xs
xsm
sm
md
lg

ควันไฟสงครามตั้งแต่เริ่มปีหมู (จบ)

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
นอกเหนือไปจากเรื่องการหาเสียง หาคะแนนนิยม เพื่อช่วงชิงความเป็นรัฐบาล ในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง สิ่งที่น่าจะก่อให้เกิดแรงฮึด แรงกระตุ้น หรือเกิด “ลูกบ้า” ในการแสดงออกถึงความพร้อมที่จะเปิดศึก 3 ด้าน 4 ด้านของรัฐบาลและกองทัพอิสราเอลนั้น น่าจะมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน...

อันดับแรก...ก็คงหนีไม่พ้นไปจากเรื่อง “ความกลัว” หรือ “ความหวาดระแวง” ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว โดยเฉพาะความกลัว ความหวาดระแวงต่อประเทศ “คู่กัด” หรือ “ศัตรูคู่อาฆาต” อย่างอิหร่าน ที่แต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างมันน่าจะเป็นไปตามที่คู่แข่งของ “ทรัมป์บ้า” หรืออดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอเมริกัน “นางฮิลลารี คลินตัน” เธอได้เขียนบรรยายไว้ใน “อีเมล” ซึ่งรั่วไหลออกมาสู่สายตาสาธารณชนขณะที่เธอยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศนั่นแหละว่า... “หนทางดีที่สุดในการช่วยพันธมิตรอิสราเอลของเรา ในการรับมือกับการเติบโตด้านขีดความสามารถในการพัฒนานิวเคลียร์ของประเทศอิหร่าน ก็คือการช่วยให้บรรดาประชาชนชาวซีเรีย ลุกขึ้นมาโค่นล้มระบอบปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด โดยเร็วที่สุด...”

แต่ไปๆ-มาๆ...ด้วยการโดดลงมาช่วยเหลือ กอบกู้รัฐบาล “อัล-อัสซาด” ของรัสเซียและอิหร่านแบบชนิดถึงไหน-ถึงกัน ไม่เพียงแต่ทำให้ “หนทางที่ดีที่สุด” ของ “นางฮิลลารี คลินตัน” กลายเป็น “หนทางที่เป็นไปไม่ได้” เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดการเติบโตขยายตัวของกองกำลังอิหร่านในพื้นที่ประเทศซีเรีย รวมทั้งพันธมิตรของอิหร่านในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าขบวนการฮามาสในปาเลสไตน์ หรือเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน ชนิดสามารถประเคนจรวดใส่อิสราเอลระดับ “อิ่มจนจุก” หรือจนต้องตัดสินใจ “หยุดยิง” กับขบวนการฮามาสไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมานั่นเอง...

และการเติบโตขยายตัวของกองกำลังอิหร่าน รวมทั้งพันธมิตรอิหร่านในซีเรียนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้สถานะของอิสราเอลออกจะลำบากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังอาจส่งผลให้ “รัฐบาลอัล-อัสซาด” ที่เริ่มพลิกกลับเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะใน “สงครามกลางเมือง” ยิ่งขึ้นทุกที อาจอาศัย “กองกำลังอิหร่าน” หรือพันธมิตรอิหร่านอย่างพวกฮามาสและเฮซบอลเลาะห์ ที่กระจายตัวอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณพื้นที่ “ที่ราบสูงโกลัน” (Golan Heights) ชนิดหนาแน่น เหนียวแน่นอย่างเห็นได้โดยชัดเจน ช่วยกดดัน หรือ “ทวงคืน” พื้นที่ในบริเวณนี้ ที่ถือเป็น “ดินแดนในอำนาจอธิปไตยของซีเรีย” มาตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีแต่ยังถูกกองทัพอิสราเอลยึดครองไว้จนตราบเท่าทุกวันนี้ ขึ้นมาในวันใด-วันหนึ่งก็ไม่แน่!!!

อันนี้นี่แหละ...ที่ถือเป็นเรื่องระดับ “คอขาด-บาดตาย” ระดับที่หนีไม่พ้นต้อง “บ้า...ก็...บ้าวะ” อย่างมิอาจปฏิเสธได้ เพราะถ้าว่ากันตามคำพูด คำจาของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล “นายเบนจามิน เนทันยาฮู” ที่เพิ่งกล่าวต่อหน้าที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐฯ อย่าง “นายจอห์น โบลตัน” ในระหว่างการพบปะเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ก็ค่อนข้างแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ว่าอิสราเอลนั้นพร้อมเสมอที่จะ “บ้า” เพื่อยึดครองพื้นที่แห่งนี้ต่อไปให้จงได้ นั่นคือคำพูดที่ว่า... “ที่ราบสูงโกลันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมหาศาลสำหรับความมั่นคงของเรา เมื่อไหร่ที่คุณยืนอยู่ที่นั่น คุณจะสามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริงว่า ทำไมเราถึงไม่ยอมละทิ้งพื้นที่แห่งนี้ และทำไมพื้นที่ดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อการคงอยู่ของเอกราชและอธิปไตยแห่งชาติอิสราเอล...”

