xs
xsm
sm
md
lg

ตีกลับแผนพัฒนา"มักกะสัน" จี้วางรูปแบบPPPให้ชัดเจน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"คมนาคม" สั่งรฟท.ปรับปรุงแผนพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่ดิน"มักกะสัน"ใหม่ หลังพบยังรวม แปลง A ในแผน ชี้ต้องแยกออก เหตุแปลง A เป็นสัมปทานของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไปแล้ว และต้องวางรูปแบบ PPP ให้ชัดเจน ว่าจะร่วมลงทุนเอกชนแบ่งผลประโยชน์ หรือให้เช่าใช้ที่ดิน และ รอผลเจรจา ซีพี ประเมินมูลค่าลงทุน

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมโครงการตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ. พ.ศ. 2556 พื้นที่ย่านมักกะสัน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า จากที่ รฟท.ได้ศึกษาและวิเคราะห์ โครงการพัฒนาบริเวณพื้นที่ย่านมักกะสัน ซึ่งได้นำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมนั้น ยังพบว่ามีรายละเอียดของแผนการพัฒนา เช่น รูปแบบ และมูลค่าโครงการที่อาจจะยังไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน รวมถึงให้ รฟท. พิจารณาแนวทางที่ดำเนินโครงการที่ที่เป็นผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับให้ดีที่สุด โดยให้รฟท. ปรับปรุงรายงานการศึกษาร่วมลงทุน (PPP) พัฒนาเชิงพาณิชย์ที่ดิน มักกะสันใหม่

ทั้งนี้ ในการพิจารณาผลการศึกษา สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีความเห็น แนวทางการพัฒนาที่รฟท.นำเสนอ 2-3 ประเด็น ยัง ไม่มีความชัดเจน เช่น มีการนำพื้นที่แปลง A ติดสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มารวมในแผนการพัฒนามักกะสันทั้งหมด ซึ่งพื้นที่ แปลง A ดังกล่าวนั้น เป็นส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินพัฒนาไปแล้ว รฟท. ต้องแยกให้ชัดเจน เพราะจะมีผลต่อมูลค่าของผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น

"ให้รฟท.ทบทวนแผน พัฒนาที่ดินมักกะสันตอนนี้จะมีแปลง B,C,D,E โดยตัดแปลง A ออก ส่วนแปลง E จะต้องดูอีกทีเพราะมีพื้นที่ส่วนที่ รฟท. จะนำมาใช้ประโยชน์เอง ซึ่งจะต้องตัดออกจากกการศึกษาร่วมลงทุน หรือการพัฒนาเชิงพาณิชย์ด้วย เพราะจะมีผลต่อมูลค่าโครงการทั้งสิ้น ส่วนการพัฒนายังเห็นว่า ควรแบ่งเป็นเฟส โดยให้เร่งสรุปและนำเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. เพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาอีกครั้ง" นายชัยวัฒน์ กล่าว

เรื่องพัฒนาที่ดินของรถไฟ โดยเฉพาะที่ดินมักกะสัน ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงและอยู่ในความสนใจของประชาชน ดังนั้นการพิจารณาจะต้องรอบคอบ ต้องมีเหตุผลและต้องไม่ให้เกิดความสงสัย

รายงานข่าวแจ้งว่า แผนพัฒนาที่ดินมักกะสัน ที่รฟท. เสนอยังมีความไม่ชัดเจนหลายเรื่อง เช่น โรงงานมักกะสัน ตามมติบอร์ดรฟท. ให้ปรับปรุงแต่แผนพัฒนาพื้นที่พบว่าจะเป็นการย้ายโรงงานออกไปที่อื่น , รูปแบบการร่วมลงทุนเอกชน (PPP) ซึ่งมีทั้งการร่วมทุนให้สัมปทานและแบ่งผลประโยชน์ให้รฟท. หรือการร่วมทุนโดยให้เช่าพื้นที่ รฟท.รับผลประโยชน์จากค่าเช่า ซึ่งหลักการจะต้องเลือกแนวทางที่รัฐได้ประโยชน์มากที่สุด

โดยกระทรวงคมนาคม ได้รับความช่วยเหลือ จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือไจก้า ในการ ศึกษาแผนการพัฒนาพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ และพื้นที่โดยรอบของรฟท. เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์คมนาคมพหลโยธิน รวมถึงพื้นที่มักกะสัน ซึ่งรฟท.ได้นำแนวคิดของไจก้า ไปปรับให้เหมาะสมกับการพัฒนาเชิงพาณิชย์พื้นที่แต่ละแห่ง โดยไจก้าได้ให้ความเห็นเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาพื้นที่มักกะสันว่า หากเน้นเรื่องร้านค้ามากเกินไป อาจจะไม่คุ้มค่า เนื่องจาก แนวโน้มของอนาคต จะเป็นการซื้อของออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น รฟท.ควรพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยและสำนักงานด้วย

แนวทางการพัฒนาที่ดินมักกะสัน ล่าสุด มีพื้นที่ รวม 423.15 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่แปลง A ติดสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน 92.7 ไร่ (อยู่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน) แปลง B 141.43 ไร่ แปลงC 138.07 ไร่ แปลงD 36.95 ไร่ และแปลง E 11.30 ไร่

ซึ่งแปลง B,C,D,E, รฟท.จะดำเนินการพัฒนาเอง แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับแปลง A ดังนั้น ต้องรอความชัดเจนของการพัฒนาพื้นที่มักกะสันแปลง A ของเอกชน 3 สนามบินก่อน ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจะ ประชุมและเจรจากับ กลุ่มซีพี ในเงื่อนไขข้อเสนอเพิ่มเติม (ซอง 4 ) ในวันที่ 15 ม.ค. นี้และหากตกลงกันได้จะสรุปผลการประมูลและเห็นแผนที่กลุ่มซีพี จะพัฒนาพื้นที่มักกะสัน รวมถึงมูลค่าที่จะเกิดขึ้น เพื่อรฟท.จะได้นำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาพื้นที่แปลง อื่นๆ ที่ อยู่ติดกันเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด

"การพัฒนาเชิงพาณิชย์เป็นเรื่องใหม่สำหรับ รฟท. ดังนั้นต้องดูข้อมูลให้รอบด้าน และเนื่องจาก รถไฟ 3 สนามบินเพิ่งเกิด ดังนั้น รฟท.ต้องไปปรับปรุงใหม่ ให้ข้อมูลและรายละเอียดอัพเดทที่สุด และมูลค่าโครงการต้องลดลงด้วยเพราะพื้นที่น้อยลง"
กำลังโหลดความคิดเห็น...