xs
xsm
sm
md
lg

ระหว่าง “มาเฟียโลก” กับ “มาเฟียมาดูโร”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

นายจอห์น โบลตัน - นายแอลเลียต อับรามส์
เปิดฉากสัปดาห์นี้...ด้วยลีลาที่จะกระเดียดออกไปทางหนังไทยรุ่นโบราณของ “ป๋าหลอง-ฉลอง ภักดีวิจิตร” อยู่บ้างเล็กน้อย คือจะไปว่ากันเรื่อง “ทอง” ที่เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์-ผู้จัดการของเรานี่แหละ ได้ไปนำเอาข่าวคราวที่น่าคิด น่าสนใจ มิใช่น้อย เกี่ยวกับเรื่องทองๆ มานำเสนอรายงานกันให้ทราบ...

คือเรื่องที่ “สภาทองคำโลก” (World Gold Council) หรือ “WGC” เขาได้เผยแพร่เอกสารรายงานประจำปี สรุปเอาไว้คร่าวๆ ประมาณว่า ด้วยเหตุเพราะ “ความไม่แน่นอน” หรือความปั่นป่วนวุ่นวายในระดับโลก ไม่ว่าสงครามการค้าระหว่างอเมริกากับจีน เรื่องการจะออกจากอียู หรือ “Brexit” ของอังกฤษ ตลอดไปจนแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกทำท่าว่าจะชะลอตัว ฯลฯ อะไรประมาณนั้น เลยส่งผลให้ “ธนาคารกลาง” ของประเทศต่างๆ ทั่วทั้งโลก หันมาซื้อ “ทอง” เอาไว้เป็นทุนสำรอง จนทำสถิติเป็นปริมาณสูงสุดในรอบ 50 ปีเอาเลยถึงขั้นนั้น หรือเกิดการซื้อทองคำเอาไปเก็บ เอาไปสำรอง เป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 เป็นต้นมา หรือนับตั้งแต่รัฐบาลอเมริกันยุค “นิกสัน” ยุติการปฏิบัติตามข้อตกลง “เบรตตันวูดส์” เพื่อเปลี่ยนเงินดอลลาร์จากที่เคยมีทองคำเป็นตัวรับประกันมูลค่า (Promissory Note) มาเป็นแบบ “กระดาษเช็ดก้น” หรือแบบที่ไม่ต้องมีทองคำหนุนหลัง (Fiat Money) นั่นเอง...

แต่ที่จะว่าๆ กันในลำดับต่อไป...คงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องใครที่จะหันไปซื้อทอง หรือหันไปเทขายดอลลาร์กันแทนที่ เพราะเรื่องนั้นคงต้องปล่อยให้คุณพ่ออเมริกา ท่าน “รับเวร-รับกรรม” ของท่านไปเอง แต่ยังไงๆ...คงหนีไม่พ้นที่ต้องไปเกี่ยวข้อง พัวพันกับคุณพ่ออเมริกาท่านอีกนั่นแหละ ที่พยายาม “จองเวร-จองกรรม” ใครต่อใครเค้าไม่ยอมเลิก โดยเฉพาะเมื่อประเทศซึ่งกำลังถูกรัฐบาลอเมริกันกดดัน เล่นงาน ปฏิบัติการแทรกแซงแบบโจ่งๆ แจ้งๆ ระดับ “ใส่เสื้อแดง-แขวนกระดิ่ง-ปล้นกันกลางวันแสกๆ” อย่างประเทศ “เวเนซุเอลา” นั้น เขาพยายามหาทางออก ทางไป หรือหาทางที่จะทำให้บรรดาปวงชนชาวเวเนซุเอลาทั้งหลาย ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งแบบถูกต้องตามกฎหมายอย่าง “นายนิโคลัส มาดูโร” หรืออยู่ในฝ่ายประธานาธิบดีแต่งตั้งชั่วคราว ที่ได้รับการสถาปนาจากต่างชาติ อย่าง “นายฮวน กุยโด” หรือ “ควายโด้” หรือ “กวยโต” ก็แล้วแต่ให้พอมีโอกาสซื้อหาอาหาร ยารักษาโรค หรือสิ่งของจำเป็นขั้นพื้นฐาน ซึ่งจำต้องอาศัย “เงินตราต่างประเทศ” ไปแลกเปลี่ยน ด้วยการนำเอา “ทองคำ” ที่เหลือๆ สำรองอยู่ในความดูแลของธนาคารกลางเวเนซุเอลาประมาณ 150 ตัน ตามตัวเลขในช่วงปลายปี ค.ศ. 2018 (ไม่นับรวมทองคำที่เอาไปฝากไว้ที่ประเทศอังกฤษ แล้วขอทวงคืนประมาณ 31 ตัน หรือประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ แต่ธนาคารอังกฤษกลับเบี้ยวเอาดื้อๆ) ออกไปเร่ขายให้กับประเทศต่างๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด อย่างเช่นเงินยูโร โดยช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ก็เคยขนเอาไปขายแขกตุรกีไปแล้ว ประมาณ 3 ตัน ได้เงินสดกลับมาประมาณ 900 ล้านดอลลาร์ เอาไว้หาซื้อสินค้าจำเป็นสำหรับผู้คนพลเมืองภายในประเทศตัวเอง ไม่ว่าฝ่ายไหนต่อฝ่ายไหน...

