xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**“สมคิด”จัดหนัก ซัดเปรี้ยง ! พวกคอยค่อนขอด เศรษฐกิจเสียหาย เหลื่อมล้ำสูง ถามกลับมีสมองคิดมั้ย รอบก่อน 6 ปี รอบใหม่ 4 ปี ใครกันแน่ที่ฟื้นฟูใคร จวกเกมบอยคอต “ลุงตู่”ทั้งที่รู้จะพูดทำไม ไม่ถึงเวลา มีแต่สร้างความสบสันให้คนคิดว่า การเมืองถึงทางตัน เสียบรรยากาศลงทุน

ออกหมัดน้อยแต่พอออกทีก็หนักหน่วงยิ่ง...นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านเศรษฐกิจ ไปเป็นประธานการสัมมนาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (SOE CEO Forum)ครั้งที่ 3 และ ได้มอบนโยบายเรื่อง “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้วยพลังรัฐวิสาหกิจไทย”ให้ผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจ ... โอกาสนี้ “เฮียกวง”ใช้เป็นเวที “ปาฐกถาพิเศษ”ออกอาวุธตอบโต้ฝ่ายพรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงพาดพิงถึงเศรษฐกิจภายใต้การบริหารของ รัฐบาล"ลุงตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แบบจัดหนัก
" ที่พรรคการเมืองบางพรรค ระบุว่าต้องการรีบเข้ามา เพราะเศรษฐกิจเสียหายมาก จำเป็นต้องเข้ามาฟื้นฟู ผมก็กระซิบถาม รมว.คลัง ว่าเสียหายมากอย่างไร มีอะไรที่ท่านปิดบังผมหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่ามันเสียหายตรงไหน ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) บลูมเบิรกซ์ ก็ชม ใครๆ ก็ชม มีแต่พวกคุณคอยค่อนขอด เสียหายตรงไหน มีแต่ผมคอยฟื้นฟู หลังจากท่านเข้ามาแล้วก็ไป รอบก่อน 6 ปี รอบใหม่ 4 ปี ใครกันแน่ ที่ฟื้นฟูใคร"
แม้ สมคิดจะไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคตรงๆ แต่ใครๆ ก็รู้ว่า ทั้งเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ต่างบอกว่า 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเสียหาย ถดถอย ล้าหลัง พร้อมกับระบุว่า ทุกวันนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สร้างความเหลื่อมล้ำ มีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจน และคนรวยสูงมาก... ปล่อยให้พูดปลุกเร้าเอามันในเวทีปราศรัย และออกสื่อ “เฮียกวง”เลยสวนกลับประเด็นนี้ทบทั้งต้นทั้งดอก อย่างมีอารมณ์ว่า คนพูดมีสมองหรือเปล่า มีตาไหม คิดแต่ว่าพูดอย่างเดียวแล้วได้คะแนนเสียง เป็นเรื่องที่น่าอับอาย เราต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ ใช่หรือไม่ ความเหลื่อมล้ำเพิ่งเกิดในรัฐบาลนี้หรือไม่ โจทย์แค่นี้ก็ไปพูด จนกระทั่งเกิดความไขว้เขว ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ฟังแล้วก็รู้สึกเป็นห่วง และกังวล...
นอกจากนี้ กรณีที่มีพรรคการเมืองบางพรรคบอกว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น "รองนายกฯสมคิด" บอกว่า เป็นเรื่องที่พูดเร็วไปไหม ? จะบอยคอตอะไรกันอีก เมื่อก่อนก็เคยบอยคอต 2 รอบ หลังจาก บอยคอตเสร็จแล้วอะไรตามมา คนไทยลืมง่ายไหม นี่จะบอยคอตอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ได้บอยคอตเลือกตั้ง แต่บอยคอตตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเลย... เราก็รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาเพื่อให้มีรัฐบาลผสมแน่นอน แล้วยังเป็นรัฐบาลผสมของพรรคแกนหลักไม่กี่พรรค ซึ่งคะแนนขณะนี้ก็เดาได้ว่า ผิดกันไม่มากเท่าไหร่ ...
