xs
xsm
sm
md
lg

มีแต่หาบันไดลิงลง สำหรับทรัมป์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


ในวันอังคารที่ 8 มกราที่ผ่านมา ทรัมป์ได้นัดสื่อทุกแขนงให้รายงานการแถลงการณ์ใหญ่ของเขา หลังจากก่อนหน้านั้นถึง 2 ครั้ง 2 ครา (วันศุกร์ที่ 4 และวันอาทิตย์ที่ 6 มกรา) ที่เขาขู่สภาทั้ง 2 สภาว่า เขาอาจงัดเอาอำนาจปธน.ที่จะประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตที่ชายแดนใต้ (ติดเม็กซิโก) โดยจะเอางบฉุกเฉินของกองทัพถึง 5,000 ล้านเหรียญ มาสร้างกำแพงยักษ์กั้นพรมแดนเม็กซิโก และสหรัฐฯ เพื่อสกัดกั้นการไหลบ่าอย่างบ้าคลั่งของเหล่าวายร้ายจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้ที่จะข้ามฟากมายึดครองดินแดนทางตอนใต้ของสหรัฐฯ

หลายคนคาดว่า การแถลงสดออกอากาศในเวลา 2 ทุ่ม ที่ห้องรูปไข่, ทำเนียบขาว ทรัมป์น่าจะกล้าพอที่จะประกาศภาวะฉุกเฉิน ดังคำขู่กรรโชกที่เขาได้คำรามเอาไว้

ปรากฏว่า...ผิดคาด...เขากลับไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน เพราะจะเกิดเรื่องใหญ่โตตามมาคือ สภาล่างจะยื่นเรื่องให้ศาลสูงสุดระงับคำสั่งของปธน.ทรัมป์ทันที เพราะขณะนี้ไม่มีวิกฤตการไหลบ่าของผู้อพยพที่แอบหนีเข้าเมือง เหตุผลไม่เพียงพอที่จะประกาศภาวะฉุกเฉิน

ตรงกันข้าม สถิติการแอบหลบหนีเข้าเมืองของทั้งทั่วสหรัฐฯ (อย่างด่านต่างๆ ทั้งสนามบินนานาชาติ 200 กว่าแห่ง) รวมทั้งท่าเรือ และโดยเฉพาะคือ ประเภทเดินเข้าผ่านชายแดนเม็กซิโกนั้น ต่ำเตี้ยสุดในรอบ 30 ปี (นี่เป็นตัวเลขทางการของรัฐบาลทรัมป์นั่นเอง)

แต่ทรัมป์ได้ออกมาอ่านแถลงการณ์ ซึ่งก็ทำให้ผิดไปจากวิสัยของทรัมป์ ที่ไม่ชอบอ่านสคริปต์ แต่ชอบท้าตีท้าต่อย ตอบคำถามสดๆ โดยไม่มีการเตรียมตัวก่อน จะได้ใช้วาจาเผ็ดร้อน เสียดสี ดูหมิ่นเหยียดหยาม ตอบกลับอย่างถูกใจฐานเสียง (คนผิวขาวที่กำลังอยู่ในอุตสาหกรรมที่อาทิตย์กำลังตกดิน เช่น ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ถ่านหิน, หรือค้าปลีกแบบเก่า เป็นต้น และเป็นพวกที่หัวปักหัวปำกับทรัมป์ โดยไม่ชอบตรวจสอบข้อมูล “โกหกหน้าตาเฉยของทรัมป์”)

เขาไม่ได้พูดถึงภาวะฉุกเฉิน แต่ได้อรรถาธิบายว่า อเมริกากำลังมีวิกฤตจากคนแอบหนีอพยพเข้าเมือง ซึ่งก็เป็นคำพูดที่ทรัมป์ใช้เมื่อเปิดฉากประกาศตัวเองลงสมัครตำแหน่งปธน. เมื่อ 2015 และนำทางให้เขาได้รับเสียงตอบรับจากคนผิวขาวระดับล่างที่ทำงานในโรงงาน และกำลังตกงาน เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแทนที่...(ส่วนใหญ่เคยเป็นเดโมแครตด้วยซ้ำ แต่บอกว่ารัฐบาลเดโมแครตกลับไปดูแลคนผิวสีมากกว่าพวกตน...รวมทั้งตอนกลางของประเทศที่เป็นเกษตรกรผิวขาวเช่นกัน)

