xs
xsm
sm
md
lg

Brexit ฝุ่นพิษจากอังกฤษ

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ
ปิดฉากสัปดาห์นี้...คงหนีไม่พ้นต้องร่อนไปแถวๆ ยุโรป แถวๆ ประเทศอังกฤษนั่นแหละทั่น ไปว่ากันถึงเรื่องเบร็กส่ง เบร็กซิต (Brexit) ที่ไม่ว่าผู้คนในอังกฤษ ในยุโรป หรือแม้แต่โลกทั้งโลก ต่างต้องหยิบมาพูดถึง ไม่ต่างไปจากการหยิบเอาเรื่อง “ฝุ่นพิษ” มา “แชร์กันสนั่นเมือง” ในบ้านเราอะไรประมาณนั้น เพราะมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องโต ชนิดไม่ใช่แค่รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของ “นางเทเรซา เมย์” หรือ “เมย์ มนุษย์ป้า” จะออกอาการ “หายใจทางเหงือก” แทบไม่สามารถอาศัยจมูก อาศัยปาก หายใจได้อีกต่อไปแล้ว โอกาสที่เรื่องราวมันจะลุกลามบานปลาย ส่งผลให้ “อียู” ต้องกลายสภาพเป็น “อีย้วย” อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ไปจนโลกทั้งโลกหนีไม่พ้นต้องพลอย “ซวย” ไปด้วย ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

คือเรื่องของการทำตาม “ประชามติ” ของชาวอังกฤษจำนวน 51.9 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้ออกเสียงลงคะแนนกันเมื่อ 2 ปีเกือบ 3 ปีที่แล้ว หรือเมื่อช่วงวันที่ 23 มิถุนายนปี ค.ศ. 2016 ให้ประเทศอังกฤษถอนตัวออกจากการอยู่ร่วมในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป หรือ “อียู” ที่เรียกๆ กันว่า “Brexit” นั้น คงไม่ถึงกับต้องไปเสียเวลาสนใจ “รายละเอียด” อะไรให้มาก เพราะมีสิทธิ์ปวดหัว ปวดตับ ชนิดไม่ว่าจะใช้ยาหม่อง ยาลม ยาดม ไปจนถึงยาประดงพระสังข์ทรงช้าง ก็คง “เอาไม่อยู่” ไปด้วยกันทั้งสิ้น เพราะมันเต็มไปด้วยความจุกจิกสลับซับซ้อนเยอะแยะมากมาย ชนิดต้องมานั่งแยกแยะหมวดหมู่ออกเป็น “Hard Brexit” เป็น “Soft Brexit” เป็น “เบร็กซิตแบบแรงๆ” หรือ “เบร็กซิตแบบอ่อนๆ” แถมยังแตกแยกย่อยออกไปเป็น “แบบนอร์เวย์” “แบบสวิตเซอร์แลนด์” “แบบแคนาดา” ฯลฯ จนใครก็ตามที่คิดจะไปตามดูรายละเอียดเหล่านี้ มีแต่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าไปด้วยกันทั้งสิ้น...

แม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรี “เมย์ มนุษย์ป้า” ที่เคยถูกจัดกลุ่ม จัดหมวดหมู่ ว่าอยู่ในประเภท “Hard Brexit” แต่หลังจากรับหน้าที่เจรจากับตัวแทนของอียูมาเป็นปีๆ จนกลายมาเป็นรายละเอียดข้อตกลงที่รัฐบาลพยายามชี้แจงเอาไว้ในเอกสารความยาว 104 หน้าที่เรียกว่า “The Future Relation Between the United Kingdom and the European Union” เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว และถูกนำเข้าสู่การตัดสินใจของรัฐสภาเมื่อวัน-สองวันมานี้ กลับถูกกล่าวหาว่าหนักไปทาง “Soft Brexit” หรือออกอาการครึ่งๆ-กลางๆ ไม่ได้ “Hard” ไม่ได้คิดจะทำตามมติของชาวอังกฤษ ที่อยากจะถอนตัวจากอียูแบบเบ็ดเสร็จ หรือแบบโดยสิ้นเชิงแต่อย่างใด อันส่งผลให้กระทั่งสมาชิกฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเองนับร้อยๆ คน ต้องหันไปโหวตสวนทางกับรัฐบาล จนกลายมาเป็นมติ 432 เสียงต่อ 202 เสียง หรือกลายเป็นความพังพินาศฉิบหายของรัฐบาลอังกฤษในรอบ 50 ปีที่ผ่านมาเอาเลยถึงขั้นนั้น...

