xs
xsm
sm
md
lg

เขมรปฏิเสธ”ปู” ไม่เคยให้พาสปอร์ต-สงสัยปลอม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"พนมเปญโพสต์" ของกัมพูชา อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.เหมา จันดารา ผอ.แผนกเอกสารประจำตัว กระทรวงมหาดไทย กัมพูชา ยันไม่เคยออกหนังสือเดินทางให้ "ยิ่งลักษณ์" สงสัยเป็นของปลอม “บิ๊กป้อม”โบ้ยให้ไปถามกัมพูชา ขณะที่ สื่อฮ่องกง ชี้ จีนระมัดระวังความสัมพันธ์กับไทยจากปัญหาของสองพี่น้อง ลบทิ้งเกลี้ยง ข่าว"แม้ว-ปู" เยือนซัวเถา

จากกรณี สื่อฮ่องกง "เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์" รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้หนังสือเดินทางของกัมพูชา หลบหนีออกจากประเทศไทย เมื่อปี 2560 ผ่านประเทศกัมพูชา มีความน่าเชื่อถือ แม้ว่าทางการกัมพูชา จะปฏิเสธเรื่องดังกล่าวก็ตาม

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ในเอกสารยื่นขอจดทะเบียนบริษัทในฮ่องกง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ใช้พาสปอร์ตของกัมพูชา เป็นหลักฐานประกอบการขอจดทะเบียนเป็นกรรมการแต่เพียงผู้เดียว ของบริษัท พีทีคอร์ปอเรชั่น โดยที่บริษัทแห่งนี้ ทำการจดทะเบียนในฮ่องกง เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ปีที่แล้ว หรือเกือบ 1 ปี หลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกเดินทางลี้ภัย ก่อนที่ศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษา ซึ่งเธอถูกฟ้องร้องด้วยข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลักฐานประกอบการยื่นจดทะเบียนบริษัทดังกล่าว ขัดแย้งต่อการกล่าวอ้างของรัฐบาลกัมพูชา ที่ว่าไม่เคยออกเอกสารการเดินทางใดๆ ให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์

ขณะที่ สำนักข่าวภาษาเขมรเฟร็ชนิวส์ออนไลน์ ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลสมเด็จฮุนเซน มากที่สุด เลือกนำเสนอเพียงประเด็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกแต่งตั้งเป็นประธานท่าเรือใหญ่เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง แต่ไม่กล่าวถึง ประเด็นที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือพาสปอร์ตกัมพูชา และยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากซีกรัฐบาลตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้น สื่อกระแสหลักต่างๆ สำนักข่าวกับเว็บไซต์ข่าวต่างๆ ในกัมพูชา รวมทั้งสำนักข่าวออนไลน์ยอดนิยมภาษาเขมรอีก 2 แห่ง ก็ไม่ได้ตีพิมพ์ข่าว ดังกล่าว นับเป็นเรื่องที่น่าผิดสังเกต แม้แต่หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในหมู่ชาวต่างชาติในกัมพูชา ก็ไม่นำเสนอข่าวใดๆ เกี่ยวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่สื่อจีนรายงาน

เช่นเดียวกับสื่อกระแสหลักอื่นๆ ในกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์รายวัน ฉบับยอดนิยมต่างๆ ทั้ง รัศมีกัมพูชา และ เกาะสันติภาพ ก็ไม่นำเสนอข่าวนี้เช่นกัน

** กัมพูชาไม่เคยออกพาสปอร์ตให้"ปู"

อย่างไรก็ตาม มีบุคคลที่ใช้ชื่อ "Prangtip Daorueng" โพสเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อช่วงเย็น วันที่ 10 ม.ค.61 ว่า เอาไงดี.. กัมพูชาปฏิเสธ ไม่เคยออกพาสปอร์ตให้ ยิ่งลักษณ์ บอกไม่รู้ของปลอมหรือเปล่า

ทั้งนี้ มีการอ้างถึง หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ของกัมพูชา รายงานคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.เหมา จันดารา อดีตผู้อำนวยการแผนกเอกสารประจำตัว กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ในช่วงที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกจากประเทศไทย ว่ากัมพูชาไม่เคยออกหนังสือเดินทางให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์

"เราไม่รู้ว่า (พาสปอร์ตนี้) เป็นของปลอมหรือไม่ แต่เราไม่เคยออกหนังสือเดินทางให้ชาวต่างชาติ" เขากล่าว และอธิบายว่า การกระทำเช่นนั้นผิดกฎหมายกัมพูชา ซึ่งการออกหนังสือเดินทางเพื่อจะออกให้กับชาวต่างชาตินั้น จะสามารถทำได้ ในกรณีเดียวคือ ต้องมีการลงพระปรมาภิไธยจากเจ้านโรดมสีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา เสียก่อน

