xs
xsm
sm
md
lg

พปชร.มั่นใจบิ๊กตู่ พร้อมให้ตรวจคุณสมบัติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"พุทธิพงษ์" ยันพปชร.ไม่ลอกนโยบายใคร เชื่อคุณสมบัติ "ประยุทธ์" ตรวจสอบได้ ไร้ปัญหา "กอบศักดิ์" ปลื้ม "รังสิตโพล" ระบุพปชร. คะแนนนำ หลัง "ลุงตู่" รับแคนดิเดตนายกฯ ด้าน"หญิงหน่อย"ยกครอบครัวพร้อม"น้องจินนี่" หาเสียงย่านสยามสแควร์ ถาม"บิ๊กตู่"ทำสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสมควรแล้วหรือ ไม่ "เรืองไกร" ยื่น 3 ประเด็นร้อนยุบ"พปชร."

วานนี้ (17ก.พ.) ที่สวนจตุจักร นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึง กรณีที่ถูกโจมตีว่าพรรคพปชร. ก๊อบปี้นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า เราพยายามหานโยบายที่ดีให้พี่น้องประชาชน แนวนโยบายของทุกพรรคจึงต่างคนต่างคิด คงลอกกันยาก เพราะประชาชนก็ดูอยู่ พรรคพปชร. มีนโยบายที่พูดแล้วทำได้จริง แม้จะเป็นนโยบายที่ไม่สวยหรู แต่เป็นนโยบายที่คนอยากได้ ซึ่งทำได้ทันที สามารถทำได้เลยหากได้เข้ามา เป็นรัฐบาล และเราพร้อมสานต่อนโยบายของรัฐบาลนี้ เช่น โครงการรถไฟฟ้า เป็นต้น

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นกฎตายตัวอยู่แล้ว พรรคที่ได้เสียงมากที่สุดในสภาจะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล วันนี้เราไม่ได้สนใจว่าจะจับมือ หรือฮั้วกับใคร แต่จะตั้งใจหาเสียงให้ได้มากที่สุด พรรคใดมีนโยบายใกล้เคียงกับเรา ต้องไปว่ากันหลังเลือกตั้ง จึงไม่ได้กังวลเรื่องนี้ เชื่อว่าคนไทยทุกคน ต้องการเปลี่ยนการเมืองให้เป็นแบบใหม่ เราจึงเสนอทางเลือกแบบใหม่ที่ดีที่สุด

ส่วนที่มาหาเสียงที่จตุจักรนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ลงพื้นที่ตามหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เป็นความบังเอิญ ที่การลงพื้นที่แต่ละครั้งถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็น ว่าเราใช้ความได้เปรียบเสียเปรียบ กับชื่อคนที่เราเสนอเป็นนายกฯ โดยเราได้เตรียมตัว และระมัดระวังเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความนิยมในตัวพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราชนะเลือกตั้ง เพราะสิ่งสำคัญคือในวันนี้มีความสงบเรียบร้อย หากประชาชนไม่มีความสุข ก็ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาอื่นๆเลย เชื่อว่าความเป็นผู้นำของพล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่น เกิดความไว้วางใจ ว่าประเทศจะเดินไปด้วยความสงบเรียบร้อย การแก้ไขปัญหาอื่น ก็ต้องเร่งดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ถูกยุบ จะทำให้พรรคพปชร. มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เราไม่ได้มองเรื่องนั้น เพราะคิดว่าพรรคทษช. ก็เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ที่อาสาตัวเข้ามา เราก็ทำหน้าที่ของเรา พรรคเราไม่มีนโยบายไปซ้ำเติมพรรคอื่น หรือใช้โอกาสนี้สร้างความได้เปรียบทางการเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา เขาก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคพปชร. จะกระทบต่อการหาเสียงหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ตามระบอบประชาธิปไตยการตรวจสอบเป็นสิ่งที่ดี เราทุกคนเห็นด้วย เมื่อเข้าสู่การตรวจสอบแล้ว เราจะต้องเชื่อถือ และเชื่อมั่นในการตรวจสอบนั้น ไม่ใช่ว่าตรวจสอบแล้ว ออกมาไม่เป็นดั่งใจ ก็ดำเนินการอื่นๆ อีก แบบไม่จบ

ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถรวมดีเบต กับแคนดิเดตพรรคการเมืองอื่นได้หรือไม่นั้น เราตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัย และเดินหาเสียงกับผู้สมัครได้ อะไรที่เราเห็นว่าจะขัดต่อกฎหมาย เราต้องละเว้น เราไม่ดื้อ และต้องเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังวางตัวเป็นกลาง ไม่เคยมาช่วยพรรคหาเสียง เพียงแต่ขึ้นรูปคู่กับผู้สมัคร เท่านั้น

ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ค่อนข้างบ่อยในช่วงนี้ จนถูกมองว่าช่วยพรรคหาเสียงทางอ้อมนั้น ขอให้ดูว่าการลงพื้นที่ดังกล่าว ให้คุณให้โทษกับพรรคหรือไม่ ตนไม่เห็นว่าเป็นการให้คุณให้โทษแต่อย่างใด เพราะถือเป็นการตรวจราชการ พรรคไม่เคยได้รับประโยชน์ใดๆจากการลงพื้นที่เหล่านั้น เราควรแยกให้ชัด ระหว่างการทำงานงานราชการแผ่นดิน กับ พรรคพปชร.

นายพุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึง พรรคอนาคตใหม่ว่า มีพรรคการเมืองบางพรรควิจารณ์ว่า พรรคพปชร.ใช้ความได้เปรียบพรรคอื่นในการหาเสียงนั้น มองว่าการเมืองใหม่ ต้องยึดถือและยึดโยงกับความเป็นจริงในระเบียบกฎหมาย และรธน. วันนี้หลายคนพูดถึงการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ยกเลิกกิจกรรมไหว้ครู ซึ่งการยกเลิกเหล่านี้ ควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ว่าประเพณีปฏิบัติของเรานั้น เป็นอย่างไร พรรคพปชร.ก็มีคนรุ่นใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก มีหลายแนวคิดที่เป็นความคิดใหม่ ในเมื่อทำไม่ได้ และฝืนกับวัฒนธรรม ธรรมเนียมของคนไทย เราก็เลี่ยง ขอให้ประชาชนคำนึงให้มาก เพราะสิ่งที่หาเสียงต้องทำได้จริง

**ปลื้ม"รังสิตโพล"ชี้ พปชร. คะแนนนำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพปชร. ลงพื้นที่สำรวจคลองลาดพร้าว ชุมชนต้นแบบคลองกรุงเทพฯ พร้อมผู้สมัคร ส.ส. พปชร. นายสิระ เจนจาคะ พื้นที่หลักสี่ จตุจักร เขต 9 , ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น พื้นที่บางเขน เขต 12 , นายอิทธิพันธ์ เศรษฐยุกานนท์ เขต 11 สายไหม และ กษิดิ์เดช ชูติมันต์ เขต 8 ลาดพร้าว ลงพื้นที่คลองลาดพร้าว เยี่ยมพี่น้องตลอด 2 ฝั่งคลอง ตามนโยบายคลองสวยน้ำใส และเชื่อมต่อการเดินทางน้ำรอบกรุง รวมถึงการพัฒนาชุมชนริมคลอง

นายกอบศักดิ์ ยังกล่าวถึง"รังสิตโพล" ที่ผลสำรวจล่าสุดพบว่า พรรคการเมืองที่จะได้คะแนนสูงสุด คือ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 21.5 ว่า เป็นครั้งแรก ที่พรรคพลังประชารัฐ เป็น เบอร์ 1 ในโพล ซึ่งเกิดจากความขยันของผู้สมัครส.ส.ของพรรค ที่ลงพื้นที่เป็นประจำทำให้เข้าถึงประชาชน ได้รับความเชื่อใจและเชื่อมั่น ตลอจนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของพรรค โดยยืนยันว่า พรรคจะทำต่อไป เพราะยังมีอีกหลายโพลที่จะต้องต่อสู้และยังมีเวลา 35 วัน ที่ต้องต่อสู้มากกว่านี้ เพื่อให้ชนะใจประชาชน และเพื่อให้กรุงเทพมหานคร เกิดความเปลี่ยนแปลง สร้างความหวังให้คนกรุงเทพฯ โดยเน้นสาระและทำงานได้จริง

