xs
xsm
sm
md
lg

ทอง...กับทางออกของเวเนซุเอลา

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา
วันนี้...เห็นทีคงต้องหวนกลับไปสู่บรรยากาศหนังไทยรุ่นโบราณของ “ป๋าหลอง-ฉลอง ภักดีวิจิตร” อีกรอบนั่นแหละทั่น คือว่ากันด้วยเรื่องของ “ทอง” ที่ช่วงระหว่างนี้...ออกจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับชะตากรรมของประเทศเวเนซุเอลา หรือแม้แต่ตัวของประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งตามกฎหมาย อย่าง “นายนิโคลัส มาดูโร” อย่างชนิดฉกาจฉกรรจ์ คอขาดบาดตาย หรืออาจต้องเรียกว่า “รอด-ไม่รอด” ก็คงหนีไม่พ้นต้องเกี่ยวกับเรื่องทองๆ หรือเรื่องของ “ทองคำ” นั่นเอง...

หรืออย่างที่นักวิเคราะห์การเมืองผู้เชี่ยวชาญด้านละตินอเมริกา แห่งสถาบัน “HIS Markit” ผู้มีนามกรว่า “นายดิเอโก โมยา-โอแคมโปส” (Diego Moya-Ocampos) แกได้ให้ความเห็นไว้กับสถานีโทรทัศน์ “CNBC” เมื่อช่วงวันจันทร์ (4 ก.พ.) ที่ผ่านมานั่นแหละว่า สำหรับตัวของประธานาธิบดี “มาดูโร” หรือรัฐบาลเวเนซุเอลาในช่วงนี้...คงต้อง “ลืมเรื่องน้ำมันไปได้เลย” เหลือแต่ “ทอง” เท่านั้น ที่พอจะเป็นทางออก ทางไป หรือ “ทางรอด” สำหรับเวเนซุเอลา ประเทศที่ได้ชื่อว่า “รวยน้ำมัน...แต่ดันจนเงินสด” (Oil-rich, but cash-poor) โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับแรงกด แรงบีบของ “มาเฟียโลก” อย่างคุณพ่ออเมริกา ที่กะจะเล่นงาน “มาเฟียมาดูโร” ชนิดเอาให้ตาย เอาให้ฉิบหายวายวอดให้จงได้...

ซึ่งถ้าดูจากภาพ “เรือขนส่งน้ำมัน” เวเนซุเอลา...นับสิบๆ ลำที่จอดเรียงรายอยู่แถวๆ อ่าวเม็กซิโก ไม่รู้จะขนน้ำมันดิบไปส่งที่ไหนดีเพราะโรงกลั่นในอเมริกา ที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติเวเนซุเอลา หรือบริษัท “PDVSA” ร่วมกับบริษัทน้ำมันอเมริกันอย่าง “Chevron” และ “Haliburton” ใช้เป็นฐานปฏิบัติการนั้น ได้ถูกคุณพ่ออเมริกันยึดเอาไว้หมดแล้ว ทั้งสินทรัพย์มูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งรายได้จากการขายน้ำมันในปีหน้าถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งถ้าขนไปส่ง...ก็เท่ากับเอาไปให้เขายึดหนักขึ้นไปอีก เลยเป็นอันต้องจอด-ไม่ต้องแจวซะยังงั้น ภาพเหล่านี้...จึงออกจะสอดคล้องกับความเห็นของ “นายโมยา-โอแคมโปส” แกอยู่มิใช่น้อย ยิ่งเมื่อมีข่าวเล่า-ข่าวลือ ว่าบริษัทอเมริกันอย่าง “Chevron” และ “Haliburton” นั้น หันไปเล่นไพ่ หรือหันไปซื้อไพ่ประธานาธิบดีที่มาจากการแต่งตั้งตัวเองโดยมีรัฐบาลสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรให้การรับรอง อย่าง “นายฮวน กุยโด” แบบชนิดเต็มเม็ด เต็มสูบ หลังจากที่ได้มีการ “ส่งสัญญาณ” ค่อนข้างจะชัดเจน ว่าประธานาธิบดี “หุ่น” ของสหรัฐฯ ที่มี “นายแอลเลียต อับรามส์” (Elliot Abrams) นีโอ-คอนตัวพ่อ ซึ่ง “นายจอห์น โบลตัน” ที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาว ส่งมาให้คำแนะนำ ชี้นำโดยใกล้ชิดนั้น พร้อมแล้วที่จะ “แปรรูป” หรือ “Privatization” บริษัทน้ำมันแห่งชาติ “PDVSA” ให้เป็นของเอกชน ทันทีที่ตัวเองได้ขึ้นมามีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ แม้จะในฐานะ “ประธานาธิบดีชั่วคราว” ก็เถอะ...

