xs
xsm
sm
md
lg

ฤาคนไทยจะได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นประเทศสุดท้ายของโลก?

เผยแพร่:   โดย: ประสาท มีแต้ม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้บรรยายเรื่อง “ทางออกด้านพลังงานของไทยและโลก” ให้กับนักศึกษาระดับปริญญาโทสาขาที่เกี่ยวกับการสื่อสารของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในตอนหนึ่งผมได้นำผลการวิจัยของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย Stanford ท่านหนึ่งที่สรุปว่า “ภายในปี 2025รถยนต์ที่ออกใหม่ทุกคันในโลกจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงรถกระบะและรถบรรทุกด้วย”

ปรากฏว่ามีนักศึกษาคนหนึ่งไม่เชื่อ เขาให้เหตุผลประกอบ แต่น่าเสียดายมากที่ผมเสียสมาธิจากอาการหวัดและไอมากจนจำสาระสำคัญตอนนั้นไม่ได้ จำได้แต่คำว่า “over claim” ซึ่งหมายถึง “อ้างมากเกินไป” ผมรู้สึกประทับใจและขอชื่นชมนักศึกษาท่านนี้มาก

สิ่งที่ผมได้อธิบายเพิ่มเติมไปก็คือ ผู้วิจัย (โดยคุณ Tony Seba) ได้ใช้เหตุผลในเรื่องเศรษฐกิจล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับปัจจัยสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าโลกร้อน หรือมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง PM2.5 แต่อย่างใด กล่าวคือ (1) รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานถึง 90-95% ในขณะที่รถยนต์เผาไหม้ภายใน (ใช้น้ำมันหรือก๊าซ) มีประสิทธิภาพเพียง 17-21% เท่านั้น พลังงานส่วนใหญ่กลายไปเป็นความร้อน (ซึ่งไม่มีประโยชน์และต้องกำจัดออก) (2) รถยนต์ไฟฟ้ามีอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่เพียง 18 ชิ้นเท่านั้น ในขณะที่รถยนต์แบบเดิมมีถึง 2 พันชิ้นและ (3) ค่าบำรุงรักษาต่างกันมาก

ผมได้นำข้อมูลจากแหล่งหนึ่งมาคิดให้ดู โดยใช้รถยนต์ 2 ประเภทนี้ (ซึ่งมีราคาขายใกล้เคียงกัน) มาคำนวณค่าใช้จ่ายในการใช้เชื้อเพลิง โดยใช้ราคาน้ำมันและราคาไฟฟ้าในประเทศไทย ถ้าใช้งานปีละ 2 หมื่นกิโลเมตร ค่าน้ำมันประมาณ 6 หมื่นบาท (11.4 กิโลเมตรต่อลิตร) ในขณะที่ค่าไฟฟ้า(ราคาบ้าน) ประมาณ 13,000 บาท (6.6 กิโลเมตรต่อหน่วยไฟฟ้า) หรือต่างกันเกือบ 5 เท่า

ในเวลา 5 ปี ค่าเชื้อเพลิงอย่างเดียวก็ต่างกันถึงเกือบ 2.5 แสนบาท

ผมได้เรียนต่อไปว่า ปัจจุบันมีบริษัท (ไม่แน่ใจว่าเป็นยี่ห้อ Volvo หรือ BMW) ได้ประกาศแล้วว่าจะเลิกผลิตรถยนต์ที่เผาไหม้ภายในปี 2019 หลังจากนั้นก็จะผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า

กลับมาจากการบรรยาย ผมได้พยายามค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่ง พบว่ามีข้อมูลที่ใกล้เคียงกัน ผมจึงนำมาเสนอและพยากรณ์ต่อไปในอนาคต ดังภาพครับ

จากข้อมูลดังกล่าวและผลการคำนวณอย่างคร่าวๆ (และอนุรักษนิยมที่สุด) ของผมเองพบว่า ในปี 2025 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าออกใหม่ทั่วโลกปีละ 67 ล้านคัน

คำถามของผมก็คือว่า ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเรากำลังมีปัญหาฝุ่นพิษที่เรียกว่า PM2.5 อย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุหลักมาจากการปล่อยมาจากรถยนต์ที่มีการเผาไหม้ภายใน) แต่ทำไมจึงไม่มีการพูดถึงการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งจากภาครัฐและสมาคมผู้ประกอบการผลิตรถยนต์

เมื่อประมาณ2-3 ปีที่แล้ว ผมเคยได้ยินจากปากของผู้ประกอบการ (ผ่านสื่อทีวี) ว่า บริษัทผู้ประกอบการในประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพราะได้ผลิตอะไหล่เอาไว้เยอะ

เราจะเอากันอย่างนี้หรือครับ คือให้ผู้ประกอบการเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศ นักการเมืองที่เรากำลังจะเลือกตั้งกันเข้าไปคือผู้ที่คอยรับคำสั่งของผู้ประกอบการเท่านั้น

เรารู้และเชื่อว่าข้อความดังกล่าวเป็นความจริง แต่ประชาชนไทยจะยอมจำนนอยู่กันอย่างนี้ต่อไปอีกหรือ?

พอกันทีได้แล้ว!


ประชาชนไทยจะต้องช่วยทำอย่างไรนั้น เอาไว้พูดกันในโอกาสต่อไปนะครับ แต่ตอนนี้ขอให้ช่วยกันส่งเสียงที่เป็นความจริงออกมาให้สังคมได้รับรู้และลบมายาคติเดิมๆ ออกไปก่อน

ขออีกนิดครับ เพื่อยืนยันถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลเมื่อเดือนสิงหาคม 2018 ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในรัฐแคลิฟอร์เนียสูงถึง 9.9% ของยอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งหมด (https://qz.com/1465465/in-california-electric-vehicles-now-make-up-10-of-all-new-cars-sold/)

เรื่องที่ผมได้เล่ามาแล้ว เป็นเรื่องในปัจจุบันและในอนาคต (ในอีก 6 ปีข้างหน้า) ซึ่งคนไทยเราไม่ค่อยได้รับทราบกัน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเอาเรื่องในปัจจุบันและในอดีต ซึ่งคนไทยเราก็ไม่ค่อยได้รับทราบเช่นกัน

นั่นคือ ค่าโดยสารรถไฟฟ้าต่อหนึ่งกิโลเมตรของกรุงเทพฯ แพงกว่าในสิงคโปร์ ฮ่องกง และลอนดอนครับ ซึ่งเป็นราคาที่ได้ปรับตามสภาพค่าครองชีพเรียบร้อยแล้ว

ของกรุงเทพฯ แพงกว่าของลอนดอน 19% ครับ

แพงกว่ากัวลาลัมเปอร์ที่ผมเคยใช้บริการ

เมื่อวานนี้เอง (23 ก.พ. 62) ผมได้นั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงแล้วไปต่อรถใต้ดินสายสีน้ำเงิน โดยใช้สิทธิของผู้สูงอายุ (ครึ่งราคา) จากสถานีบางรักใหญ่ถึงสุขุมวิท ผมพบว่า มีราคาถูกกว่า นั่งสายสีม่วงแล้วไปต่อสายสีน้ำเงิน แล้วต่อสายบีทีเอส ถูกกว่ากันเยอะครับ

สรุป เรายังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกเยอะในเรื่องความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลไทย ทั้งที่กำลังเป็นอยู่และในอนาคตอันใกล้ เราต้องช่วยกันทำความจริงให้ปรากฏ ด้วยเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ในมือ อย่างน้อยก็ช่วยกันแชร์บทความของผม รับรองว่าไม่บิดเบือน ไม่หลอกลวง และอ้างอิงได้ครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...