xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**บิ๊กดีลปิดจ๊อบกันรัวๆ เพื่อรับประกันการพลิกล็อก! "ศิริ" จัดให้! "เปิดปากถุง" สำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ผลประโยชน์ชาติ บนคำถามเฉือนเนื้อประชาชนไทยให้ต่างชาติ กำไรเข้ากระเป๋าใคร

คล้ายจะมั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จะนอนมาหลังการเลือกตั้ง แต่อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน อะไรๆ ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นเพื่อความชัวร์ช่วงนี้จึงเห็นการเร่งมือเซ็นสัญญา"บิ๊กโปรเจกต์" ที่คั่งค้างให้สะเด็ดน้ำ ...ไม่แต่ “ล้างท่อ”อีกทั้งยังมีรายการ “เปิดปากถุง”ประกาศเปิดประมูลโครงการใหม่ ทั้งที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รัฐบาลเก่าจะไป รัฐบาลใหม่จะมา การตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ ไม่ควรที่รัฐบาลชุดนี้จะเร่งรีบดำเนินการ ทุกอย่างควรหยุดรอให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศหลังการเลือกตั้งจะดีกว่า ... ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ งานนี้รัฐมนตรีที่มีภาพดีอย่าง"นายศิริ จิระพงษ์พันธุ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดูจะกระเหี้ยนกระหือรือ ออกหน้าอย่างแข็งขัน โดยมีบิ๊กดีลทิ้งทวนโค้งสุดท้ายในมืออยู่หลายโครงการ ทั้งประมูลปิโตรเลียม และรับซื้อไฟฟ้า
ที่สำคัญสุดคือ รายการ“เปิดปากถุง”โครงการประมูลใหม่ โดยนายศิริ มอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ศึกษาเตรียมพร้อมเปิดเชิญชวนให้เอกชนยื่นประมูลขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ แปลงสำรวจในพื้นที่อ่าวไทย ด้วยระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC)ภายในเดือนมิ.ย.62 นี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแบบเดียวกับที่เปิดประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ และบงกช เช่น การกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเสนอให้หน่วยงานรัฐเข้าไปถือหุ้นสัดส่วน 25% ซึ่งเป็นการเตรียมการพร้อมให้รัฐบาลใหม่ เข้ามาดำเนินการต่อได้ทันที
การเตรียมเปิดประมูลปิโตรเลียมรอบใหม่ที่รัฐมนตรีพลังงาน ป่าวประกาศล่วงหน้าในจังหวะนี้ ด้วยระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) นั้น เจาะไส้ในก็อย่างที่รู้ๆ กันว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงชื่อเท่านั้น เนื่องจากสาระสำคัญไม่ต่างไปจากระบบสัมปทาน ด้วยว่าเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการปิโตรเลียมที่ขุดค้นขึ้นมาได้ทั้งหมด รัฐบาลก็เพียงแต่เป็นผู้ "แบ่งปันผลประโยชน์" ตามเงื่อนไขการประมูล ไม่ได้ "แบ่งปันผลผลิต" กันระหว่างรัฐกับเอกชน แล้วรัฐบาลนำเอาผลผลิตหรือปิโตรเลียมนั้น มาบริหารจัดการเองโดยการตั้ง"บรรษัทพลังงานแห่งชาติ" ขึ้นมารองรับดังที่ภาคประชาชนเคยมีข้อเสนอ และข้อเรียกร้องแต่อย่างใด
การเซ็นสัญญาปิโตรเลียมในระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกือบ 40 ปี ในแหล่งเอราวัณและบงกช ระหว่างกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน และกลุ่มปตท.สผ. ที่มีขึ้นเมื่อวันก่อน เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ เพื่อรับประกันการพลิกล็อก ซึ่ง นายศิริ อวดโอ่ว่า จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและประเทศ 6.5 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 10 ปี (ปี 2565-2574) ถือเป็นดีลใหญ่ที่สุดดีลหนึ่ง ของรัฐบาลชุดนี้ ... เป็น"บิ๊กดีล" ที่ชวนให้ตั้งข้อสังเกต ว่า ดีลนี้ต้องพลาดไม่ได้ เพราะเป็นการยกประโยชน์แหล่งก๊าซใหญ่สุด 2 แหล่ง เป็นเวลา 36 ปี ให้กับเอกชนได้ครอบครองต่อไปอย่างเบ็ดเสร็จ มูลค่าปิโตรเลียมใน 2 แปลงนี้ ปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท 36 ปี ก็เป็นมูลค่าถึงประมาณ "7 ล้านล้านบาท" ถ้าหากจะมีเงินทอนสัก 10% ก็ 7 แสนล้านบาท หรือแค่ 5% ก็ยัง 3.5 แสนล้านบาท ใช่หรือไม่ !?