ดังนั้นถ้าพรรคการเมืองบางพรรค บอกซ้ายไม่เอา ขวาก็ไม่เอา ต้องมีผมคนเดียว ก็จะสร้างความสับสนทางการเมืองให้กับนักลงทุนต่างชาติ ที่กังวลว่าจะตั้งรัฐบาลอย่างไร ถ้าตั้งไม่ได้ แล้วการเมืองมันถึงทางตัน พรรคนั้นจะพูดทำไม ไม่ต้องพูด คิดอยู่ในใจก็พอ เพราะยังไม่ถึงเวลา ... ไม่ต้องไปพูดอะไรมากมาย พูดนโยบายของพรรคดีกว่า หรือว่าไม่มีนโยบายอะไรให้พูด ผมว่าประการหลังมากกว่า อยากให้พรรคที่พูด ไปคิดนโยบายออกมาหน่อย ไม่มีใครเขาอยากจะมานั่งจองเป็นรัฐบาลตลอดชาติ เพราะฉะนั้น เรื่องบางเรื่อง ในช่วงที่การเมืองมีแต่ความไม่แน่นอน เอกชนชะลอการลงทุน ต่างประเทศขอดูความแน่นอน อย่างนี้ พูดน้อยประเทศชาติจะได้ประโยชน์ พูดมากคนพูดอาจไม่ได้ประโยชน์ก็ได้นะ เพราะมีคนไทยกี่คนที่อยากให้การเมืองถึงทางตัน ดีไม่ดีจะไม่ได้อย่างใจ... เฮียกวงจัดหนัก พี่มาร์ค จะว่าไง งานนี้ ..

** สกัดแผนเทคะแนน-โหวตโน !! กกต.ตั้งกรรมการ สืบสวนไต่สวน อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ ที่ยังป่วนไม่เลิก ประกาศ เทคะแนนให้ผู้สมัครของพรรคแนวร่วม ยุประชาชนให้ "โหวตโน" เพราะเข้าข่าย ครอบงำ ชี้นำ ชักจูง จูงใจ ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ชัด

หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา10 ปี แต่บรรดาแกนนำพรรค ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว ทั้งนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ก็ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ตั้งกลุ่ม "ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย" เตรียมเปิดเวทีปราศรัยทั้ง 4 ภาค จุดมุ่งหมายก็เพื่อจะบอกกล่าว ให้กลุ่มคนที่ "ฝักใฝ่ระบอบทักษิณ" เทคะแนนให้ "พรรคตระกูลเพื่อ" และ แนวร่วมอย่างพรรคอนาคตใหม่ โดยอ้างว่า เพื่อสกัดการสืบทอดอำนาจของคสช. โดยไม่เคยย้อนกลับไปมองว่า ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ที่ “ทักษิณ-สมชาย-ยิ่งลักษณ์” นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ ...
ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว อย่างเช่น ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ที่นางฐิติมา ฉายแสง อดีต ผู้สมัครส.ส.เขต 1 พรรคทษช. ซึ่งเป็นน้องสาว นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ได้ขึ้นป้ายขอให้ชาวแปดริ้วที่ตั้งใจจะเลือกตนเองให้เทคะแนนไปให้ นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ของพรรคอนาคตใหม่...นอกจากนี้ก็มีแผนยุให้ประชาชน "โหวตโน" กันมากๆ ให้คะแนนโหวตโน ชนะผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนมาเป็นที่ 1 เพื่อจะได้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น ...ลูกเล่นนี้ก็มีให้เห็นแล้วที่จ.แพร่ ซึ่งเป็นเขต เลือกตั้งของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล และนพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัครของพรรค ทษช.
