xs
xsm
sm
md
lg

เปิดเล้าไก่...สำรวจ “ภูมิคุ้มกัน”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ปิดฉากสัปดาห์นี้...เห็นทีคงต้องร่อนกลับมา “เปิดเล้าไก่” ดูอะไรต่อมิอะไรในบ้านเรากันมั่งแล้ว เพราะช่วงปลายสัปดาห์ขณะที่กำลังเขียนต้นฉบับชิ้นนี้โดยสีสันบรรยากาศ ของบ้านเมือง ออกจะเป็นอะไรที่อุตลุด ชุลมุนวุ่นวาย เกิดอาการฝุ่นคลุ้งซะยิ่งกว่า “ฝุ่นพิษ-PM 2.5” ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า โดยเฉพาะในโลกเสมือนจริงอย่างโลกโซเชียล มีเดีย ที่เกิดการโพสต์ การแชร์กันชนิดโลกแทบแตก...

แต่การร่อนกลับมาเที่ยวนี้...คงไม่อยาก “ลงลึกในรายละเอียด” ให้มากเรื่อง มากความ เพราะไม่ว่าใครต่อใครต่างรู้ลึก รู้ละเอียด ชนิดแทบทะลุไปถึงริดสีดวงทวาร เนื่องจากอะไรที่เคยคว่ำๆ เอาไว้ ถูกเปิดหงายออกมาให้เห็นชนิดหมดไส้ หมดพุง ไม่ต้องเสียเวลาบรรยายอะไรต่อไปอีก แต่คงต้องหันมาเน้นหนักให้พยายามมองอะไรให้ “กว้างๆ” ให้ครอบคลุมเอาไว้นั่นแหละดี อย่าไปเสียเวลาคุ้ย แคะ แกะ เกา อะไรที่มันออกไปทาง “ไมโคร” ให้ต้องเหนื่อยยาก ลำบากกาย โดยใช่เหตุ แต่ควรพยายามหันมามองสิ่งที่มันออกไปทาง “แมคโครว์” เข้าไว้นั่นแหละ น่าจะเข้าท่า เข้ากับฉากเหตุการณ์ สถานการณ์ความเป็นไปมากที่สุด...

โดยเฉพาะการมองให้กว้างๆ ไปถึง “ต่างชาติ” หรือต่างบ้าน ต่างเมือง...ที่ในช่วงระยะหลังๆ คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า โดย “รูปแบบ” ของสิ่งที่เรียกกันว่า “การปฏิวัติส่งออก” นับวันมันจะถูกยกระดับ พัฒนา จนก่อให้เกิดความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศหนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ พูดง่ายๆ ว่า...จาก “ยุคเรือปืน” ที่อาศัยแค่เรือไม่กี่ลำ ปืนไม่กี่กระบอก ก็สามารถเปลี่ยนประเทศ เปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนเมือง ตลอดไปจนการเมือง-เศรษฐกิจ-วัฒนธรรม หรือกระทั่ง “เปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์” กันได้ในระดับภูมิภาคเอาเลยก็ยังได้ จนค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อน กลายมาเป็น “ยุคลัทธิอาณานิคมแผนใหม่” ที่อาศัยกลไกทางการเมือง เศรษฐกิจ การตลาด เทคโนโลยี ไปจนการครอบงำทางความคิดผ่านระบบการศึกษา ทฤษฎีต่างๆ นานา กระทั่งถึง “ยุคลัทธิเสรีนิยมใหม่” ที่ทำให้เกิดการปฏิวัติสีส้ม สีเหลือง สีแดง การปฏิวัติกำมะหยี่ พรมเช็ดเท้า การปฏิวัติดอกกุหลาบ ดอกกะหล่ำปลี หรือดอกอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ฯลฯ อันส่งผลให้ “การแทรกแซงจากต่างชาติ” หรือ “การปฏิวัติส่งออก” นั้น มันเต็มไปด้วยรูปแบบอันซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ “เนื้อหา” ก็ยังคงเป็นไปเช่นเดิม นั่นก็คือเพื่อเปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนประเทศนั้นๆ ให้เป็นไปตามความปรารถนา ความต้องการ หรือให้สอดคล้องกับ “ภูมิรัฐศาสตร์” ทางการเมือง-เศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจทั้งหลาย นั่นแหละเป็นสำคัญ...

คือไปไกลถึงขั้น...จู่ๆ ก็พร้อมที่จะนำเอาอำนาจทางการเมือง-เศรษฐกิจในระดับโลก มาใช้เป็นตัวรองรับ “ความชอบธรรม” ให้กับผู้ซึ่งลุกขึ้นมา “แต่งตั้งตัวเอง” เป็นประธานาธิบดีในประเทศนั้นๆ แทนที่ “ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง” ซะเฉยเลย!!! แบบที่กำลังเห็นๆ อยู่ในประเทศ “เวเนซุเอลา” ซึ่งลากยาวรายละเอียดให้เห็นเป็นแบบอย่าง บทเรียนมาแล้วเป็นสัปดาห์ๆ โดยที่สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็น “โมเดล” ที่ถูกนำไปใช้กับประเทศไหนต่อประเทศไหนกันได้อีกเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าในอิหร่านในอีกไม่นาน-ไม่ช้า ในตุรกี หรือแม้แต่ในประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ก็ใช่ว่าจะมี “ข้อยกเว้น” กันซะที่ไหน...

