้านเมืองคงไม่ต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ และประชาชนไม่เคยยอมรับผิดชอบว่าตัวเองนั่นแหละเป็นผู้เลือกพวกโกงเข้าไปกุมอำนาจโกงบ้านกินเมืองทุกยุค

ครั้งนี้คนส่วนหนึ่งจะเลือกผู้สมัคร สส. ด้วยความลุ่มหลงงมงายในท่วงท่าลีลาน้ำคำพูด ไม่พิจารณาเบื้องหลัง ผลงาน พฤติกรรม และความลุ่มหลงจะไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มใด หรือระดับอายุ ฐานอาชีพ แต่ละกลุ่มมีคนในดวงใจของตนเอง

ถ้าหลงลิ้นลมลวง ไม่ลืมหูลืมตา ไม่ฟังเสียงเตือนของใคร ขาดสติปัญญาความรู้ฉุกคิด ความยับยั้งชั่งใจ เป็นดอกเตอร์หรือคนธรรมดาก็โดนหลอกได้ อย่างที่มีคำพูดว่าไว้ “ทุกๆ นาทีจะมีคนบ้องตื้นเกิดมาเสมอ” เป็นอย่างนี้ทุกประเทศ

กาเบอร์เลือกใครแล้ว ถ้าเกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง รับผิดชอบด้วยนะ!

กำลังโหลดความคิดเห็น...