xs
xsm
sm
md
lg

กระแสตื่นกัญชา อย่าเพิ่งฝันหวาน

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


สัปดาห์สุดท้ายของปี 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเห็นชอบในวาระที่ 2 และ 3 ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญ อนุญาตให้ใช้กัญชาและใบกระท่อมในทางการแพทย์

เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสื่อระดับโลกหลายสำนักนำไปเผยแพร่ และเน้นว่า ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้

กฎหมายปลดล็อกกัญชา และใบกระท่อมฉบับนี้ ไม่ใช่การเปิดเสรีให้ปลูกและใช้กัญชากันตามใจชอบ กัญชาและใบกระท่อมยังถูกนับเป็นยาเสพติดอยู่ แต่อนุญาตให้ใช้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ทางราชการ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนาเท่านั้น

การผลิต นำเข้าส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ครอบครองกัญชาและกระท่อม ให้สิทธิเฉพาะหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย หรือทำการเรียนการสอนวิชาด้านการแพทย์ เกษตรศาสตร์ ผู้ประกอบวิชาชีพเครือข่ายแพทย์ ทั้งแผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน ผู้ประกอบอาชีพเกษตร ที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมาย

ทั้งหมดนี้ ต้องขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสียก่อน

เช่นเดียวกับการปลูกกัญชา ไม่ใช่ว่า ต่อไปนี้ใครๆ ก็ปลูกได้ เพราะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จะเป็นผู้กำหนดพื้นที่ที่ปลูกได้เท่านั้น

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับนี้ จึงเป็นการปลดล็อกกัญชาแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อดูว่า จะเกิดผลดี ผลเสียอย่างไร โดยกำหนดระยะเวลาไว้ 5 ปี หลังจากนั้นค่อยว่ากันใหม่ว่า จะต้องปรับปรุงแก้ไข จะคลายล็อกให้มากขึ้นได้หรือไม่

การที่กฎหมายแค่ “ปลดล็อก” ยังไม่ใช่การเปิดเสรี ย่อมทำให้คนที่กำลังปั่นกระแสว่า กัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ขายได้กิโลละเป็นหมื่นเป็นแสนบาท เกษตรกรไทยจะได้ลืมตาอ้าปากได้เสียที ฝันค้าง ผิดหวัง เป็นธรรมดา วาทกรรม “ขายชาติ” จึงถูกหยิบฉวยขึ้นมาใช้อีกครั้งหนึ่ง

ก่อนที่กระแสตื่นกัญชาจะถูกปั่นให้ฟุ้งมากไปกว่านี้ ลองมาทำความเข้าใจพื้นฐานกันสักหน่อยว่า กัญชาที่นำมาใช้ในทางการแพทย์ทำเป็นยานั้น เป็นกัญชาทั่วๆ ไป ปลูกตรงไหนก็ได้ หรือว่า ต้องมีกระบวนการผลิต การปลูกที่แตกต่างอย่างไร

ผศ.ดร.วิเชียร กีรตินิจกาล อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้พัฒนาสายพันธุ์กัญชาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ให้แก่องค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงกรณีข้อเสนอให้กลุ่มเกษตรกรรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชาเพื่อส่งออก ว่า

ทุกวันนี้มีการสื่อข่าวออกไปว่า กัญชาสามารถขายได้กิโลกรัมละ 5 แสนบาท และอยากให้ประชาชนทั่วไปปลูกเพื่อส่งออกได้ คำถาม คือ จะสามารถส่งออกได้จริงหรือ และสุดท้ายอาจก่อภาระให้แก่คนปลูกก็ได้ เนื่องจากกัญชาที่จะส่งออกถือเป็นพืชยาที่จะต้องได้คุณภาพ และการส่งระหว่างประเทศไม่ได้ซื้อกันได้ง่ายๆ จึงต้องถามว่าที่จะให้ปลูกคำตอบคือเพื่ออะไร