เรื่องของ “น้ำมัน” ในเวเนซุเอลาที่แม้จะมีอยู่ท่วมท้นระดับถือเป็นแหล่งสำรองน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก...แต่เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้ จึงต้องถือเป็นเรื่องที่ “ลืมไปได้เลย” อย่างที่ “นายโมยา-โอแคมโปส” แกว่าเอาไว้จริงๆ มีแต่ต้องหันมาหา “ทองคำ” ที่ซุกซ่อนอยู่ในประเทศเวเนซุเอลา จนทำให้ได้ชื่อว่าเป็น “แหล่งทองคำ” อันดับสองของโลก และอาจถือเป็น “กุญแจสำคัญ” ในการหาทางออก ทางรอด ไม่ว่าให้กับประเทศ ประชาชน หรือแม้แต่กับตัวประธานาธิบดี “มาดูโร” ได้มั่ง โดยที่ผู้เชี่ยวชาญด้านละตินอเมริการายนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ 3 ประการของทองคำต่อเวเนซุเอลา ณ ช่วงขณะนี้ ก็คือ 1.สามารถนำมาใช้แทนที่ “เงินสด” อันเป็นสิ่งที่ไม่เหลือติดไม้ ติดมือ ติดประเทศไปแล้วในทุกวันนี้ เพราะที่เหลือๆ มันออกไปทาง “เงินเฟ้อ” ระดับนับล้านๆ เปอร์เซ็นต์เข้าไปแล้ว 2. ยังสามารถนำมาใช้รองรับระบบความมั่นคง ไปจนถึงการป้องกันทางทหารได้อย่างเป็นจริง เป็นจังอีกต่างหาก และ 3. สามารถขนติดตัวเอาไว้ระหว่างที่ “นายมาดูโร” ยังมีชีวิตอยู่ ระหว่างที่อาจต้องหลบหนี หรือแม้แต่ระหว่างที่เตรียมตัวฟื้นฟูอำนาจให้กลับมาเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ได้อีกครั้ง...

นี่...ต้องเรียกว่า “นายโมยา-โอแคมโปส” แกออกจะมี “วิสั้น” ยาวไกลเอามากๆ คือมองทะลุไปถึงทางหนี-ทีไล่ในแทบทุกๆ ทาง ซึ่งก็อาจเป็นด้วยการมองกันไปในแนวนี้นี่เอง รัฐบาลของ “นายมาดูโร” เลยต้องขนทองเอาไปขายประเทศตุรกีเมื่อปลายปีที่แล้ว ประมาณ 3 ตัน ได้เงินสดกลับมาประมาณ 900 ล้านดอลลาร์ แต่ที่ทำท่าว่าจะขนไปขายอีกประมาณ 15 ตัน หรือ 20-29 ตันก็ยังไม่ชัดเจน ให้กับประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ มูลค่านับพันๆ ล้านดอลลาร์ ตามข่าวล่า-ข่าวลือว่าอาศัยบริการเครื่องบินรัสเซียมาช่วยขนถึงสนามบินกรุงคาราคัส ก็ถูกคุณพ่ออเมริกาตามไปจองล้าง จองผลาญ จนอาจต้องเลิกล้มไปแล้วหรือไม่ อย่างไรก็ยังมิอาจทราบได้ แต่ยังไงๆ...ด้วย “ทองคำสำรอง” ที่น่าจะยังหลงเหลืออยู่ในธนาคารกลางของเวเนซุเอลาประมาณ 150 ตันเป็นอย่างน้อย ตามตัวเลขประมาณการเมื่อปลายปีที่แล้ว รวมทั้งปริมาณทองคำที่ยังไม่ได้ขุดขึ้นมา ซึ่งอาจมีอยู่เป็นอันดับสอง หรืออันดับสี่ของโลกก็ตามแต่ ก็ยังน่าจะนำไปใช้ประโยชน์ นำไปใช้เป็นทางออก ทางไปได้อีกเยอะ...