เขายกเอาตัวเลขลอยๆ ว่าอเมริกากำลังถูกบุกเข้าครอบครองโดยผู้อพยพหนีเข้าเมืองระลอกใหม่ ที่กำลังมาแย่งงานเหล่าผู้ใช้แรงงานเดิมที่เป็นทั้งผิวขาวและผิวสี (เจตนาสร้างความแตกแยกให้คนผิวสี, ชาว Hispanics, และชาวเอเชียที่อพยพมาอยู่ก่อน จะรังเกียจและแตกแยกกับกลุ่มผู้อพยพเข้ามาใหม่-เป็นการสร้างความแตกแยกไม่ให้พวกเขารวมตัวกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว) และเรื่องอาชญากรจากผู้อพยพใหม่ (อันนี้ถูกตรวจสอบโดยสื่อหลักว่า เป็นการโกหกอย่างร้ายกาจ เพราะผู้อพยพใหม่มีสถิติสร้างอาชญากรในจำนวนที่น้อยมากกว่าคนอเมริกันเองนั่นแหละ โดยเฉพาะก็คือ อาชญากรโหดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่พกปืน (อัตโนมัติ) ยิงกระสุนใส่ฝูงชนหรือชั้นเรียนในโรงเรียนของตนเองที่ Parkland, ฟลอริดา, ที่โรงเรียนอนุบาล Sandy Hook ที่รัฐคอนเนตทิคัต, ที่หน้าต่างโรงแรมหรูที่เนวาดา กราดยิงฝูงชนที่กำลังมาสนุกงานคอนเสิร์ตจนตายเป็นพันๆ คน!)

ทรัมป์โอดครวญผ่านแถลงการณ์ของเขาว่า อเมริกากำลังเผชิญวิกฤตผู้อพยพเข้าเมืองเป็นพวกอาชญากร และขนยาเสพติดเข้ามาทำลายอเมริกา (ทั้งๆ ที่ยาเสพติดที่รัฐบาล-รวมทั้งของทรัมป์เอง-จับได้มากที่สุดจะขนผ่านด่านที่สกัดตามสนามบิน และท่าเรือ แต่ไม่ใช่ขนมาทางเดินเท้าผ่านชายแดนเม็กซิโก!) แต่สภาไม่ยอมให้งบ 5,700 ล้านเหรียญ (เขาเขยิบตัวเลขให้สูงกว่าที่เคยขอไว้แค่ 5,000 ล้านเหรียญ) เพราะสภาไม่นำพาต่อปัญหาวิกฤตสาหัสของชาติในครั้งนี้ โดยเฉพาะพรรคเดโมแครตที่กำลังครองเสียงข้างมากในสภาล่าง

ทันทีหลังคำแถลงของปธน.ทรัมป์ ผู้นำเดโมแครตตอบโต้ได้ทันควัน หญิงเหล็กคุณแม่ลูกชาย 5 และหลานย่ากว่า 10 คนอย่างแนนซี เพโลซี (ส.ส. 30 ปีของรัฐแคลิฟอร์เนีย) เน้นเลยว่าสภา (ทั้ง 2 พรรค) ได้ผ่านกฎหมายงบประมาณที่ได้ตั้งงบให้ดูแลพรมแดนควบคุมการหนีเข้าเมือง โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย ทั้งโดรน, และตำรวจลาดตระเวน (มีทั้งรถยนต์, ตำรวจม้าด้วย) พร้อมอุปกรณ์สื่อสารทันสมัย ทั้ง 2 พรรค (ก่อน 3 มกรา ส.ส.ส่วนใหญ่เป็นรีพับลิกันด้วยซ้ำ) ได้ให้งบ 1,300 ล้าน แต่ทรัมป์ไม่พอใจ-ไม่ได้ “Wall” ตามจำนวนเงิน 5,000 ล้านเหรียญ ก็ไม่ยอมลงนามให้งบประมาณผ่านออกมาเป็นกฎหมาย ทำให้ข้าราชการถึง ¼ (แปดแสนคน) ไม่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ 21 ธันวา-ทำให้ข้าราชการ 8 แสนคนนี้ลำบากมากเพราะไม่มีเงินเหลือเก็บ จะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าบ้าน, หรือค่างวดผ่อนบ้าน, ค่าน้ำ-ค่าไฟ, ค่านมลูก,ค่าผ่อนรถ-เธอบอกว่า วิกฤตที่ทรัมป์พูดถึงเป็นวิกฤตที่เขาสร้างปั้นแต่งขึ้นมาเอง (Manufactured Crisis) เพราะเหตุการณ์ที่ชายแดนใต้ก็เรียบร้อยเป็นปกติ แต่เพราะทรัมป์จะแพ้ไม่ได้ ก็เลยจับข้าราชการ 8 แสนคนเป็นตัวประกัน

