xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองแย่หรือเพราะเราแย่

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ


กระแสโลกาภิวัตน์ภายใต้กระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์ disruptive technology การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ กระแสชาตินิยม กระแสต่อต้านความเชื่อแบบเดิมๆ anti-establishment เมื่อมองกลับมาที่ตัวละครการเมืองไทยที่กำลังแข่งขันอยู่นั้น ไม่รู้เลยว่า จะมีใครพอที่จะนำพาประเทศไปในภาวการณ์แบบนี้ได้บ้าง

ผมเคยเปรียบเปรยถึงไทยแลนด์ 4.0 กับระบบราชการไทย เหมือนบอกว่าตอนนี้เป็นยุค 4 จี แต่เรายังใช้โนเกีย 3310 เราได้ยินว่า กรมการขนส่งทางบกใช้ใบขับขี่ดิจิตอล แต่ตำรวจบอกว่า คนขับรถยังต้องใช้ใบขับขี่แบบเดิม เราประมูลบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดในรายจ่ายที่แพง แต่ติดต่อราชการก็ยังต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน

หลายอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนหรือระบบไม่ได้พัฒนาให้เท่าทัน แต่ยังติดขัดที่กฎหมายระเบียบต่างๆ ที่ยังไม่ได้แก้ไข นี่เป็นเรื่องปกติแบบไทยไทย ที่เราเห็นการทำถนนใหม่หรือปูทางเท้าไม่นานเดี๋ยวก็มีไฟฟ้ามาขุดรื้อ มีประปามาขุดรื้อ ในขณะที่เราเคยฮิตคำว่า “บูรณาการ” มาจนเลิกพูดกันไปแล้ว

ในกระแสแบบนี้เรารู้ว่า เราต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถเท่าทันโลก แต่ถามว่า เรามองเห็นไหมจากตัวละครการเมืองไทยในทุกวันนี้ คำตอบคือมองไม่เห็นเลย

การแข่งขันทางการเมืองไทยยังเป็นเรื่องของคนไม่กี่คนกี่กลุ่ม แม้จะมีพรรคการเมืองจำนวนมากที่มาจดทะเบียนกับ กกต. แม้มีคนจำนวนมากทั้งเป็นที่รู้จักกันและไม่เป็นที่รู้จักตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา แต่การแข่งขันจริงๆ มีอยู่ไม่กี่พรรคการเมืองในหมู่นักการเมืองหน้าเดิมที่เล่นการเมืองเป็นอาชีพเท่านั้นเอง

และแม้ว่าเรากำลังจะมีการเลือกตั้งซึ่งคาดการณ์ล่าสุดว่า จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนั้น ก็ยังมองไม่ออกว่า รัฐบาลหลังจากนั้นจะมีศักยภาพพอที่จะพาประเทศต่อสู้กับภาวการณ์ของโลกในปัจจุบันได้เลย และพาประเทศออกจากความขัดแย้ง และรับมือกับกระแสของโลกที่เปลี่ยนแปลงในทุกด้านได้อย่างไร

ตัวละครการเมืองในเสื้อคลุมของพรรคการเมือง ระบบการเมืองและโครงสร้างการเมืองที่เป็นอยู่นั้น มันมีแต่จะพาเดินย่ำไปบนรอยเท้าเก่า ที่เวียนว่ายอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์ไม่ว่าคนที่เข้าสู่การเมืองจะมีความมุ่งหมายที่ดีเช่นไร แต่สุดท้ายก็ต้องสยบยอมต่อสิ่งเหล่านี้

การเมืองไทยกลายเป็นเรื่องของการสืบทอดอำนาจของตระกูล หรือของซุ้มการเมืองที่ชี้นิ้วโดยผู้มีอิทธิพล ประชาชนผู้ลงคะแนนเป็นเพียงตัวประกอบที่ถูกเขียนบทให้ไปใช้อำนาจไม่กี่วินาทีในคูหาเลือกตั้ง

ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะวังวนความขัดแย้งวงจรอุบาทว์ของการเมืองไทยก็จะวนกลับมาอีก

พรรคการเมืองบางพรรคแม้จะพยายามสร้างความแปลกใหม่ทางการเมือง แต่เรายังมองไม่เห็นความชัดเจนเชิงนโยบายที่แตกต่างกับพรรคการเมืองเดิมๆ แถมยังพยายามสร้างเป้าหมายที่นำไปสู่ความขัดแย้งยิ่งกว่าเดิม ด้วยความมุ่งหมายที่จะทำลายล้างโครงสร้างและระบบเก่าแบบถอนรากถอนโคน ที่มองเห็นการเผชิญหน้าและความรุนแรงรออยู่เบื้องหน้า

ในขณะที่คนไทยจำนวนมากอาจหลงผิดว่า การนำของรัฐบาลทหารนั้นนำบ้านเมืองมาสู่ความสงบเรียบร้อยอยู่บ้าง คนเหล่านี้เป็นคนชั้นกลางในเมือง คนในสังคมเมือง คนที่มีการศึกษา และมีงาน เป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ในระบอบประชาธิปไตยที่คนเท่ากันนั้นมันวัดกันด้วยเสียงข้างมาก เสียงของคนเหล่านี้ก็ไม่เพียงพอที่จะกำหนดทิศทางของประเทศได้ตามที่ตัวเองต้องการ จนกลายเป็นภาวการณ์ต่อต้านระบบการเลือกตั้งซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของตัวเองในฐานะพลเมืองของประเทศ

