xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯ กับวิกฤตผู้นำ...

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

<b>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา</b>
ว่าจะพักเรื่องผู้นำทำเนียบขาว โดนัลด์ ทรัมป์ สักพักแต่ก็ต้องมีเรื่องให้ว่ากันต่อเพราะบทบาทของผู้ที่เป็นผู้นำชาติมหาอำนาจทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ความเคลื่อนไหวต่างๆ โดยทรัมป์ ย่อมมีผลกระทบต่อหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านดีหรือร้ายก็ตาม

คนเฝ้าติดตามแนวคิดนโยบายและพฤติกรรมของโดนัลด์ ทรัมป์น่าจะได้ข้อสรุปแล้วว่าทรัมป์เป็นบุคคลเหนือมนุษย์ ทำอะไรไม่เคยผิด ถึงต้องผิดก็ไม่ต้องยอมรับว่าผิดและไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการกระทำหรือคำพูดของตัวเอง ว่าจริงหรือเท็จ

ทรัมป์คงเป็นผู้นำประเทศสหรัฐฯ เพียงคนเดียวที่สื่อหลักจับได้ว่าพูดโกหกหรือให้ข้อมูลเท็จมากกว่า 1,000 ครั้งแต่ยังอยู่รอดมาได้ ทำผิดกฎระเบียบสังคมและศีลธรรมถูกประณามโดยผู้นำในภาคสังคมต่างๆ ด้วยคำดูหมิ่นเหยียดหยาม แต่ยังทนได้

ทรัมป์ เป็นผู้ไม่ลังเลใจในการใช้ถ้อยคำแดกดันหรือดูถูกผู้อื่นโจมตีผ่านสื่อ Twitter โดยไม่จำเป็นต้องหาหลักฐานประกอบ เพราะไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือเสียหาย ถือว่าเป็นบุคคลที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั้งหมด

ล่าสุดก็เปิดวิวาทะกับอดีตผู้นำกองทัพทั้งบก เรือ และนาวิกโยธินโดยไม่คำนึงว่าบรรดานายพล ผู้นำหน่วยรบเหล่านั้น มีประวัติการทำงานโดดเด่นอย่างไรและทรัมป์ ไม่ประหยัดถ้อยคำและระดับความรุนแรงของการโจมตีว่าส่งผลเสียหายอย่างไร

นายพลสี่ดาวของกองทัพบกสหรัฐฯ สแตนลีย์ แมคคริสตัล ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อทีวีเอบีซีว่าสหรัฐฯ กำลังมีวิกฤตด้านผู้นำประเทศและมองว่าทรัมป์เป็นคนไม่สุจริต และไร้ศีลธรรม ถึงเวลาที่สังคมอเมริกันต้องพิจารณาปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

นายพลกองทัพบกผู้นี้เคยบัญชาการการรบในอัฟกานิสถานมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ได้ใช้คำพูดเชิงลบต่อผู้อยู่ในรัฐบาล ทำให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามาสั่งปลดในปี 2010 แต่ยอมให้ลาออกและเกษียณโดยดี

ผู้ที่ถูกวิจารณ์ช่วงนั้นรวมรองประธานาธิบดีโจ ไบเด็น ซึ่งโอบามามองว่าเป็นความไม่เหมาะสมแต่ยอมให้แมคคริสตัลได้รับผลประโยชน์เต็มที่แม้ขณะที่ลาออกระดับเงินเดือนจะไม่เต็มขั้นก็ตาม ก็ถือว่าโอบามาเป็นคนไม่ใจร้ายไส้ระกำนัก

แต่ทรัมป์ไม่ใช่คนใจกว้างอย่างนั้น เป็นระดับแค้นฝังหุ่น วันต่อมาเปิดฉากถล่มในทวิตเตอร์บอกว่านายพลแมคคริสตัลถูกเฉดหัวให้ออกจากตำแหน่งโดยโอบามาเหมือนหมูหมา และพูดเยาะเย้ยนายทหารคนดังว่า “ปากโป้งและงี่เง่า”

ทรัมป์พูดจาเสียดสีใครก็ตามที่โจมตีตัวเองว่าเป็นฝ่ายของนางฮิลลารี คลินตันซึ่งเป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนหน้านี้ทรัมป์ก็ได้พูดค่อนแคะพลเรือเอกวิลเลียม แมคเรเวน ซึ่งเป็นผู้นำหน่วยซีล บุกเข้าสังหาร “อุซามะห์ บิน ลาดิน” ปี 2011