ข้อเสนอร่วมของทั้ง ส.ส.เดโมแครต และรีพับลิกันคือให้ทรัมป์ลงนามผ่านกฎหมายงบประมาณอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยข้าราชการ 8 แสนคนนี้ให้อยู่รอด แล้วค่อยมาเจรจาเรื่องมาตรการตรวจสอบคนเข้าเมืองผิดกฎหมายที่อาจจะปฏิรูปใหม่ภายหลังจากงบออกมาก่อน

ตอนนี้โพลหลายสำนักของประชาชนอเมริกันมองว่า 60% ไม่เห็นความจำเป็นต้องทุ่มสร้าง “กำแพง” อย่างที่ทรัมป์ตอกตะปูย้ำ; ส่วนอีก 40% เห็นว่า “ควรสร้าง”

คำแถลงของทรัมป์ไม่ได้ทำให้ประชาชนอเมริกันคล้อยตามเขาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

สำหรับสภาล่างใหม่ ประธานแบบแนนซี เพโลซี รู้วิธีจัดการกับทรัมป์ที่เหมือนเด็ก Toddler น้อยที่ลงไปร้องชักดิ้นชักงอกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ (เช่นจะให้อุ้มหรืออยากได้ของเล่นให้ได้) เพื่อกดดันผู้ใหญ่ให้ต้อง “ตามใจ” โดยเขาไม่เคยลิ้มรสชาติของการผ่อนบ้าน, ผ่อนรถแบบที่ข้าราชการ 8 แสนคนกำลังระทมทุกข์ขณะนี้ (เข้าสู่วันที่ 20 ของการ Shutdow-ไม่จ่ายเงินข้าราชการ ¼ ของทั้งหมด)

แนนซีรู้วิธีจัดการกับลูกชายทั้ง 5 ของเธอ ดังนั้นในสภาร่างใหม่ เธอยืนกรานไม่ให้งบแก่ทรัมป์เพื่อสร้าง “กำแพง” แม้แต่ 1 เหรียญ เพราะเกาไม่ถูกที่คัน-ไม่ใช่วิธีการของทรัมป์ที่จะสกัดผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่สภา (ทั้ง 2 พรรค) ก็ได้จัดสรรเงินจำนวนมากพอเพื่อจัดระบบควบคุมไม่ให้มีการแอบอพยพเข้าเมืองอย่างได้ผล ซึ่งที่ผ่านมา 3 ปีนี้สถิติได้ลดลงเรื่อยๆ จนมาต่ำสุดในปีนี้เอง!! โดยยังไม่มี “กำแพง” ของทรัมป์ด้วยซ้ำ

ที่สำคัญคือ ถ้ามีวิกฤตสาหัสแบบที่ทรัมป์ได้รังสรรค์ปั้นแต่งกุเรื่องโกหกขึ้นมา ทำไมสภาที่เป็นของรีพับลิกันตลอด 2 ปีของทรัมป์ ทำไมไม่ผ่านเลย สร้างกำแพงให้ทรัมป์ตามที่เขาต้องการล่ะ!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...