พวกที่เรียกตัวเองว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตยก็เป็นพวกประชาธิปไตยสุดโต่ง กระทั่งเข้าใจว่า การเลือกตั้งคือการตัดสินของประชาชนที่ถูกต้องที่สุด ไม่สนว่ารัฐบาลที่ตัวเองเลือกมานั้นจะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ ท่องเพียงว่า ถ้ารัฐบาลไม่ดีถึงเวลาประชาชนก็ไม่ต้องเลือกกลับมาอีก จนตีความหมายได้เพียงว่า ประชาธิปไตยก็คือ การเลือกตั้ง

ทั้งสองฝ่ายจึงเป็นพวกที่ถ้าฝั่งตัวเองทำก็ถูกหมด แม้จะทำแบบเดียวกันกับที่ฝั่งตรงข้ามเคยทำแล้วตัวเองเคยตำหนิด้วยถ้อยคำรุนแรง การเลือกข้างฝักฝ่ายอยู่เหนือเหตุผลและความถูกต้อง

เมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้นบนพื้นฐานที่ไม่เท่าเทียมกันของประชาชน ผู้ลงคะแนนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ความสามารถ ความสำนึกผิดชอบต่อสังคม ถูกครอบงำด้วยค่านิยมของสังคมที่ต้องตอบแทนผู้อุปถัมภ์ การเล่นพรรคเล่นพวก สภาพแวดล้อม หรือการชี้นำของคนที่เราให้การเคารพนับถือ ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถหานักการเมืองที่มีประสิทธิภาพได้ ไม่สามารถจัดสรรคนดีเข้ามาเป็นผู้ปกครองได้ เพียงแต่ได้ตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่แทนเราในฐานะผู้ที่ชนะด้วยเสียงข้างมากเท่านั้นเอง

เมื่อประชาชนไม่เข้าใจคุณค่าของการเมืองเราก็ไม่เห็นนักการเมืองแข่งขันด้วยคุณภาพ วันนี้เราจึงไม่ได้ยินคู่แข่งขันทางการเมืองพูดเลยว่า จะนำพาบ้านเมืองไปอย่างไรในสภาพการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของโลกในทุกด้าน AI กำลังเข้ามาแทนแรงงานของมนุษย์ คนจำนวนมากกำลังตกงาน ธุรกิจบริการกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงด้วยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การผูกขาดของทุนใหญ่ที่มากขึ้น คนชั้นกลางซึ่งเคยเป็นเสาหลักของระบอบประชาธิปไตยกำลังอ่อนแอลง จนเกิดการจลาจลขึ้นมากมายในหลายประเทศ

หรือพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีนโยบายตั้งรับกับสภาวะสงครามเพื่อความอยู่รอดด้านเศรษฐกิจของมหาอำนาจโลกที่กำลังห้ำหันกันแทนสงครามเพื่อความมั่นคง และอุดมการณ์การเมืองแบบเดิมอย่างไร นโยบายกีดกันการค้า กระแสชาตินิยม การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมอย่างรุนแรง สภาวะของสังคมสูงอายุที่อีกไม่นานคนจำนวนน้อยต้องเลี้ยงดูคนจำนวนมากนั้นจะรับมือกับมันอย่างไร

แต่ถามว่า วันนี้มีคนจำนวนมากไหมที่ตื่นรู้เท่าทันกับระบบการเมืองต้องการให้การเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อให้ได้คนที่ดีในการนำพาบ้านเมือง อยากให้พรรคมุ่งแข่งในเชิงนโยบาย ผมคิดว่า มีจำนวนไม่น้อยนะ แต่ยังยากที่จะเปลี่ยนสังคมและค่านิยมของเสียงข้างมากในสังคมไทยได้

แม้ไทยจะได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่ใช้เฟซบุ๊กมากเป็นอันดับต้นของโลก เมื่อคิดจากสถิติของพลเมือง แต่ระบบโซเชียลมีเดียที่ทำลายล้างระบบสื่อแบบเก่า เกิดสถานการณ์ที่ใครก็เป็นสื่อได้จนข่าวสารและความรู้ท่วมท้นนั้น ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบการเมืองไทยได้ เพราะคนจำนวนมากไม่สามารถแยกแยะและกลั่นกรองคุณค่าของข่าวสารที่ไหลบ่าได้ อย่างน้อยก็น่าจะอีกหลายปีนับจากนี้

ใช่หรือไม่ว่า บางทีเราก็ไปกล่าวหานักการเมืองผู้มีอำนาจมากไป เพราะสิ่งที่เขาเป็นนั้นมันสะท้อนตัวตนของเราเองนั่นแหละ

ติดตามผู้เขียนได้ที่
https://www.facebook.com/surawich.verawan
กำลังโหลดความคิดเห็น...