และไม่ใช่แต่เฉพาะรัฐบาลอังกฤษ หรือรัฐสภาอังกฤษเท่านั้น ที่ออกอาการเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊กเพราะเรื่องราวของ “Brexit” แต่แม้กระทั่งชาวอังกฤษระดับปุถุชนคนธรรมดา ระหว่างผู้ที่ “อยากจะเบร็กซิต” กับผู้ที่ “ไม่อยากจะเบร็กซิต” นั้น ก็ยังเถียงกันไม่จบและต่างฝ่ายต่างก็มีจำนวนพอฟัดพอเหวี่ยงไปด้วยกันทั้งคู่ คือขณะที่ฝ่ายอยากจะเบร็กซิตมีจำนวนประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ ฝ่ายที่ไม่อยากจะเบร็กซิต ก็มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 44 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการเถียงกันไป-เถียงกันมาเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้การหาทางออกทางไปในเรื่องของ “Brexit” มันยิ่งซับซ้อนซ่อนเงื่อนหนักเข้าไปใหญ่ ชนิดแทบกลายเป็นรอยแตก รอยแยกลึกลงไปภายในสังคมผู้ดีอังกฤษ ไม่น้อยกว่าพวกไพร่ พวกอำมาตย์ หรือพวก “เสื้อเหลือง-เสื้อแดง” ในบ้านเรา เอาเลยก็ว่าได้...

แต่สรุปเอาเป็นว่า...ไม่ว่าจะออกกันยังไง จะไปกันยังไง โดยทางออกทางแรก คือการลงมติว่าจะรับ-ไม่รับ แผนข้อตกลงระหว่างรัฐบาลอังกฤษกับอียูที่เจรจากันมาเป็นปีๆแล้วนั้น ก็ถือเป็น “ทางตัน” ลงไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว เมื่อเสียงสภาฯ ส่วนใหญ่ปฏิเสธข้อเสนอของรัฐบาลแบบชนิดครึ่งต่อครึ่ง ก็เหลือทางออกทางที่สอง คือ “จะกลับไปลงประชามติกันใหม่” หรือไม่ อย่างไร? ซึ่งทางออกที่ว่านี้ ก็เคยถูกคัดค้านเสียงแข็ง โดยเฉพาะ “เมย์ มนุษย์ป้า” แต่จะอ่อนลงไป จนสามารถเป็นจริง เป็นจังขึ้นมาได้หรือเปล่า อันนี้...ก็คงขึ้นอยู่กับรัฐบาล รัฐสภา และบรรดาชาวอังกฤษทั้งหลายทั้งปวง ที่จะต้องให้คำตอบกันเอาเอง ไม่งั้นก็อาจต้องหันไปใช้ทางออกทางสุดท้าย นั่นก็คือ...การ “สะบัดตูด” แบบดื้อๆ ทื่อๆ หรือการถอนตัวจากอียูแบบไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาสนใจข้อตกลงใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเมื่อ “เส้นตาย” ของการถอน-ไม่ถอน มันเหลืออีกไม่มากเท่าไหร่ หรือภายในวันที่ 29 มีนาคมที่จะถึงนี้...