การโจมตีประสบผลสำเร็จและได้รับการชื่นชมอย่างมากจากโอบามา แต่ทรัมป์กลับพูดถากถางแมคเรเวน ว่าน่าจะจัดการบิน ลาดินได้ก่อนหน้านี้นานแล้ว จะเห็นได้ว่าอะไรก็ตามที่ไม่เข้าตาตัวเองจะต้องถูกหยามเหยียด ไม่ว่าจะถูกต้องหรือเหมาะสม

แมคเรเวน ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกฮิลลารี คลินตันเช่นกัน หลังจากทรัมป์โจมตีแมคคริสตัล ด้วยคำพูดหยามเหยียด แมคเรเวนได้ยกย่อง แมคคริสตัล ว่าเป็นผู้นำทหารที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ ทำให้ทหารอเมริกันรอดพ้นอันตรายมากมาย

ทั้งสองคนที่ทรัมป์โจมตียังได้ยกย่องอดีตรัฐมนตรีกลาโหม เจมส์ แมตทิส ซึ่งลาออกจากตำแหน่งว่าเป็นบุคคลที่มีผลงานดีเด่นเช่นเดียวกัน แต่ทนอยู่กับผู้นำสหรัฐฯ ที่ชอบแต่งตั้งคนที่อยู่ในประเภทลูกขุนพลอยพยักเอาไว้ และไม่ชอบคนขัดอกขัดใจ

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ก็เคยมี 2 นายพลอยู่ในคณะรัฐบาลแต่หนึ่งรายกำลังจะติดคุกอีกรายหนึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งและถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีต่อผู้นำ ดังนั้นสะท้อนให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าผู้นำทำเนียบขาวไม่เคยมองตัวเองว่าทำอะไรผิด

จากการกระทำและปัญหาที่ทรัมป์เผชิญอยู่ขนาดนี้ทำให้เห็นว่าประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งกำลังมีวิกฤตด้านผู้นำซึ่งมีอารมณ์และพฤติกรรมไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่มีแนวนโยบายชัดเจนใช้แต่ความเห็นและอารมณ์ของตัวเองเป็นใหญ่

เริ่มต้นปีใหม่ทรัมป์พยายามหาทางออกจากวิกฤตอันเกิดจากการปิดงานของหน่วยงานภาครัฐและไม่จ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานเพราะต้องการให้สภาคองเกรสผ่านงบประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนกับเม็กซิโก

ซ้ำร้ายลูกจ้างของรัฐกำลังรวมตัวเข้าชื่อเพื่อยื่นฟ้องศาลให้เอาผิดกับผู้นำประเทศฐานละเมิดสัญญาไม่จ่ายเงินค่าจ้าง และทรัมป์ยังต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นโดยคณะกรรมาธิการนำโดย ส.ส.พรรคเดโมแครตซึ่งลับมีดรอเชือดอยู่

อย่างน้อยมี 5 กรรมาธิการซึ่งมีอำนาจในการสอบสวนและเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้นำรัฐบาล ดังเช่นหลักฐานการยื่นเสียภาษี การติดต่อธุรกรรมการเงินข้อตกลงต่างๆ ในธุรกิจต่างๆ ซึ่งทรัมป์เป็นเจ้าของว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

เริ่มต้นปีใหม่ พรรคเดโมแครตคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรสซึ่งจะทำให้ชีวิตส่วนตัวของทรัมป์ และสมาชิกครอบครัวรวมถึงงานบริหารภาครัฐมีปัญหาและความยุ่งยากมากกว่าเดิม ซึ่งอาจทำให้ผู้นำทำเนียบขาวมีปัญหากับกฎหมายร้ายแรง

ปี 2018 จบลงด้วยผลงานที่เลวร้ายของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ในรอบหลาย 10 ปีทั้งที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์ ได้เคยคุยโอ่ว่าในยุคของตัวเองนั้นเศรษฐกิจเฟื่องฟูตลาดหุ้นขยายตัวธุรกิจมีกำไรการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่นโยบายทำให้เกิดความไม่แน่นอน

คนอเมริกันและประชาคมโลกกำลังเฝ้ามองว่าผู้นำสหรัฐฯ จะพูดหรือทำอะไรที่จะสร้างความปั่นป่วนด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้าซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมโลกเพราะยังมีปัญหาค้างคาอยู่ นั่นคือสงครามการค้ากับจีนซึ่งรอปัญหารอบใหม่ถ้าไม่ตกลงกัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...