xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

** "ลุงตู่" เปลี่ยนแล้ว จาก "เจ้าหน้าที่รัฐ" เป็น "บุคคลสาธารณะ" สเตตัสนั้นสำคัญไฉน แถมโพสต์ไอจี "เสือมาส่ง" ลดภาพคนหัวร้อนแข็งกร้าว อวดความน่ารักหมาเฟรนช์บูลด็อกแทน

ความเข้มข้นของศึกเลือกตั้ง'62 รายการ"จับผิดดารา" ก็เพิ่มความร้อนแรงดราม่าไปตาม โดยเฉพาะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่ถูกมองว่าเป็นตัวเก็งทั้งหลาย มีประเด็นให้ "นักร้อง"ในสังกัดทำงานกันหนัก หยิบมาเป็นเรื่องยื่นฟ้องกันอุตลุต ... หนึ่งในนั้นเป็น "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ถูกนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยื่นร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ขาดคุณสมบัติการถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพราะมีสถานะเป็น "เจ้าหน้าที่รัฐ"...
ประเด็นสถานะที่เป็น"เจ้าหน้าที่รัฐ" ของลุงตู่ ถูกคู่แข่งขยี้ขยายความมาต่อเนื่อง ซึ่งดราม่าจับผิดกันมาถึงจุดพีค เมื่อคนออนไลน์แคปหน้าจอแฟนเพจเฟซบุ๊กของลุงตู่เองมาโชว์ ว่านี่ไงหลักฐาน วงกลมแดงๆ ให้เห็นชัดๆ สถานะขึ้นมาว่าเป็น "เจ้าหน้าที่รัฐ" ชัดเจน เท่ากับตัวเองยังยอมรับว่าตัวเองว่าเป็น "เจ้าหน้าที่รัฐ" ... สเตตัสนั้นสำคัญไฉน ว่าแล้วเมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) เพจเฟซบุ๊กส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้เปลี่ยนสถานะตัวเองจาก“เจ้าหน้าที่รัฐ”มาเป็น “บุคคลสาธารณะ” เรียบร้อย ... หากจะบอกว่าไม่หวั่นไหวก็ไม่เชิง เปลี่ยนย่อมดีกว่าจะได้เลิกพูดกัน นักร้องทั้งหลายจะได้ไปหาประเด็นอื่นมาแซะกันต่อ อย่ามาเสียเวลากับเรื่องสถานะกัน ให้วุ่นวาย เพราะยังไงประเด็นนี่ก็ถูกตีความแล้วว่า ไม่ได้ส่งผลต่อคุณสมบัติของลุงตู่ในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ
ขณะที่ในอินสตาแกรมของ พล.อ.ประยุทธ์ วันเดียวกันได้โพสต์ภาพสุนัขตัวโปรดพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกลายเสือ โดยระบุว่า “เสือมาส่ง”หลายๆ คนรู้ว่า ลุงตู่นั้นเป็นคนชอบเลี้ยงหมา ที่บ้านมีอยู่หลายตัว และเจ้าเสือเป็นหนึ่งในนั้น นัยของโพสต์นี้ในเวลานี้ จึงมีมากกว่าโชว์สุนัขแน่นอน เพราะจุดที่ลุงตู่เพลี่ยงพล้ำคู่ต่อสู้ และ ถูกบดขยี้มาไม่แพ้เรื่องสถานะก็คือ บุคคลิกภาพที่แข็งกร้าว พูดจาไม่น่าฟัง ... ข้างหลังภาพIG"เสือมาส่งเสือ" ได้เห็นตัวตนความเป็นคนธรรมดาที่ไปลดภาพแข็งๆ ของลุงตู่ไม่มากก็น้อย ... โค้งสุดท้ายแล้ว มีอะไรก็ต้องงัดมาให้เต็มที่กันละ!