“ในต่างประเทศ ยกตัวอย่าง แคนาดาที่แม้จะให้ประชาชนสูบกัญชาเสรี แต่การปลูกกัญชาไม่ใช่เรื่องเสรี ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท แต่มีรัฐเดียวที่อนุญาตให้ปลูกโดยต้องเป็นคนไข้ และต้องมาขออนุญาตปลูกได้ 6 ต้น เพราะฉะนั้น แม้จะให้สูบเสรีก็คุมการปลูกด้วย นอกจากนี้ วิธีการปลูกต้องได้ตามมาตรฐาน ซึ่งจะปลูกโดยทั่วไปไม่ได้ เพราะหากปลูกลงดินทั่วไปจะเห็นได้ว่า กัญชานั้นจะดูดโลหะหนัก ซึ่งแม้แต่สภาการแพทย์แผนไทยเองก็ยอมรับว่า หากจะให้แพทย์แผนไทยปลูกเพื่อใช้เองในการรักษาผู้ป่วยตามตำรับยา ก็จะต้องปลูกในกระถาง แล้วต้องเลือกดิน แต่จะปลูกลงดินเลยไม่ได้” ผศ.ดร.วิเชียร กล่าว

ผศ.ดร.วิเชียร กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอที่จะให้แพทย์แผนไทยปลูกและใช้ในการรักษาได้นั้น ตนเห็นด้วยว่า ควรที่จะให้แพทย์แผนไทยสามารถทำได้เอง คือ ปลูกเอง ใช้เองได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการประชุมร่วมกับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) อยู่ว่า หากจะให้ปลูกและใช้ได้เองนั้น จะต้องออกระเบียบในการปลูกอย่างไรเพื่อให้เกิดความเหมาะสม แต่ไม่ใช่ปล่อยเสรีว่า ทุกคนจะปลูกได้

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นายมาร์ค รุตเตอร์ นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ไปเยือนแคนาดา

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแรกในยุโรป ที่อนุญาตให้มีการครอบครอง เสพและขายกัญชาในปริมาณไม่เกิน 5 กรัมในร้านกาแฟบางแห่ง ตั้งแต่ปี 2519 ทำให้ดินแดนกังหันลมกลายเป็นเป็นสวรรค์ของผู้ที่นิยม หรืออยากลองกัญชายาเสพติดชนิดนี้มานาน

ก่อนหน้าที่นายกฯ เนเธอร์แลนด์ จะเยือนหนึ่งสัปดาห์ แคนาดาอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาเพื่อนันทนาการได้ กลายเป็นประเทศแรกในกลุ่มจี-20 ที่ออกกฎหมายอนุญาตให้ปลูก ขาย และใช้กัญชาได้เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน

นายมาร์ค รุตเตอร์ ถูกขอให้แสดงความเห็นเรื่องการออกกฎหมายรับรองกัญชาในแคนาดา ผู้นำเนเธอร์แลนด์ กลับแนะนำควรอยู่ให้ห่างจะดีกว่า และเล่าเรื่องญาติคนหนึ่งที่เสพกัญชามากเกินไปจนมีผลกระทบตามมาด้านสุขภาพจิตอย่างร้ายแรง

“กัญชาที่พวกคุณซื้อกันทุกวันนี้ แรงกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว ซึ่งไม่ดีเลยต่อสุขภาพโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว นโยบายดีที่สุดต่อตัวเองคือ ไม่มีการใช้ครั้งแรก อาจฟังดูอนุรักษนิยม แต่ผมอยากแนะนำ อย่าลองเลย แต่หากว่าลองแล้ว ก็ขอให้แน่ใจว่าจะไม่ขยับจากสิ่งนี้ไปยังยาตัวอื่น” นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์กล่าวต่อนักเรียนมัธยมปลายโดยที่มีนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ร่วมบนเวทีด้วย

ด้านนายกรัฐมนตรีทรูโด กล่าวว่า การออกกฎหมายไฟเขียวใช้กัญชา ก็เพื่อความแน่ใจว่าคนที่ขายกัญชาให้ในสถานที่ที่ได้รับอนุญาต จะไม่มีอย่างอื่นมาขายให้กับลูกค้า และตัดการติดต่อระหว่างผู้เสพกับอาชญากร

กฎหมายกัญชาแคนาดาที่มีผลเมื่อ 17 ต.ค. อนุญาตให้ผู้มีอายุ 17 หรือ 19 ปี สามารถซื้อหากัญชาได้ไม่เกิน 30 กรัม และปลูกกัญชาเองที่บ้านได้ไม่เกิน 4 ต้น ส่วนการขายผลิตภัณฑ์อื่นจากกัญชาแบบที่กินได้จะออกเป็นกฎหมายในปีหน้า

นี่คือข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ที่ผู้กำลังตกอยู่ในกระแสตื่นกัญชา ควรรับฟัง


กำลังโหลดความคิดเห็น...