และถ้าหากต้องเป็นไปในแบบที่สาม หรือแบบ “สะบัดตูดหนี” นั้น...ว่ากันว่า “ผลกระทบ” ที่ตามมา มันออกจะชุลมุนวุ่นวาย ไม่ใช่แต่เฉพาะในอังกฤษ ในอียู แต่น่าจะลุกลามบานปลายในระดับโลกทั้งโลกพลอยต้อง “ซวย” ไปด้วยอย่างมิอาจปฏิเสธได้ เพราะมันจะเกิดความกระทบกระเทือนไปหมด อย่างชนิดทั่วทั้งองคาพยพไม่ว่าจะไล่มาตั้งแต่ค่าเงินปอนด์ เงินยูโร ที่อาจทรุดฮวบ เกิดการเผ่นไปหาเงินดอลลาร์ เงินเยน เงินหยวน หรือต้องหันไปหา “ทองคำ” ที่เสี่ยงน้อยที่สุดกันแทนที่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ “Bond Yield” แต่ละชนิด อาจต้องหัวทิ่ม หัวตำกันไปเป็นรายๆ ลามไปถึงตลาดหุ้นที่ไม่ว่าแมลงเม่า หรือแมลงสาบมีแต่ต้องหาทางเผ่นหนี ไม่งั้นมีสิทธิ์ “ตายคากองไฟ” เอาง่ายๆ อุตสาหกรรมหลักๆ อย่างอุตสาหกรรมรถยนต์นั้น ก็แทบไม่ต้องพูดถึง รถยุโรปที่นำเข้ามายังอังกฤษประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี และรถอังกฤษที่ส่งออกไปยุโรปประมาณ 44 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี ย่อมหนีไม่พ้นต้อง “เจ๊กอัก” ไปด้วยกันทั้งสิ้น นั่นยังไม่รวมไปถึงบรรดา “นักท่องเที่ยว” ที่ข้ามไป-ข้ามมา ทำรายได้ให้กับประเทศอังกฤษและอียูปีละไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ อาจต้อง “exist” อยู่ที่บ้าน ไม่คิดจะ “exit” ไปไหนต่อไหน อันจะทำให้รายได้ หรือตัวเลขจีดีพีของทั้งอังกฤษและอียู มีแต่ต้อง “เหี่ยวปลาย” ถดถอย ชะงักงันไปตามๆ กัน ฯลฯ...

แม้แต่กระทั่งบรรดา “นักเตะ” ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก...เผลอๆ อาจต้องเจอกับผลกระทบตามไปด้วยเอาเลยก็ไม่แน่!!! เพราะอาจถูกนำไปโยงกับเรื่องการเข้าๆ-ออกๆ สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้ามาประกอบอาชีพในอังกฤษ ซึ่งอาจต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไม่มากก็น้อย พูดง่ายๆ...ไม่ว่าแวดวงสถาบันการเงิน การธนาคาร อุตสาหกรรม เกษตร การใช้แรงงาน การเดินทางท่องเที่ยว ฯลฯ ฯลฯ หนีไม่พ้นต้องซวยมาก ซวยน้อย ไปด้วยกันทั้งสิ้น และนั่นเอง...ที่อาจส่งผลทำให้คำทำนายทายทักของนักลงทุนชาวอังกฤษ-อเมริกัน และนักวิเคราะห์เศรษฐกิจระดับโลก อย่าง “นายมิตช์ ฟอรสไตน์” (Mitch Feierstein) ที่เพิ่งจะนำมาบอกเล่าเก้าสิบกันไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ ว่าด้วย “ฟองสบู่อียูจะแตกภายในปีนี้” อาจเป็นจริง เป็นจัง ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้...

เพราะไม่ใช่แค่ “Brexit” ของอังกฤษเท่านั้น...ที่กำลังกลายเป็น “ฝุ่นพิษ” เป็น “pm 2.5” ปกคลุมไปทั่วทั้งยุโรปและทั่วทั้งโลกในทุกวันนี้ ยังมี “Italian exit” หรือ “Italexit” ที่แบกหนี้เอาไว้จนหลังแอ่น รอคอยอยู่เบื้องหน้าอีกไม่ใกล้-ไม่ไกล ชนิดสามารถส่งผลให้อียูทั้งอียูกลายเป็น “อีย้วย” ได้แบบเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ และส่งผลให้โลกทั้งโลก...มีแต่ต้องย้วยไป-ย้วยมา ตามไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หรือทำให้คำกล่าวที่ว่า “ปีที่แล้วเผาหลอก-ปีนี้เผาจริง” ยิ่งมีโอกาสเป็นจริง เป็นจังยิ่งขึ้นไปทุกที!!!
กำลังโหลดความคิดเห็น...