**การเร่งรีบเซ็นสัญญาก่อนหมดวาระ ก็เพื่อตัดโอกาสรัฐบาลชุดต่อไปบอกยกเลิกสัญญา หรือหากจะมีการยกเลิก ก็คงต้องเสียค่าโง่กันอีก ใช่หรือไม่?
ส่วนเงื่อนไขการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมใหม่ ที่กำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเสนอให้หน่วยงานรัฐเข้าไปถือหุ้น สัดส่วน 25% นั้น เป็นแต่เพียงเงื่อนไขที่ตั้งไว้แบบเท่ๆ เท่านั้น หรือไม่ ? เพราะเอาเข้าจริงการประมูลแหล่งก๊าซฯเอราวัณ และบงกช ที่กำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไว้ แต่สุดท้ายรัฐบาลก็สละสิทธิ์ไปหน้าตาเฉย ตีขลุมเอาว่า ปตท.สผ. ก็ถือเป็นตัวแทนของหน่วยงานรัฐได้ไป ซะงั้น ... พอนายศิริ เปิดเงื่อนไขประมูลปิโตรเลียมรอบใหม่มาเช่นนี้ "นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงถือโอกาส"ลากไส้" มาให้ดูกันจะจะ ว่า “ทำไมรัฐบาลนี้เฉือนเนื้อประชาชนคนไทย ไปให้ต่างชาติ?”โดยกล่าวถึงกรณีเอราวัณและกงกช การที่รัฐละทิ้งสิทธิในการเข้าไปร่วมลงทุน 25% ในบริษัทที่รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตปิโตรเลียมนั้น มีผลเสียหายอย่างไร ซึ่ง นายธีระชัย เคยโพสต์ตั้งคำถามเอาไว้ตั้งแต่กลุ่ม ปตท.สผ. ชนะประมูล...
เมื่อนายศิริ เซ็นสัญญาในแหล่งก๊าซทั้งสองแหล่ง และป่าวประกาศเปิดประมูลใหม่ นายธีระชัย ได้แสดงตัวเลขว่า กรณีไม่ใช้สิทธิร่วมลงทุน 25% :- สำหรับแปลงบงกช รัฐจะได้สัดส่วนผลประโยชน์น้อยลง จาก 49.8% เหลือเพียง 33.1% ผู้ที่ได้ประโยชน์นี้ไปจากรัฐ คือ ผู้ถือหุ้นเอกชนใน ปตท.สผ. ซึ่งมีทั้งนักลงทุนไทย และนักลงทุนต่างชาติ จึงเป็นกรณีที่รัฐบาลนี้ "เฉือนเนื้อประชาชนคนไทยทั้งมวล" ไปให้แก่คนกลุ่มเล็ก และนักเล่นหุ้นต่างชาติ อย่างไม่เกรงใจใคร ... แต่ที่น่าเจ็บใจมากกว่า คือ สำหรับแปลงเอราวัณ รัฐได้สัดส่วนผลประโยชน์น้อยลง จาก 39.9% เหลือเพียง 19.9% ผู้ที่ได้ประโยชน์นี้ไปจากรัฐ คือ ผู้ถือหุ้นเอกชนใน ปตท.สผ. ซึ่งมีทั้งนักลงทุนไทย และนักลงทุนต่างชาติ เช่นเดิม และผู้ที่ฉกฉวยประโยชน์นี้ไปจากรัฐเพิ่มขึ้น คือ "กลุ่มมูบาดาลา" ซึ่งได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น จาก 30% เป็น 40% กำไรเหนาะๆ !!! จนมีคนตั้งข้อสังเกตโยงใยกลุ่มทุนมูบาดาลา ไปยังอดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยซื้อสโมสรฟุตบอลที่โด่งดังมาแล้ว...
