xs
xsm
sm
md
lg

สมรภูมิซีเรีย-ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ!!!

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


ปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องร่อนกลับไปดูอะไรต่อมิอะไรแถวๆ ประเทศซีเรียกันอีกสักเที่ยว เพราะหลังจากผู้นำอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” ป่าวประกาศแบบเสียงดัง-ฟังชัด ว่าจะ “แยงกี้โกโฮม” หรือจะ “ถอนทหารอเมริกัน” ออกจากสมรภูมิซีเรีย แบบเลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว ถอยย์ย์ย์ดีกว่า ไม่อาวว์ว์ว์ดีกว่า ด้วยเหตุผลข้ออ้างว่าเพราะพวกผู้ก่อการร้ายไอซ้ง ไอซิส ที่เป็น “จุดมุ่งหมายเพียงประการเดียว” ในการส่งทหารอเมริกันเข้าไปในซีเรีย ได้ถูกกวาด ถูกล้าง จนหมดฤทธิ์ หมดเดชลงไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...แต่เอาไป-เอามา การถอนทหารอเมริกันตามคำประกาศของ “ทรัมป์บ้า” ชักออกไปทางคล้ายๆ ถอนหนวด ถอนขนจั๊กกะแร้ ชนิดเล่นเอาแม้แต่บรรดานักวิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์หลายต่อหลายราย ออกจะปวดเศียรเวียนเกล้าไปตามๆ กัน...

อย่างที่อดีตนักการทูตอาวุโสของอเมริกาเอง “นายMatthew Bryza” ได้ให้ความคิด ความเห็น ไว้กับสำนักข่าวรัสเซีย ทูเดย์ เมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมานั่นแหละว่า “Donald Trump flip-flops everyday on his policy” คือเรียกว่า...ออกไปทางพลิกไป-พลิกมา ร้อยลิ้นกะลาวน หรือมะกอกร้อยตะกร้าปาไม่ถูก ฯลฯ อะไรประมาณนั้น จากที่เคยประกาศจะถอนแบบเป็นขยุ้มๆ ค่อยๆ แปรสภาพว่าจะค่อยๆ ถอน โดยไม่กำหนดเวลาว่าจะถอนออกไปเมื่อไหร่ ตอนไหน อีกทั้งถ้าว่าตามคำให้การของผู้สังเกตการณ์ฝ่ายเป็นกลาง อย่างเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมขององค์กร “Syrian Observatory for Human Rights” ที่มีสำนักงานอยู่ที่กรุงลอนดอน การ “ถอนทหาร” อเมริกันคราวนี้ ก็คือการถอนจากฝั่งตะวันออกของซีเรียย้ายไปยังฝั่งตะวันตก บริเวณด้านติดต่อกับพรมแดนอิรักและจอร์แดนเท่านั้นเอง ไม่ได้ “โกโฮม” หรือไม่ได้คิดกลับไปถอนหนวด ถอนขนจั๊กกะแร้ อยู่ที่อเมริกาแม้แต่น้อย แต่กลับยังคงกองกำลังไว้เพื่อกดดัน ต่อรอง หรือเพื่อสนองความปรารถนา ความต้องการบางอย่างของอเมริกา อย่างไม่มีวันผันแปรไปเป็นอื่นนั่นเอง...

ยิ่งเมื่อได้ส่งที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคง “นายจอห์น โบลตัน” ไปพูดคุย เจรจา หรือจะเรียกว่าไป “รับคำสั่ง” จากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล “นายเบนจามิน เนทันยาฮู” ก็แล้วแต่ การถอนอเมริกันออกจากสมรภูมิซีเรีย ก็ดันเกิด “เงื่อนไข” ขึ้นมาดื้อๆ ว่า...จะถอนก็ต่อเมื่อรัฐบาลตุรกีพร้อมให้ “หลักประกัน” ว่าจะไม่โจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย ไม่ว่ากลุ่ม “YPG” (Kurdish People’s Protection Unit) หรือ “PYD” (Kurdish Democratic Party) โดยเด็ดขาด!!! งานนี้...เลยส่งผลให้สัมพันธภาพระหว่างตุรกีกับอเมริกา ที่ทำท่าว่าชักจะเริ่มฟื้นๆ ออกอาการพังครืนลงมาอีกครั้งชนิดตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี “นายเมฟลุต คาวูโซกลู” ไปจนประธานาธิบดี “เออร์โดอัน” ต่างออกมาประสานเสียงด่าว่า ด่าทอทั้ง “นายจอห์น โบลตัน” ยันไปถึง “ทรัมป์บ้า” เละไปเป็นชิ้นๆ เพราะบรรดากองกำลังชาวเคิร์ดเหล่านี้ ก็คือผู้ที่เคยตั้งเป้าหมายว่าหวังจะก่อตั้งประเทศ “เคอร์ดิสถาน” ขึ้นมาในดินแดนตุรกี-ซีเรีย-อิรัก-อิหร่าน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง หรือเป็นกลุ่มที่รัฐบาลตุรกี ต้อง “เหมารวม” ไว้ในฐานะ “ผู้ก่อการร้าย” ตามมาตรฐานตุรกีไปด้วยกันทั้งสิ้น...