** กรรมตามทัน!! คดีมหากาพย์"อัลไพน์" มาถึงจุดที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์" 2 ปี ไม่รอลงอาญา เป็นอุททาหรณ์แก่ข้าราชการ ที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ รับใช้นักการเมือง หวังลาภ ยศ ตอบแทน สุดท้ายต้องอยู่ในสภาพเหมือนตกนรก ในบั้นปลายของชีวิต

นับเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของข้าราชการระดับสูง ที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อรับใช้นักการเมืองใน"ระบอบทักษิณ" ด้วยการเล่นแร่แปรธาตุ เอาที่ธรณีสงฆ์ มาเป็นที่ดินของนักการเมือง จนสุดท้ายต้องเผชิญ "วิบากกรรม" เช่น "นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ" อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ...
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ขอเล่าถึงที่มาของคดีมหากาพย์สนามกอล์ฟอัลไพน์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งยืดเยื้อมานับสิบปี ... เริ่มจากที่ดินดังกล่าว เดิมเป็นของ "นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา" ได้ทำพินัยกรรม บริจาคให้กับวัดธรรมิการามวรวิหาร ซึ่งกลายเป็นที่ธรณีสงฆ์ ซื้อขายไม่ได้ ... เมื่อ"ยายเนื่อม" เสียชีวิต มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในฐานะผู้จัดการมรดกของยายเนื่อม ได้โอนที่ดินดังกล่าวให้กับ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ... จากนั้นขายต่อให้ บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และ บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ... ต่อมา บริษัททั้งสอง นำที่ดินนี้ ไปจดทะเบียนจำนองกับธนาคาร แล้วพัฒนาที่ดิน เป็นสนามกอล์ฟ และบ้านพักอาศัย ...
ต่อมา กรมที่ดินมีคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าว ตลอดจนรายการจดทะเบียนที่เกี่ยวเนื่อง ว่าเป็นการโอนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บรรดาลูกบ้านในโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แต่กรมที่ดิน ยืนยันคำสั่งเดิม แล้วเสนอเรื่องต่อ ปลัดกระทรวงมหาดไทย... “นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ” ซึ่งขณะนั้น ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ ”ตวัดปากกา” เซ็นเพิกถอน คำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน ... เรื่องจึงถูกร้องไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. ก็มีมติชี้มูลความผิด นายยงยุทธ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157…
เรื่องนี้มันเกี่ยวเนื่องกับนักการเมืองตรงที่ "บริษัทอัลไพน์" ทั้งสองบริษัทนั้น นางอุไรวรรณ เทียนทอง ภรรยานายเสนาะ เทียนทอง , นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ ถือหุ้นใหญ่อยู่ และประจวบเหมาะกับช่วงนั้น นายเสนาะ เป็นรมช.มหาดไทย ที่ธรณีสงฆ์ จึงกลายมาเป็นที่เอกชน ... เ มื่อบริษัททั้งสองได้ที่ดินมา ก็พัฒนาเป็นสนามกอล์ฟ และบ้านจัดสรร และบังเอิญในช่วงนั้นเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 40 กิจการอัลไพน์ทั้งหมด ก็ถูกขายให้กับ ทักษิณ ชินวัตร ในปี 43 ... เรื่องมาแดงเอาก็ตอนปี 45 ที่ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน นำเอาเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จากพรรคไทยรักไทย...
เมื่อเรื่องผ่าน ป.ป.ช. ขึ้นสู่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ได้มีคำพิพากษาความผิดของนายยงยุทธ เมื่อปี 59 ว่า คำสั่งของนายยงยุทธ เป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแก่ผู้อื่น และก่อให้เกิดความเสียหาย แก่วัดธรรมิการามวรวิหาร ทั้งยังทำลายศรัทธาของผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา นายยงยุทธ ได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ป.ป.ช.ในฐานะโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ ... และ ในที่สุด ศาลฯ ได้พิพากษายืน ให้จำคุก นายยงยุทธ เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา...
ที่น่าสนใจคือ ศาลฯ ระบุในคำพิพากษา ว่า ในช่วงปี 45 นั้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า หลังจาก นายทักษิณ ชินวัตร ได้ซื้อสนามกอลฟอัลไพน์ ต่อจาก นายเสนาะ เทียนทอง แล้ว หลังจากนั้นก็พบว่า นายยงยุทธ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย จนเกษียณราชการ และยังได้รับตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ในยุครัฐบาล นายทักษิณ ...
เมื่อไปไล่เรียงดู ว่าการที่ข้าราชการระดับสูงอย่าง "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" ยอมเอาอำนาจในตำแหน่งหน้าที่ เอาชีวิตราชการ ไปรับใช้ “ทักษิณ ชินวัตร” แล้วได้รับอะไรตอบแทนบ้าง... ก็มีทั้งตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี ไปถึง”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” และ รองนายกรัฐมนตรี ..ส่วนตำแหน่งในพรรคการเมือง ก็ได้เป็น ส.ส. เป็นรองหัวหน้าพรรค และ เป็น”หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” ในช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร เผ่นออกนอกประเทศไปแล้ว ...และบทสรุปวันนี้กลับหักมุมราว "ฟ้ากับเหว" เมื่อ ยงยุทธ ในวัย 77 ปี ถูกศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และ รอการพิจารณาของศาลฎีกาอันเป็นที่สุดของคดีความ การเล่นแร่แปรธาตุ ที่ธรณีสงฆ์