ที่น่าแปลกประหลาดไม่น้อยห้อยท้ายมาก็คือ ทีมผู้บริหาร ปตท.สผ. เตรียมเปิดโอกาสดึงพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนในแหล่งบงกชและเอราวัณ หลังเข้าดำเนินการแล้วหนึ่งปี เพื่อลดความเสี่ยงธุรกิจ และพันธมิตรที่เล็งไว้ ก็หาใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหน้าเก่าเจ้าเดิม คือ "เชฟรอน" และ "มิตซุยออยล์" ตกลงเปิดประมูลแหล่งก๊าซฯ ที่ว่านี่ใช่รายการแหกตาประชาชน กันหรืออย่างไร ... ไม่แต่การเซ็นสัญญาแหล่งก๊าซบงกช-เอราวัณ และเปิดสัมปทานปิโตรเลียมใหม่รอรัฐบาลหลังเลือกตั้งเท่านั้น นายศิริ ยังเดินหน้าเซ็นสัญญา"ซื้อขายไฟฟ้า" กับ สปป.ลาว โดยมีกำหนดเซ็นสัญญาในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ก่อนหน้าวันเลือกตั้งไม่ถึง 10 วัน เป็นการลงนามซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ "โครงการน้ำงึม 1 และ เซเสด" โดยเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่หลังจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับเดิมหมดอายุ ... เซ็นต่อ และมีเซ็นเพิ่มด้วย โดยใน โอกาสนี้ จะหารือกันถึงการซื้อขายไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ที่เหลือตามข้อตกลงเบื้องต้น (เอ็มโอยู) อีก 3,000 เมกะวัตต์ (MW)จากข้อตกลงรวม 9,000 เมกะวัตต์ และลงนามสัญญารับซื้อไปแล้ว 6,000 เมกะวัตต์ ...
ยัง ยังไม่พอ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ยังจะเร่งกำหนดรายละเอียดการผลิตไฟฟ้าตามกรอบร่างแผนพัฒนาผลิตไฟฟ้าระยะยาว 2018 (2561-2580) ส่วนนี้จะมีการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี ) ประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าหลัก กฟผ. 5,400 เมกะวัตต์ และส่งเสริมพลังงานทดแทนอีกด้วย ... เอาให้ครบ จบในม้วนเดียว ก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง .

** ต้องลงโทษสถานหนัก!! เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง กรณีกลุ่มวัยรุ่น "เดนสังคม" ที่บุกเข้าไปทำร้ายครู นักเรียน กระทำอนาจาร นักเรียนหญิง ที่กำลังสอบ GAT-PAT เพียงเพราะ ไม่พอใจที่ทางโรงเรียนขอให้งดใช้เสียงในขบวนแห่นาค

เสียงก่นด่า สาปแช่งกระหึ่มเมือง กับการกระทำที่อุกอาจ สะเทือนขวัญ ท้าทายกฎหมายบ้านเมือง ของกลุ่มวัยรุ่น "เดนสังคม" ที่ยกพวก 30-40 คน บุกเข้าไปทำร้ายร่างกาย ชกต่อย ตบตี ครู นักเรียน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กระทำอนาจารนักเรียนหญิง ในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ถนนเอกชัย เเขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ที่กำลังมีการสอบ GAT-PAT... เพียงเพราะไม่พอใจที่ทางโรงเรียนขอร้องให้ ขบวนแห่นาค งดใช้เสียง เพราะนักเรียนกำลังต้องการสมาธิในการทำข้อสอบ...