อันนี้นี่แหละ...ที่เลยคงต้องกลับมาเปิด “เล้าไก่” มาช่วยสำรวจตรวจสอบกันอีกรอบ เพราะบ้านเราช่วงหลังๆ มันออกจะมีอะไรที่แปลกๆ อยู่ตามสมควรเหมือนกัน หรือยังมีอะไรที่คิดหาเหตุผลไม่ค่อยจะออก อย่างเช่นเรื่อง “ทูตออสเตรเลีย” ที่จู่ๆ ก็ออก “หมายแดง” แล้วก็ดันมา “ถอนหมายแดง” ของตัวเองแบบชนิดยิ่งกว่าถอยหมอน จนใครต่อใคร “ฮงง์ง์ง์(งง)” เป็นไก่ตาแตก ซึ่งแม้ไม่รู้ว่าจะเกิดจากการกินยาผิด หรือกินยาแล้วลืมเขย่าขวดก็แล้วแต่ แต่การที่เกิดกระแส “Boycott-Thailand” แผ่ลุกลามกันไปเป็นประเทศๆ ยังไงๆ...ก็คงอยู่เฉยไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ!!!

คือพูดง่ายๆ ว่า...ถ้าจะว่ากันจาก “เหตุปัจจัยภายใน” ล้วนๆ ไม่ว่าบรรดานักการเมืองจะทะเลาะเบาะแว้งกับนักการเมืองด้วยกันเองไปถึงขั้นไหนต่อขั้นไหนก็แล้วแต่ ย่อมถือเป็นเรื่อง “ปกติธรรมดา” ของสิ่งที่เรียกว่าการเมืองนั่นแหละ หรือแม้แต่มวลชนกับมวลชน จะแยกออกเป็นสองขั้ว สองข้าง ก็ยังถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสังคมที่กำลังพัฒนา หรือที่ต้องพัฒนาไปตามเงื่อนไข เหตุปัจจัยต่างๆ ไปตามสภาพ ตราบใดที่ไม่ได้มี “เหตุปัจจัยจากภายนอก” เข้ามาสอดแทรก ทุกสิ่งทุกอย่าง...ก็น่าจะ “เอาอยู่” หรือน่าจะหาจุดปรองดอง สมานฉันท์กันไปตามกาลโอกาสได้เสมอๆ...

ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าภายใน “เล้าไก่” บ้านเรา จะสับสน ยุ่งเหยิง ชุลมุนวุ่นวายไปถึงขั้นไหน แต่สิ่งที่สำคัญเอามากๆ และจะละเลย เมินเฉยไม่ได้เลย หรือที่คงต้องจับตาใคร่ครวญพิจารณาอย่างเป็นพิเศษ ก็คือบรรดา “เหตุปัจจัยจากภายนอก” นั่นเอง ที่จะต้องหมั่นหาคำตอบ คำอธิบาย หาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ กันไปโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงระยะที่ “การปฏิวัติส่งออก” มันกำลังเปลี่ยนรูป เปลี่ยนร่าง กำลังยกระดับ พัฒนา เพิ่มความซับซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศหนักขึ้นไปทุกที คือถ้าหากไม่มีสิ่งที่ว่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันกับ “เหตุปัจจัยภายใน” ทั้งหลาย ทุกสิ่งทุกอย่าง...ก็ยังน่าจะพอตีกัน กัดกัน จิกกันต่อไปได้เรื่อยๆ ใครจะตายก่อน พังก่อน ใครจะถูกเชือดก่อน ก็คงขึ้นอยู่กับวาระครบรอบ “ตรุษจีน” กันไปเป็นช่วงๆ...

แต่ถ้ามันดันมี “เหตุปัจจัยภายนอก” เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันด้วยแล้ว...อันนี้นี่แหละ ที่คงต้องหันกลับมาคิดหน้า-คิดหลังเอาไว้ให้จงหนัก ว่าระหว่างที่กำลังตีกัน กัดกัน จิกกัน ควรต้องหันมามองหาจุดแห่งการสมานฉันท์ จุดแห่งความลงตัวกันในแบบไหน อย่างไร จะโดยอาศัยเครื่องมือกลไกใดๆ ก็แล้วแต่ หรือจะอาศัยอุปนิสัย วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา หรืออะไรต่อมิอะไรก็ตามทีที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้อง พัวพันกับสิ่งที่เรียกว่า “การเมือง” เสมอไป อันอาจพอช่วยให้ “ความเป็นไทย” กับ “ความเป็นธรรม” มันพอไปด้วยกันได้ เพราะมีแต่ความถูกต้อง เป็นธรรม หรือ “ธรรมะ” นั่นแหละ ที่ถือเป็น “ภูมิคุ้มกัน” ที่ดีที่สุด ในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส หรือ “เชื้อชั่ว” ทุกๆ ชนิดที่ยังไม่ยอมตายง่ายๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลจริงๆ ซึ่งนั่นก็คงขึ้นอยู่กับบรรดา “ปวงชนชาวไทย” ทั้งหลาย ว่าจะสามารถสร้างสมสิ่งเหล่านี้ไว้ภายในแต่ละปัจเจกบุคคล แต่ละระดับแต่ละสถาบัน ได้มาก-น้อยเพียงใด ในภาวะที่โลกทั้งโลก มันกำลังกลายเป็น “โลกที่อันตราย” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โลกที่แทบไม่เหลือ “พื้นที่เป็นกลาง” ให้ใครต่อใครสามารถ “แทงกั๊ก” ได้อีกต่อไปแล้ว...


กำลังโหลดความคิดเห็น...