นายกอบศักดิ์ ยั้งกล่าวถึงความไม่ชัดเจนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยังไม่สามารถมาช่วยพรรคหาเสียงได้ ว่า ก็ไม่เป็นไร แต่การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ก็ช่วยได้มาก และทุกครั้งที่มีโพล จะเห็นได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็น 1 ในดวงใจของทุกคน ส่วนกกต. จะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยหาเสียงได้แค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ กกต. และพรรคก็พร้อมรับฟัง

** "เจ๊หน่อย"ควง"น้องจินนี่"หาเสียงสยามสแควร์
วานนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง และหนึ่งในแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมครอบครัว ทั้ง นายสมยศ ลีลาปัญญาเลิศ สามี และ บุตรอีก 3 คน คือ บอส ภูมิภัทร ลีลาปัญญาเลิศ , เบสท์ พีรภัทร ลีลาปัญญาเลิศ และ น้องจินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลูกสาวคนสุดท้อง ที่เป็นขวัญใจชาวโซเชียล ลงพื้นที่หาเสียงย่านสยามสแควร์ โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ความสนใจเข้ามาขอถ่ายรูปตลอดทั้งเส้นทาง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า ที่พาครอบครัวมาด้วย เพราะตนจะต้องไปหาเสียงหลายวัน และลูกๆ ก็มีเรียนพิเศษในย่านนี้พอดี

คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า อย่างที่เห็นกันว่า การทำโรดแมปเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการทำเพื่อนำไปสู่การคืนอำนาจให้ คสช. กลับมามีอำนาจอีกครั้ง ทั้งเรื่องการหาเสียง การลงพื้นที่ การใช้อำนาจรัฐ ที่เอื้อต่อพรรคการเมืองหนึ่ง เราก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด แม้ว่าจะถูกเอารัดเอาเปรียบ และการเอาเปรียบเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ผิดต่อข้อกฎหมาย

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังได้ฝากคำถามไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ กกต. ว่า "บัดนี้ได้ทำหน้าที่เป็นทั้งหัวหน้าคสช. เป็นทั้งนายกรัฐมนตรี และเป็นแคนดิเดตนายกฯ ให้กับพรรคการเมืองหนึ่ง ถือว่าเป็นการกระทำอันใช้อำนาจ ในฐานะหัวหน้า คสช. และนายกฯ ที่ส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ และส่งให้เกิดผลดีต่อพรรคการเมืองหนึ่ง เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสมควรหรือไม่ และขอถาม กกต. ว่า จะปล่อยให้มีเหตุการณ์อย่างนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งเลยหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ตลอด 27 ปีที่ทำงานทางการเมืองมา ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ถือว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ได้เกิดปรากฏการณ์หลายอย่าง ซึ่งรัฐบาลที่อยู่ในการเลือกตั้ง จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ที่ไม่มีอำนาจใดๆ ทั้งด้านงบประมาณ และการโยกย้ายคน เหมือนกับมาทำงานรูทีน เป็นปลัดกระทรวงเท่านั้น แต่นี่เป็นครั้งแรก ที่การเลือกตั้ง ที่นายกฯ และ ครม. ยังมีอำนาจเต็ม ทั้งยังมีอำนาจตาม ม.44 อีกด้วย

**"เรืองไกร"ยื่นกกต.จี้ยุบ "พปชร."
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า การที่กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้เห็นว่า ในกรณีมีการยื่นยุบพรรคอื่น กกต.ก็ต้องใช้หลักพิจารณาเดียวที่ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งในขณะนี้ มี 3 คำร้องอยู่ในข่าย กกต.สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐได้ คือกรณี นายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรคพปชร. ก่อนที่จะเป็นสมาชิกพรรค กรณีพรรคพปชร. จัดงานระดมทุนโดยขายโต๊ะจีนราคาโต๊ะละ 3 ล้านบาท และกรณีพรรคพปชร. เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่ยังเป็นหัวหน้าคสช.

ดังนั้นในวันนี้ (18ก.พ.) เวลา 11.00น. ตนจะไปยื่นคำร้องต่อกกต. ขอให้ใช้ช่องทาง และแนวปฏิบัติเดียวกันในการยื่นยุยพรรคไทยรักษาชาติ กับการยื่นยุบพรรคพปชร. ด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...