เพราะอย่างน้อย...ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทูตรัสเซียประจำเวเนซุเอลา ก็ได้รับการเชื้อเชิญจากกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรแห่งชาติเวเนซุเอลา ให้เดินทางไปเยือนแหล่งทองคำทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เพื่อร่วมทุน ร่วมโครงการทำเหมืองทองในเวเนซุเอลาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ อันส่งผลให้เกิดการเซ็นสัญญาข้อตกลงการร่วมลงทุนระหว่างรัสเซียและเวเนซุเอลา ในช่วงที่ประธานาธิบดี “มาดูโร” เดินทางไปเยือนกรุงมอสโกเมื่อปีที่แล้ว จำนวนนับเป็นหมื่นๆ ล้านดอลลาร์ ไปจนกระทั่งประเทศจีนที่ได้เซ็นสัญญาลงทุนโครงการเหมืองทอง “Las Cristinas” กับเวเนซุเอลาไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ จนทำให้ทั้งสองประเทศนี้...คงไม่คิดจะ “เอามือซุกหีบ” ไว้เฉยๆ อยู่แล้วแน่ๆ โดยเฉพาะถ้าหากคุณพ่ออเมริกาคิดจะใช้ “กรรมวิธีทางทหาร” ที่ยังคง “วางเอาบนโต๊ะ” บุกโค่นล้มรัฐบาลเวเนซุเอลาเอาดื้อๆ!!!

แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ใช่แต่เฉพาะรัฐบาลเวเนซุเอลา หรือตัวประธานาธิบดี “มาดูโร” เท่านั้น ที่จะอาศัย “ทองคำ” เป็นทางออก เป็นทางรอด ทางไป แม้แต่บรรดาชาวเวเนซุเอลาจำนวนไม่น้อยในทุกวันนี้ ก็ได้หันไปอาศัย “ทองคำ” นี่แหละ เป็นทางออก ทางรอดเป็น “พาสปอร์ต” ในการหลบลี้หนีภัย หรือการอพยพไปอยู่ประเทศอื่น จนทำให้พื้นที่วนอุทยานแห่งชาติ “Canaima National Park” เต็มไปด้วยบรรดานักลักลอบขุดหาทองคำโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายส่งผลให้บรรดาชนพื้นเมืองเผ่า “Pemon” ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ที่แทบไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับใครเค้าเลย พลอยต้อง “ซวยไปด้วย” อย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะในแถบเมือง “El Callao” ที่อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศเวเนซุเอลานั้น ว่ากันว่า...ได้กลายสภาพเป็น “บ้านป่า-เมืองเถื่อน” เต็มไปด้วยสีสันบรรยากาศโหดๆ ไม่น้อยไปกว่าหนังไทยรุ่นโบร่ำโบราณ อย่างเรื่อง “ทอง” ของ “ป๋าหลอง ภักดีวิจิตร” ไปด้วยประการละฉะนี้...แล...


กำลังโหลดความคิดเห็น...