แต่เมื่อช่วงวัน-สองวันที่ผ่านมานี้นี่เอง...ที่มีข่าวปล่อย ข่าวลือ ว่าเครื่องบินลำเลียงโบอิ้ง 777สายการบิน “Nordwind” ของรัสเซีย ไปลงจอดที่สนามบินกรุงคาราคัส ประเทศเวเนซุเอลา เพื่อช่วยขนทองคำจำนวนประมาณ 20-29 ตัน จากธนาคารกลางเวเนซุเอลา เอาไปขายให้กับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือ “ยูเออี” เพื่อหวังจะได้มาซึ่งเงินสด หรือเงินยูโรเอาไว้ซื้อหาสินค้าจำเป็นๆ เข้าประเทศ ไม่ว่าการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองในเวเนซุเอลาจะออกหัว ออกก้อย ออกกลาง ไปในลักษณะไหนก็ตาม แต่ปรากฏว่า “ไอ้หนวดอำมหิต” หรือที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาว “นายจอห์น โบลตัน” นีโอ-คอนฯ ผู้กระหายและบ้าคลั่งสงคราม ก็ได้ออกมา “ทวีต” เอาก่อนล่วงหน้า ด้วยข้อความที่ว่า “นี่คือคำแนะนำของผม...ไปยังพวกนายแบงก์, โบรกเกอร์, นักค้าขาย, ผู้อำนวยความสะดวกทางธุรกิจใดๆ ก็ตาม ขออย่าได้คิดซื้อทองคำ, น้ำมัน ตลอดจนสินค้าอื่นๆ จากประเทศเวเนซุเอลาที่ได้มาจากการปล้นประชาชนของตัวเองโดยมาเฟียมาดูโร...เป็นอันขาด!!! เพราะเราพร้อมเสมอที่จะเล่นงานคุณ...”