การสอบ GAT-PAT ถือว่าเป็นการสอบที่สำคัญสำหรับนักเรียนที่จบชั้น ม.6 เพราะจะต้องนำคะแนนไปใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อที่สำคัญช่วงหนึ่งของชีวิต ขณะที่นักเรียนกำลังคร่ำเคร่งกับการทำข้อสอบ ก็มีขบวนแห่นาค ที่จะเข้าบวชที่วัดสิงห์ ซึ่งอยู่ติดกับโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ขอความร่วมมือให้ขบวนแห่ หยุดการละเล่น งดใช้เสียง ประกาศไปหลายครั้ง แต่ขบวนแห่นาคก็ไม่สนใจ ... ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงส่งครูไปเจรจากับทางวัด และเจ้าภาพ ถกเหตุผล ขอร้องกันอยู่นาน กว่าขบวนแห่จะยอม ... หลังจากคณะครูที่ไปเจรจากลับมาไม่นาน กลุ่มวัยรุ่นที่เป็นญาติและเพื่อนพ้องของ "นาค" รวมทั้งนักดนตรี ประมาณ 30-40 คน มีหลายคนที่อยู่ในอาการเมาสุรา ก็บุกเข้ามาในโรงเรียน ตรงดิ่งไปยังห้อง ผอ.โรงเรียน แล้วเข้ารุมชกต่อย ตบตี จนหน้าบวมปูด ทำลายข้าวของในห้องเสียหาย กระจุยกระจาย แม้แต่ครูผู้หญิงที่เข้ามาห้ามก็ถูกทำร้าย ถูกตบหน้าไปด้วย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็บุกเข้าไปในห้องเรียนที่กำลังมีการสอบ ทำร้ายนักเรียน และครู ขยำ เหยียบกระดาษคำตอบ ยังมีนักเรียนหญิงบางคนถูกลวนลาม มีหลายคนบาดเจ็บถึงขั้นส่งโรงพยาบาล จากนั้น "กลุ่มอันธพาลเดนสังคม" ก็แยกย้าย หลบหนีไป
ข่าวการกระทำที่เถื่อน ถ่อย ของวัยรุ่นกลุ่มนี้ ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ก่นดา กันอย่างแพร่หลาย ในโลกโซเชียลฯ และคนที่ได้ทราบข่าว ว่าทำไมถึงได้ ”เลวบริสุทธิ์” กันขนาดนี้ เพราะนอกจากส่งผลกระทบทางร่างกายแล้ว ยังมีผลกระทบด้านจิตใจ ทั้งความกังวล เกี่ยวกับผลของการสอบที่จะออกมา ทั้งในส่วนของเด็กนักเรียน และ ผู้ปกครอง ... เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะพฤติกรรมดังกล่าว ถือเป็น "ภัยสังคม" อย่างยิ่ง ซึ่งล่าสุด (วานนี้ 25 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมมาได้แล้ว 24 ราย เป็นเยาวชน 4 ราย พร้อมกับแจ้งข้อหา ทั้งหมด 4 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ , ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบปากคำ หากมีเบาะแสเพิ่ม ก็จะมีการแจ้งขอหาเพิ่มเติม ส่วนนักเรียนหญิงที่ถูกลวนลามนั้น จะเรียกนักเรียนหญิงมาสอบปากคำ และชี้ตัวผู้ก่อเหตุ หากมีความชัดเจน ก็จะแจ้งข้อหาอนาจาร เพิ่มเติม โดยจะดำเนินการขั้นสูงสุดทุกคดี เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นพนักงานสอบสวน ส่วนที่เหลือทางตำรวจจะดำเนินการขออนุมัติศาล เพื่อออกหมายจับ ต่อไป
ในแง่มุมของกฎหมายนั้น นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า รู้สึกเทือนความรู้สึกมาก เป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมายบ้านเมืองยิ่งนัก พร้อมชี้แจงความผิด และโทษที่สมควรได้รับ โดยยกคดีแมสเซนเจอร์ ขี่รถจักรยานยนต์ บนฟุตปาธ ย้อนศรชนเด็กนักเรียน อัยการยังยื่นฟ้อง ขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก จนถูกตัดสินจำคุกหนึ่งเดือน ริบรถจักรยานยนต์ สำหรับคดีนี้ มีพฤติกรรมอุกอาจ ท้าทายกฎหมายบ้านเมืองมาก รอให้ตำรวจส่งสำนวนให้อัยการ ตรวจดูการสอบสวนแล้ว คงไม่พ้นที่อัยการจะยื่นคำฟ้องที่เป็นดุลพินิจของอัยการเแถม ด้วยการขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก เพื่อให้กฎหมายมีประสิทธิภาพเต็มที่ในการคุ้มครองสุจริตชน คนดี ให้อยู่อย่างมีความสุขในสังคมได้
-----------------------






รูป-
- ศิริ จิระพงษ์พันธุ์ - ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

- กลุ่มวัยรุ่นที่บุกเข้าไปทำร้ายครู นักเรียน ในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ - พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา - โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง
กำลังโหลดความคิดเห็น...