ดังนั้น...แนวโน้มของสมรภูมิซีเรียทุกวันนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าระหว่างผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” กับผู้นำตุรกีอย่าง “ตอยยิบ” หรือ “เทย์ยิป เออร์โดอัน” นั้น เอาไป-เอามา...ใครจะ “flip-flops” ได้ไหลลื่นยิ่งไปกว่ากัน หรือออกไปทางภาษิตกะเหรี่ยงประเภท “ระหว่างเจองู-เจอแขก-เจออเมริกัน...ควรจะตีใครก่อน” อะไรประมาณนั้น เพราะในแง่ของ “ความเขี้ยว” หรือความสามารถในการพลิกไป-พลิกมา ประธานาธิบดี “เออร์โดกัน” ท่านคงไม่ถึงกับเป็นสองรองใคร จากที่เคยเป็นพันธมิตรอเมริกา-ตะวันตกเพื่อโค่นล้มรัฐบาล “อัล-อัสซาด” เคยยิงเครื่องบินรัสเซียพันธมิตรของรัฐบาลซีเรียตกแถวๆ พรมแดนตุรกี แต่หลังเกิดเหตุความพยายามก่อรัฐประหารในตุรกี ท่านก็พลิกกลับมาเป็นพันธมิตรของรัสเซียและอิหร่านได้แบบฉับพลัน-ทันทีจนมีฐานะเป็นหนึ่งในแกนหลักของผู้ร่วมผลักดัน “กระบวนการสันติภาพ” ในซีเรียทุกวันนี้...

แต่ครั้นเกิดกรณีฆาตกรรมนักหนังสือพิมพ์ชาวซาอุฯ “นายจามาล คาช็อกกี” ณ สถานกงสุลซาอุฯ ในตุรกี สัมพันธภาพระหว่างตุรกีกับอเมริกา ก็ทำท่าว่าชักเริ่มพลิกกลับมาจี๋ๆ จ๋าๆ กันอีกครั้ง เกิดการส่งตัวบาทหลวงชาวอเมริกันที่ถูกจับในตุรกีกลับไปให้อเมริกา เกิดข่าวว่าอเมริกาอาจส่งศัตรูคู่อาฆาตของประธานาธิบดี “เออร์โดอัน” คือ “นายเฟตุลเลาะห์ กูเลน” (Fetullah Gulen) กลับไปยังตุรกี ไม่ก็พร้อมจะกวาดล้างพวกสาวก “กูเลน” หรือพวก “FETO” ที่สิงสถิตอยู่ในรัฐต่างๆ ในอเมริกาถึง 15 มลรัฐด้วยกัน ฯลฯ การพลิกไป-พลิกมาของตุรกี...จึงทำให้ไม่ว่ารัสเซีย อิหร่าน ไปจนถึงรัฐบาล “อัล-อัสซาด” ของซีเรีย ออกจะเสียวๆ อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะต่อความร่วมมือ-ร่วมใจในการสถาปนา “กระบวนการสันติภาพ” ขึ้นมาในซีเรีย ที่หนีไม่พ้นต้องหาทางกวาดล้าง “ฐานที่มั่นสุดท้าย” ของพวกผู้ก่อการร้ายในจังหวัด Idlib หรือบริเวณพรมแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียที่ติดกับอยู่กับด้านใต้ของตุรกี อันเป็นผู้ก่อการร้ายที่ค่อนข้างสนิทชิดเชื้อกับตุรกีมาตั้งแต่ครั้งตุรกีคิดร่วมมือกับอเมริกาและตะวันตกเพื่อโค่นล้มรัฐบาล “อัล-อัสซาด” นั่นเองแต่ยังคงต้องยืดเยื้อ คาราซังตั้งแต่ปีที่แล้ว มาจนตราบเท่าทุกวันนี้...

อย่างไรก็ตาม...การพลิกไป-พลิกมาของประธานาธิบดี “เออร์โดอัน” นั้น เมื่อเทียบกับ “ทรัมป์บ้า” แล้ว อาจยังห่างชั้นอยู่ประมาณเส้นยาแดงผ่าแปด หรือผ่าสิบหก เพราะขนาดเจ้าหน้าที่รัฐบาลอเมริกันแท้ๆ ยังถูก “จับเป็นตัวประกัน” ถูกเอาไว้ “Shutdown” ใช้เป็นเครื่องต่อรอง กดดันฝ่ายค้านกันดื้อๆ บรรดา “ผู้ก่อการร้ายชาวเคิร์ด” ที่อเมริกาให้การสนับสนุน จึงถูกแปรสภาพให้เป็นเครื่องมือในการกดดันต่อรอง ไปจนถึงการ “ยุแยงตะแคงรั่ว” อย่างชนิดน่าเกลียด น่ากลัวเอามากๆ คือไม่เพียงแต่เป็นตัวชักนำให้กองทัพซีเรียและรัสเซียอาจต้องเผชิญหน้ากับกองทัพตุรกี ในการยึดครองพื้นที่บางพื้นที่ เช่นเมือง Manbij เป็นต้น แต่ยังถือเป็นเครื่องต่อรอง ให้ตุรกีต้องหันมาพิจารณาข้อเสนอของตัวแทนรัฐบาลอเมริกัน ที่เดินทางไปเกลี้ยกล่อมรัฐบาลตุรกีเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ให้เลิกล้มความคิดที่จะซื้อจรวด S-400 ของรัสเซีย หันมาซื้อจรวด Patriot มูลค่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐที่รัฐบาลตุรกีเคยขอร้องวิงวอนให้อเมริกาขายให้ตั้งแต่ปีมะโว้กันแทนที่ แถมด้วยการส่งมอบเครื่องบิน F-35 จำนวน 100 ลำ ที่รัฐบาลอเมริกันเคยกักเอาไว้หลังรัฐบาลตุรกีคิดหันไปซื้อจรวด S-400 จากรัสเซียเป็นต้นมา...ให้ตายเถิด อะไรมันจะเขี้ยวงอก เขี้ยวยาว เขี้ยวติดสปริงไฮดรอลิก ยืดได้ หดได้ เท่านี้...ย่อมไม่มีอีกแล้ว!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...