“องค์กรอุณาโลม” ทำหนังสือถึง “อธิบดีราชทัณฑ์-ผบ.เรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ” เสนอใช้กำไล EM กับ “ลุงจำลอง” อดีตแกนนำพันธมิตรฯ แทนการคุมขังคดีบุกทำเนียบฯ เหตุอยู่ในวัยชราภาพ-มีโรคประจำตัว ต้องดูแลภรรยา

พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานองค์กรอุณาโลม อดีตประธานที่ปรึกษากองทัพไทย ทำหนังสือถึง พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บัญชาการเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ .. จั่วหัว เรื่อง การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว บรรยายความว่า ได้เข้าเยี่ยม พล.ต.จําลอง ศรีเมือง อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมแกนนำพันธมิตรฯ อีก 5 ราย ที่ถูกคุมขังในคดี บุกทําเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 โทษจําคุกเป็นเวลา 8 เดือน …พร้อมกล่าวถึงคุณงามความดี “มหาจําลอง” ว่า เป็นที่รู้จักและเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากประชาชนทั่วไป ทั้งในประเทศ และนานาชาติมากมาย .. อีกทั้ง “ลุงจําลอง” และภรรยา พ.ต.หญิง ศิริลักษณ์ เขียวละออ อยู่ในวัยสูงอายุ และชราภาพ มีโรคประจําตัว ต้องเข้าพบแพทย์อยู่เป็นประจําอย่างต่อเนื่องด้วยกันทั้งคู่ .. เมื่อขาดคู่ชีวิตที่ถูกจองจำ เป็นการยากในการที่ทาง “พ.ต.หญิง ศิริลักษณ์” จะเดินทางไปพบแพทย์แต่เพียงลําพัง เพราะทั้งคู่ดูแลกันและกัน ทั้งในเรื่องสุขภาพและการดูแลบริหารมูลนิธิต่างๆ มาโดยตลอด ..
จึงมีข้อพิจารณาเสนอแนะให้ทางผู้บัญชาการเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ ทําเรื่องเสนอกระทรวงยุติธรรม ในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีการลงโทษคนที่กระทําความผิดอาญา โดยไม่ต้องจําคุกในเรือนจํา ตามที่กฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการจําคุกโดยวิธีการอื่น ที่สามารถจํากัดการเดินทางและอาณาเขต ปี 2556 แต่ให้เปลี่ยนมาใช้วิธีการอื่นที่สามารถจํากัดการเดินทาง และอาณาเขตของนักโทษได้ .. หรือใช้อุปกรณ์รับส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว และให้ผู้ที่อยู่ระหว่างคุมประพฤติโดยไม่ต้องถูกขังในเรือนจํา อุปกรณ์นี้เรียกว่า EM - Electronic Monitoring เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ ในการควบคุมผู้กระทําผิดแทนการจําคุกในเรือนจํา ตามที่กฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการจําคุกอยู่แล้ว .

ภาพประกอบ
– เพจลุงตู่ (ใส่วงรี ตรงคำว่าบุคคลสาธารณะ ) - ไอจีลุงตู่ กับภาพเสือมาส่ง
-ยงยุทธ วิชัยดิษฐ , เสนาะ เทียนทอง , ทักษิณ ชินวัตร
- พล.ต.จำลอง ศรีเมือง


กำลังโหลดความคิดเห็น...