หรือถ้าสรุปโดยคร่าวๆ...นอกจากพื้นที่อันเต็มไปด้วยภูเขา ทะเลสาบ และถือเป็นต้นน้ำของแม่น้ำจอร์แดนแห่งนี้ จะเป็นพื้นที่ที่ช่วยซัปพลายแหล่งน้ำจำนวนถึง 1 ใน 3 ให้กับประเทศอิสราเอลในทุกวันนี้ การสำรวจพบแหล่งน้ำมันจำนวนไม่น้อยกว่านับพันๆ ล้านบาร์เรล ในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อช่วงปี ค.ศ. 2015 ยังทำให้ใครก็ตามในอิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองพรรครัฐบาล หรือพรรคฝ่ายค้านในการเลือกตั้งครั้งหน้า หรือครั้งไหนๆ ก็แล้วแต่ ย่อมไม่อาจปล่อยมือจากพื้นที่แห่งนี้ไปได้ง่ายๆ ยิ่งในช่วงจังหวะที่สัมพันธภาพระหว่างอิสราเอลกับมหาอำนาจสูงสุดของโลกอย่างคุณพ่ออเมริการะยะนี้ ได้รับการโจษขานว่า “ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในประวัติความสัมพันธ์เท่าที่เคยมีมา” ชนิดประธานาธิบดีอเมริกันผู้มีลูกเขยเป็นชาวยิวอย่าง “ทรัมป์บ้า” ถึงกับยอมแหกหักกฎ กติกา ของสหประชาชาติ ประกาศ “รับรองกรุงเยรูซาเล็ม” ให้เป็น “เมืองหลวง” ของอิสราเอล ด้วยการย้ายสถานทูตอเมริกันจากกรุงเทลอาวีฟ ไปอยู่ที่เยรูซาเล็มอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้บรรดาชาวอิสราเอลที่ปลาบปลื้มยินดี ถึงขั้นลงทุนจัดทำเหรียญที่ระลึก เอารูปใบหน้าของ “ทรัมป์บ้า” ไปวางเคียงคู่กับใบหน้าอดีตจักรพรรดิเปอร์เซียอย่าง “ไซรัสมหาราช” ผู้ปลดปล่อยชาวอิสราเอลออกจากความเป็นเชลย ให้มีโอกาสกลับมาสร้าง “วิหารแห่งพระเจ้าครั้งที่ 2” ในดินแดนอิสราเอล เมื่อหลายพันปีที่แล้ว เอาเลยถึงขั้นนั้น...

ด้วยช่วงจังหวะที่รัฐบาลอเมริกาได้กลายสภาพเป็น “รัฐบาลอเมริกันเชื้อสายยิว” อย่างเห็นได้โดยชัดเจน ด้วยช่วงจังหวะที่การเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลกำลังใกล้เข้ามา ด้วยความหวาดกลัว หวาดระแวงของชาวอิสราเอล ที่มีต่อ “จรวด” ของพวกฮามาสพวกเฮซบอลเลาะห์ ชนิดหูแหก ตาแหกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยความแหนหวง ความปรารถนา ความอยากได้ดินแดนที่ราบสูงโกลันของเพื่อนบ้านซีเรียไว้ครอบครองอย่างเป็นการถาวร ตาม “พันธสัญญา” ที่พระผู้เป็นเจ้าของอิสราเอลเคยบอกเอาไว้เมื่อไหร่ ตอนไหน ก็มิอาจทราบได้ ฯลฯ ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง ที่น่าจะถือเป็นองค์ประกอบในการก่อรูป ก่อร่างให้เกิดอาการ “ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด” ขึ้นมาในบรรดาผู้ซึ่งมีบทบาทอำนาจทั้งหลายในประเทศอิสราเอล การตัดสินใจสร้าง “กำแพง” ล่วงล้ำเข้าไปในประเทศเลบานอน ตัดสินใจตามเข้าไปถล่มพวกฮามาสในประเทศซีเรีย พร้อมเปิดศึก 3 ด้าน 4 ด้าน ไม่ว่ากับเลบานอน ปาเลสไตน์ ซีเรีย อิหร่าน หรือเผลอๆ...อาจลามไปถึงคุณน้า “รัสเซีย” คุณพี่ “จีน” เอาเลยก็ไม่แน่!!! แม้อาจเป็นเรื่องที่ดูเล็กๆ แต่ออกจะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวเอามากๆ สำหรับแนวรบในตะวันออกกลางช่วงนี้...

เพราะอย่างน้อย...ก็อย่าลืม “คำเตือน” หรือ “คำทำนาย” ของท่าน “ยอห์นแห่งพัทโมส” ในพระคัมภีร์ไบเบิล บทวิวรณ์ ที่บอกเอาไว้ว่า... “และข้าพเจ้าเห็นผีโสโครก 3 ตน รูปร่างคล้ายกบ ออกมาจากปากพญานาค ออกจากปากสัตว์ร้ายนั้น และออกจากปากคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ ด้วยว่าผีเหล่านั้นเป็นผีร้ายกระทำหมายสำคัญ มันออกไปหากษัตริย์ทั้งปวงทั่วพิภพ เพื่อให้บรรดากษัตริย์เหล่านั้น ร่วมกันทำสงครามในวันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และมันทั้ง 3 ได้ชุมนุมพวกกษัตริย์ไว้ที่ตำบลหนึ่ง ซึ่งภาษาฮิบรูเรียกว่า...อารมาเกดโดน” ส่วนใครจะแปลความ ตีความไปในรูปไหน คงต้องไปนั่งคิด นอนคิด เอาเองก็แล้วกัน...
กำลังโหลดความคิดเห็น...