"ใครในโลกนี้ไม่รู้บ้างว่า ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ถือสัญชาติไทย และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เธอจะมาใช้พาสปอร์ตกัมพูชา ไปจดทะเบียนบริษัท ในฐานะประชาชนกัมพูชาได้อย่างไร" เขากล่าว

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายบกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ปฏิเสธ ที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือหนังสือเดินทางของประเทศกัมพูชา ในการจดทะเบียนตั้งบริษัทในฮ่องกง โดยตอบเพียงสั้นๆว่า "ให้ไปถามกัมพูชาเอง" เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าว จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบคำถามดังกล่าว พร้อมเดินขึ้นรถออกไปทันที

** ลบทิ้งเกลี้ยงข่าว"แม้ว-ปู"เยือนกวางตุ้ง

นอกจากนี้ เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ ยังรายงานว่า ทั้งนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางถึงหมู่บ้านต๋าเซี่ย ในเมืองเหมยโจว มณฑลกวางตุ้ง เพื่อไปเยี่ยมบรรพบุรุษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยพวกเขาเป็นคนเข้าเมืองชาวจีน รุ่นที่ 4 ในไทย และสืบเชื้อสายจากตระกูลฮากกา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์วิดีโอ ตอนที่พวกเขาเดินทางถึงหมู่บ้านต๋าเซี่ย บนอินสตาแกรม เมื่อวันอาทิตย์ (6ม.ค.) พร้อมกับบรรยายภาพว่า "คนจีนแห่มาต้อนรับทักษิณและยิ่งลักษณ์ เดินทางมากราบไหว้บรรบุรุษที่ประเทศจีน"

ในวิดีโอพบเห็นสองพี่น้องลงจากรถสีดำห้อมล้อมด้วยชายชุดดำ จากนั้นพวกชาวบ้านจีนก็กุลีกุจอเข้าไปหาทั้งคู่ ในขณะที่ยิ่งลักษณ์และทักษิณส่งยิ้มพร้อมกับพูดคุยทักทายด้วย

เซาต์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ อ้างคำบอกเล่าจากชาวบ้านรายหนึ่งว่า ในขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นเตรียมการต้อนรับผู้มาเยือนคนดังจากไทย แต่สื่อมวลชนหลัก และสื่อสังคมออนไลน์ ที่เผยแพร่ภาพถ่ายและวิดีโอการมาเยือนของทั้งคู่ ถูกลบทิ้งเกลี้ยงตั้งแต่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ (6ม.ค.)

สื่อฮ่องกงแห่งนี้ระบุว่า การปรากฏตัวของพวกเขาในจีนครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การเมืองไทย ตกอยู่ท่ามกลางความไม่แน่อน ด้วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะรัฐประหารบ่งชี้ว่า อาจเลื่อนเลือกตั้งอีกหน จากเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนก.พ.

รายงานของเซาท์ไชน่า มอร์นิงโพสต์ ระบุว่า การเลือกตั้งอาจกำหนดดุลอำนาจใหม่หากชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของอาเซียนคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย ด้วยคาดหมายว่า ตระกูลชินวัตร จะท้าทายการปกครองของทหาร เนื่องจากพวกเขายังคงกุมอำนาจตัดสินใจทั้งหมดในพรรคเพื่อไทย

** ชี้จีนระมัดระวังความสัมพันธ์ไทย

ชอง จา เอียน ศาสตราจารย์ ด้านการเมืองระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ให้ความเห็นกับเซาต์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ ว่าแนวทางระมัดระวังของจีน ต่อการเดินทางเยือนของนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงให้เห็นว่า จีนพยายามสงวนท่าทีมากแค่ไหนในกรณีอาจเข้าไปพัวพันกับการเมืองภายในของไทย

"รัฐบาลจีนพยายามระมัดระวังว่าใครที่ดูเหมือนว่าพวกเขาให้การสนับสนุน แม้ว่าพวกเขาพยายามทำงานร่วมกับทุกฝ่าย" ชองกล่าว "ผมคิดว่า มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาอาจถูกลากเข้าสู่ประเด็นโต้เถียงทางการเมืองภายในของไทย ซึ่งเสี่ยงส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของจีนในไทย และอาจรวมไปถึงในอาเซียนด้วย"

"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานข่าวการมาเยือนของทั้งคู่ อาจก่อความเข้าใจ ทึกทักกันไปว่า รัฐบาลจีนกำลังสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเฉพาะในศึกเลือกตั้งของไทย มันจะยิ่งโหมกระพือข้อสงสัยที่ว่า จีนแทรกแซงการเมืองภายในของเหล่าประเทศเพื่อนบ้านหรือที่อื่นๆ" ชองกล่าวกับ เซาต์ไชน่ามอร์นิงโพสต์
กำลังโหลดความคิดเห็น...