นี่...ต้องเรียกว่า กะจะเอาให้ตาย เอาให้ฉิบหาย คามือ คาตีน ให้จงได้ คือไม่เพียงแต่การประกาศ “แซงชั่น” ครั้งสุดท้าย ยึดเอาสินทรัพย์ของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ “PDVSA” ของเวเนซุเอลามูลค่าประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์ อันเป็นสมบัติของประชาชนชาวเวเนซุเอลาแท้ๆ ไปไว้เป็นเครื่องต่อรอง ยึดเอารายได้จากการขายน้ำมันที่จะส่งมอบกันในปีหน้า มูลค่าอีกกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ เก็บกักเอาไว้เฉยๆ แถมยังส่งนีโอ-คอนฯ ตัวพ่อ อย่าง “นายแอลเลียต อับรามส์” (Elliott Abrams) เข้าไปชี้แนะ ชี้นำ ให้ประธานาธิบดี “หุ่น” ที่ตัวเองสถาปนาขึ้นมาเอง อย่าง “นายฮวน กุยโด” ส่งคนเข้าไปแทรกแซง หรือเข้าไปยึดอำนาจการบริหาร ในบริษัทน้ำมัน แก๊ส เหมืองทอง ฯลฯ ที่รัฐบาลเวเนซุเอลาเป็นเจ้าของ เพื่อเอามาแปรรูป แปรร่างให้กลายเป็น “บริษัทเอกชน” ที่มีนักธุรกิจอเมริกันเข้าไปควบรวมผลประโยชน์ แทนที่จะปล่อยให้เกิดความร่วมมือกับบริษัทจากรัสเซีย หรือจีน อันถือเป็นการ “ปล้น” แบบกลางวันแสกๆ โดย “มาเฟียโลก” ที่โหดร้าย อำมหิต ยิ่งกว่า “มาเฟียมาดูโร” ไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยเท่า...

ความพยายามอาศัยกลไกทางเศรษฐกิจ หรือกลไกทางการเงินเป็นเครื่องมือ...ในการเล่นงานรัฐบาลที่แม้จะมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยล้วนๆ เพียงแต่ไม่ได้คิดจะเดินตาม “ผลประโยชน์” ของรัฐบาลอเมริกัน หรือนักธุรกิจอเมริกันไปในทุกเรื่อง ทุกกรณี อย่างรัฐบาลเวเนซุเอลาภายใต้การนำของ “นายมาดูโร” ในทุกวันนี้ เลยต้องเจอกับการไล่เหยียบ ไล่กระทืบ ไล่ล่าเล่นงานในทุกๆ ช่องทาง แม้แต่การจะขนเอาทองคำ เอาน้ำมัน เอาทรัพยากรต่างๆ ออกไปขาย เพื่อหาเงินตราต่างประเทศมาซื้อหาสินค้าจำเป็นๆ ให้ปวงชนชาวเวเนซุเอลาเองนั่นแหละ มีโอกาสได้เงยหน้า อ้าปาก มีโอกาสต่อสู้กับความหิว ความกระหาย หรือสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ ได้บ้าง ยังแทบทำไม่ได้เอาเลย...

ด้วยเหตุนี้...จึงถือเป็นเรื่องไม่แปลก ที่นักคิด นักเขียน ซึ่งออกไปในแนวกลางๆ ไม่ได้มีส่วนได้-ส่วนเสียใดๆ ไม่ว่ากับ “นายมาดูโร” หรือ “นายไกวโด” “นายกวยโต” เอาเลยแม้แต่น้อย คือ “นายแดเนียล ลาริสัน” (Daniel Larison) แห่งสถาบัน “Global Research” ท่านจึงอดไม่ได้ที่จะต้องกลั่นข้อเขียน บทความออกมาจากใจ จากอารมณ์ความรู้สึก ชื่อว่า “The Cruelty of Venezuela Sanctions” หรือ “ความโหดเหี้ย...ย์ย์ย์มม์ม์ม์ อำมหิต ของการแซงชั่นเวเนซุเอลา” เผยแพร่เอาไว้เมื่อช่วงวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมานี้ โดยสรุปรวมความเอาไว้ประมาณว่า...ความพยายามเล่นงานรัฐบาล “นายมาดูโร” ของคุณพ่ออเมริกา โดยการ “แซงชั่น” ด้วยกรรมวิธีต่างๆ มาโดยตลอดนั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว...ก็คือ “การลงโทษประชาชนชาวเวเนซุเอลา” ไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยอ้อม ก็ตาม รวมทั้งระบุไว้ในช่วงท้ายๆ ด้วยว่า...ยิ่งช่วงเวลาในการแซงชั่นยืดเยื้อออกไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มความเจ็บปวดรวดร้าว ทรมานให้กับชาวเวเนซุเอลลายิ่งขึ้นไปเท่านั้น!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...