xs
xsm
sm
md
lg

สุดท้ายจะมีกระแส“ลุงตู่”มั้ย

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ


บอกตรงนะครับว่า เมื่อดูรายชื่อผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐเทียบกับพรรคการเมืองอื่นแล้ว แม้จะมีอดีตนักการเมืองจากพรรคอื่นเข้ามาร่วมที่ดูมีราคาบ้าง แต่โดยรวมก็ยังเทียบไม่ได้โดยเชิงชั้นกับผู้สมัครพรรคใหญ่ๆ พรรคอื่นๆ เลย โดยเฉพาะที่ผมเห็นใน กทม.และภาคใต้ และอีกหลายจังหวัดในภูมิภาคอื่น

หลายคนของพรรคพลังประชารัฐใน กทม.เห็นชื่อแล้ว ต้องถามกูเกิลว่าเป็นใครมาจากไหน ทั้งที่ผมอยู่ในวิชาชีพสื่อ และเข้าใจว่าพื้นฐานของคนที่เข้ามาเสนอตัวทางการเมืองนั้น ต้องเป็นคนมีชื่อเสียงมีความสำเร็จและได้รับการยอมรับเป็นที่ประจักษ์ในระดับหนึ่งไม่ใช่ใครจะเดินเข้ามาก็ได้

คนเด่นๆ เท่าที่เห็นก็คือ ชาญวิทย์ วิภูศิริ ที่ย้ายมาจาก ปชป.และเคยแพ้วิชาญ มีนชัยนันท์ ไปเพียง 2,000 คะแนน นอกนั้นใหม่เกือบหมด

ดังนั้นผมคิดว่า อย่างเดียวที่สมาชิกของพรรคพลังประชารัฐจะชนะการเลือกตั้งใน กทม.ได้ก็คือ ต้องทำให้กระแสลุงตู่เกิดขึ้นมาให้ได้ แบบสมัคร สุนทรเวช และพล.ต.จำลอง ศรีเมืองที่ใช้กระแสฟีเวอร์หอบคนหน้าใหม่เข้าสภา

เพราะกระแสฟีเวอร์ลุงตู่น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เกิดการพลิกผันได้ นั่นหมายความว่าลุงตู่ต้องยอมตอบรับเข้าเป็นรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งถึงตอนที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ยังไม่ตอบว่าจะยอมรับเทียบเชิญหรือไม่

แต่ถามว่าวันนี้เริ่มมีกระแสฟีเวอร์ลุงตู่หรือยัง บอกตรงๆ ว่ายังไม่ได้ยินเสียงแว่วเลย

นักวิเคราะห์ สื่อ และนักวิชาการหลายคนพูดตรงกันนะครับว่า พรรคเพื่อไทยน่าจะยังได้เสียงข้างมาก แต่นายกรัฐมนตรีจะยังเป็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าตอบรับมาอยู่ในรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ โดยคิดขั้นต่ำว่าอย่างน้อยก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีเสียงข้างน้อยด้วยเสียง 116 เสียงขึ้นไป

ผมไม่พูดถึงพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ เพื่อธรรมนะครับ เพราะผมคิดว่า สุดท้ายแล้วมวลชนของพรรคฝั่งระบอบทักษิณจะต้องเลือกในเชิงยุทธศาสตร์ก็คือ เลือกพรรคใหญ่เพื่อไทย แม้ว่า ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะส่งไม่ครบทุกเขตแต่จะส่งประมาณ 250 เขต เพื่อเปิดทางให้พรรคไทยรักษาชาติไปเก็บในบางพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยไม่คาดหวัง

แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยเองยังไม่คาดหวังและไม่เคยได้มาก่อน อย่างเช่นภาคใต้พรรคไทยรักษาชาติจะได้คะแนนเท่าไหร่ที่ส่งผลให้ได้บัญชีรายชื่อสักกี่คน สมมติว่าเพื่อไทยไม่ส่งแข่งเลย ซึ่งจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ภาคใต้มีคนเลือกพรรคเพื่อไทยแค่ประมาณ 7.6% ซึ่งสัดส่วนนี้ก็ต้องไปแย่งกับพรรคเพื่อชาติที่ตู่จตุพรดันหลัง พรรคเสรีรวมไทย พรรคอนาคตใหม่ในฐานเดียวกันนี้ ถ้าพรรคไทยรักษาชาติจะให้ได้ ส.ส.สัก 10 คนก็คาดการณ์ว่าจะต้องได้คะแนน 7-8 แสนคะแนน จาก 100 เขตที่พรรคเพื่อไทยหลีกให้ ต้องได้คะแนน 7,000-10,000 คะแนนให้ได้ในทุกเขตที่เพื่อไทยไม่เคยชนะซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ส่วนตัวผมจึงมองว่าในเชิงยุทธศาสตร์ของฝั่งระบอบทักษิณนั้น การแตกตัวของพรรคประชาชาติที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อสร้างอัตลักษณ์เป็นพรรคตัวแทนของคนสุดปลายด้ามขวาน พรรคอนาคตใหม่ที่กลายเป็นพรรคที่พยายามเจาะคนรุ่นใหม่ที่พรรคเพื่อไทยเข้าไม่ถึง และพรรคเสรีรวมไทยที่ขายความโดดเด่นของหัวหน้าพรรคคล้ายกับพรรคของชูวิทย์แม้จะไม่แรงเท่าชูวิทย์ก็ตามนั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าและน่าจะได้ผลมากกว่าการแตกพรรคต่างๆ ไปหวังผล ส.ส.บัญชีรายชื่อโดยหวังน้ำบ่อหน้าแบบพรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อสารพัด