หากพูดถึง "Vote No" หรือ "ช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน" ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้ ถือว่ามีความสำคัญน้อยมาก ต่อการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง เพราะเป็นเพียงแสดงเจตนาว่า ไม่เลือกผู้ลงสมัครส.ส.เขตนั้น และไม่ส่งผลกระทบต่อส.ส.ที่ได้รับเลือกเลย แต่กติกาใหม่ที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์ "ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย" จึงได้เพิ่มบทบาท "โหวตโน" ขึ้นโดยหาก ส.ส.เขตใดที่ชนะการเลือกตั้ง แต่กลับได้คะแนนน้อยกว่า "โหวตโน" เท่ากับว่า การเลือกตั้งเขตนั้น "เป็นโมฆะ" ต้องเลือกตั้งใหม่ โดยที่ผู้สมัครคนเดิมของทุกพรรค ไม่สามารถกลับมาลงสมัครได้ และจะไปลงเขตอื่นก็ไม่ได้ ... และถ้าเลือกตั้งใหม่แล้วคะแนน"โหวตโน" ยังชนะอีก ก็ต้องเลือกตั้งใหม่อีก จนกว่าประชาชนจะได้คนที่เขาพอใจ ... แบบว่าจะขอตื๊อ ขอป่วน ให้ถึงที่สุด ...
"แทกติก" ทั้งสองประการที่กล่าว คือ การประกาศ "เทคะแนน" ให้ผู้สมัครรายอื่น และการชักจูงให้ "โหวตโน" ถือเป็นเหตุการณ์ที่เข้าลักษณะ "ความปรากฏต่อกกต." ดังนั้น นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. จึงได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมกกต. โดยไม่ต้องรอให้มีคนมาร้องเรียน และที่ประชุมกกต. มีข้อสรุปว่า ให้เลขาธิการ กกต. หรือ สำนักงานกกต. ตั้งคณะสืบสวนไต่สวนฯ ต่อผู้ที่กระทำการดังกล่าว เพราะกฎหมายห้ามไว้ชัดว่า จะต้องให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ตัดสินใจเลือกเอง ห้ามชักจูง ชี้นำ
"การทำใด ครอบงำ ชี้นำ ชักจูง จูงใจ สิ่งที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย มีอยู่แน่ๆ ถือเป็นความผิด การกระทำที่ใดที่อาจเป็นความผิด เราต้องตรวจสอบ และหากเข้าข่าย ก็ต้องดำเนินการ " ประธาน กกต.ระบุ ... ส่วนจะเป็นความผิดของใคร ระหว่าง "ผู้ให้ และ ผู้รับ" ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน หากในจังหวัดใดที่พบว่ามีความผิดในลักษณะเป็นความปรากฏเช่นนี้ กกต. ก็สามารถสั่งตั้งกรรรมการสอบได้เป็นรายจังหวัดไป แต่ผลคงไม่ไปไกลถึง "ยุบพรรค"...
เมื่อ ประธานกกต.ออกมาพูดเช่นนี้ "นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล" ก็ออกมาตอบโต้ทันที ว่า การตัดสินใจกา "โหวตโน" เป็นสิทธิของประชาชน ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ จ.แพร่ ได้มาสะท้อนความคิดเห็นว่า ไม่อยากจะเลือกผู้สมัครรายใดในพื้นที่ และเป็นผู้เริ่มต้นเสนอที่จะ "กาโหวตโน" เอง ตัวเขาเป็นเพียงผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีโหวตโน และ ชี้แจงกับชาวบ้านฟังว่า การโหวตโน คือ อะไร จะมีผลอย่างไร ส่วนประชาชนฟังแล้ว จะตัดสินใจอย่างไร เป็นเรื่องของประชาชน ... ทั้งนี้ นายวรวัจน์ ยอมรับว่า หลังพรรค ทษช.ถูกยุบ ตัวเขาและ"หมอทศพร" ได้กลับไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง และหากแผน "โหวตโน" ได้ผล เมื่อเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เขาก็อาจมีโอกาสได้ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง

รูป – สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ –อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
-อิทธิพร บุญประคอง - วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล- ป้ายเทคะแนนเสียง ของ ฐิติมา ฉายแสง
กำลังโหลดความคิดเห็น...