แล้วลองคิดต่อดูว่าครั้งที่แล้วพรรคเพื่อไทยได้ 15.7 ล้านเสียง พรรคประชาธิปัตย์ได้ 11.2 ล้านเสียง คนรุ่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาประมาณ 7 ล้านเสียงจะไปทางไหน ครั้งที่แล้วคนมาใช้สิทธิ์ประมาณ 35 ล้านคน จาก 46 ล้านคน อีก 10 ล้านคนจะออกมาไหมหรือยังนอนนิ่งเป็นพลังเงียบสนิท เมื่อดูตัวเลขนี้แล้วคิดว่า ถ้าไม่มีกระแสลุงตู่อย่างรุนแรงแล้วคิดว่าจะเปลี่ยนผลการเลือกตั้งให้พรรคฝั่งทักษิณพ่ายแพ้ได้ไหม

ผมคิดว่า ยากมากๆ นะครับ

โจทย์ข้อนี้ท้าทายกุนซือของพรรคพลังประชารัฐมาก บางคนบอกว่า ได้สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมศักดิ์ เทพสุทิน สุชาติ ตันเจริญ ซึ่งเชี่ยวกราดทางการเมืองไปร่วม บอกตรงๆ นะครับ คนเหล่านี้ก็ไม่ได้โดดเด่นนัก สุริยะมีฐานตรงไหน สมศักดิ์เองก็ไม่ได้เป็นเจ้าจังหวัดแบบเนวิน สุชาติก็เช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงกุมารน้อยทั้งหลายที่ไปจากพรรคประชาธิปัตย์ แม้มีโอกาสจะเป็น ส.ส.แต่ลำพังก็ต้องเข็ญตัวเองให้รอดทั้งนั้น

ผมจึงมองเห็นทางเดียวที่พรรคพลังประชารัฐจะเดินหน้าไปได้แล้วได้ ส.ส.กลับมาเป็นกอบเป็นกำก็คือ ต้องมีกระแสลุงตู่เกิดขึ้น แล้วไปกวาดเอาจากฐานเดียวกันของฝั่งตัวเองอย่างพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละ ยากที่จะไปกินฐานของฝั่งระบอบทักษิณ และบวกเพิ่มด้วยการทำให้คนที่นอนหลับทับสิทธิ์ในครั้งก่อนๆ ออกมา ทำให้คนรุ่นใหม่ปันใจมาจากพรรคอนาคตใหม่ให้ได้มากที่สุด เพื่อสู้กับเสียงที่ยืนอยู่ที่ 15 ล้านเสียงของฝั่งทักษิณซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากมาก

ตอนที่ทักษิณเข้ามาแล้วชนะการเลือกตั้งในนามพรรคไทยรักไทยนั้น มีกระแสเบื่อนายชวน หลีกภัย และมีภาพของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กระแสทักษิณทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ไม่เคยคุ้นชินมาก่อนเข้ามาเป็น ส.ส.คิดว่าตอนนี้มีกระแสอะไรของลุงตู่ไหม แล้วถ้ายังไม่มีจะสร้างกระแสลุงตู่อย่างไร

ผมคิดว่า ระหว่างที่ยังไม่ตัดสินใจนั้น สิ่งที่ลุงตู่ต้องคิดหนักก็คือ ลงมาอยู่ในรายชื่อให้เป็นเป้าถล่มตอนหาเสียงยั่วให้ตบะแตกแล้ว ผลการเลือกตั้งจะได้เสียงข้างมากไหม แม้ว่าได้แค่ 126 เสียงก็กลับมาเป็นนายกฯ ได้ ลุงตู่จะคาดหวังแค่นั้นไหม หรือต้องตั้งความหวังให้ได้ ส.ส.สนับสนุนมากถึง 250 คนขึ้นไปเกินครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ลุงตู่จึงจะยอมตัดสินใจ

แต่ถามว่า มีสัญญาณอะไรบ้างที่จะทำให้พรรคฝั่งตรงข้ามของระบอบทักษิณรวมกันได้เสียงมากกว่าฝั่งทักษิณ ก็ลองช่วยกันแก้คณิตศาสตร์ทางการเมืองข้างบนที่ผมให้ตัวเลขมา ใครรู้ว่าแก้อย่างไรช่วยตอบด้วย

ที่สำคัญถ้าหลังวันที่ 24 มีนาคมนับคะแนนในหีบกันแล้ว ฝั่งลุงตู่ไม่ได้ไปต่อแม้จะออกประตูนี้น้อยมากก็ตาม หรือได้ไปต่อแต่ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก วันนั้นมันจะเกิดปรากฏอับเฉาลงไปจากลุงตู่ในวันนี้อย่างมาก

ดังนั้นสวยที่สุดถ้าจะลงในรายชื่อลุงตู่ต้องมั่นใจว่าชนะแน่ ไม่ใช่แค่ได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

เมื่อรู้ว่าต้องทำให้มีกระแสลุงตู่พุ่งเป็นจรวดหลังยอมรับอยู่ในรายชื่อนายกฯ ไปจนถึงวันลงคะแนน 24 มีนาคม ซึ่งน่าจะเป็นหนทางเดียวที่จะต่อกรกับพรรคฝั่งระบอบทักษิณได้ แต่จะทำอย่างไร

ลองคิดดูว่ากระแสฟีเวอร์ลุงตู่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ฝั่งทักษิณที่ชนะการเลือกตั้งมาตลอดตั้งแต่ปี 2544 จะเกิดขึ้นไหม

ติดตามผู้เขียนได้ที่
https://www.facebook.com/surawich.verawan


กำลังโหลดความคิดเห็น...