xs
xsm
sm
md
lg

เห็นต่างอย่างเป็นมิตร ป๋าเปรมให้โอวาทนายกฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"บิ๊กตู่" นำครม.-ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าอวยพรปีใหม่ "ป๋าเปรม" ที่ชมนายกฯบริหารบ้านเมืองโลดโผน-มุ่งมั่น ทำสังคมสงบสุข-คนหายจนลงบ้าง ย้ำหลายรอบ “เห็นต่างอย่างเป็นมิตร อย่าเห็นเป็นศัตรู" บอกเคยใช้มาแล้วได้ผลดีมาก “ประยุทธ์” ยันไม่เคยมองใครเป็นศัตรู “หญิงหน่อย” ได้ทีหนุนหลักการ “ป๋าเปรม” ขย่ม “บิ๊กตู่” ปรองดองแต่ปาก

วานนี้ (27ธ.ค.) เวลา 9.00 น. ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. นำครม.และผู้นำเหล่าทัพ เข้าอวยพร เนื่องในเทศกาลปีใหม่ แด่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ ได้นำกล่าวอวยพรขอให้ พล.อ.เปรม มีสุขภาพที่แข็งแรง และขอให้แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นไป จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบกระเช้าดอกไม้สีชมพู ให้กับพล.อ.ปรม ส่วนพล.อ.ประวิตร ก็ได้มอบแจกันดอกไม้ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ พล.อ.เปรมได้กล่าวอวยพรตอนหนึ่งว่า “เนื่องจากเราคงจะเป็นมิตรกัน นายกฯ ก็เป็นมิตรกับผม ป้อมก็เป็นมิตรกับผม ทั้งหมดเป็นมิตรกัน สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ ผมคิดว่าถ้านักการเมืองที่เรียกว่าเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เห็นแก่ความเป็นมิตรทุกอย่างก็จะราบรื่น และเดินไปได้อย่างสวยงาม ท่านพูดว่าเห็นต่างกันด้วยความเป็นมิตร ก็จะดีมาก เพราะทุกคนก็เป็นมิตรกัน แต่เห็นต่างกันเท่านั้น ก็ขอให้นายกฯ เห็นว่า ฝ่ายค้านเขาเห็นต่าง แต่เป็นการเห็นต่างอย่างมิตร เราเองก็เห็นต่างกับเขาอย่างมิตร ใครๆ ก็ได้ แต่ขอว่า อย่าเห็นต่างแล้วเป็นศัตรูกัน อันนั้นไม่เป็นประโยชน์ ก็ขอให้คิดว่าความเห็นต่างนี้ ต้องมีแต่มีอย่างมิตร เพราะฉะนั้นจึงขอให้นายกฯช่วยจำคำนี้ไว้ ว่า จะเห็นต่างกับฝ่ายค้าน ก็โอเค ต้องเห็นต่างกันอยู่แล้ว แต่ต้องเห็นต่างกันอย่างมิตร ผมอยากให้นายกฯ ทำเป็นตัวอย่าง ว่าผมเห็นต่างกับคุณแต่ผมก็ยังเป็นเพื่อนกับคุณ นะ เรื่องนี้น่าจะทำให้กิจการต่างๆไปได้อย่างราบรื่น ขอฝากนายกฯ อาจจะจำไปใช้ ตามที่ผมพูดนี้ก็ได้ เพราะผมเคยใช้มาแล้วได้ผลดีมาก" พล.อ.เปรม กล่าว

พล.อ.เปรม กล่าวด้วยว่า ต้องขอชมเชยนายกฯ ที่บริหารประเทศมาด้วยความโลดโผน และความมุ่งมั่นที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองของเรามีความสงบสุข คนไทยจะได้หายากจนไปบ้าง เป็นการกระทำที่ได้บุญได้กุศล ให้เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำประเทศที่จะทำอย่างนี้ ทุกคนอยากให้คนไทยมีความสุข นายกฯ ก็ต้องการให้คนไทยมีความสุข คนไทยเองก็อยากให้คนไทยมีความสุข จึงขอให้ทำให้คนไทยมีความสุข อย่างน้อยก็มีเงินพอใช้ พอสอย ซึ่งนายกฯก็กำลังทำอยู่ และคิดว่าคงจะได้ผลพอสมควร

จากนั้น นายกฯ และคณะ ได้เข้าไปพูดคุย พร้อมกับแนะนำผู้ร่วมคณะที่เข้าอวยพรซึ่ง พล.อ.เปรม ได้สอบถามอายุของแต่ละคน โดย พล.อ.อนุพงษ์ ระบุว่าตัวเองอายุ 69 ปีแล้ว พล.อ.เปรม จึงหันไปถาม พล.อ.ประวิตร พร้อมกล่าวกระเซ้าว่า ยังแข็งแรงนะ ยังไหวอยู่ และในช่วงท้าย ระหว่างที่ พล.อ.เปรม และนายกฯ เดินทักทายผู้ที่มาร่วมอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่พล.อ.เปรม พูดถึงเรื่องเป็นมิตร ตนเองอยากเป็นมิตรกับทุกคน เพราะไม่เคยมองใครเป็นศัตรูอยู่แล้ว วันนี้การเมืองก็เดินหน้าวางยุทธศาสตร์ชาติไว้ ทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน ก็เดินตามแนวทางดังกล่าวในช่วง 5 ปีแรก ซึ่งจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง อะไรมากนัก

อย่างไรก็ตาม หลังการพูดคุยดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ได้จูงมือ พล.อ.เปรม เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ เดินออกมากล่าวกับสื่อมวลชน สั้นๆ ว่า “เป็นมิตรกันนะ”

สำหรับปีนี้ พล.อ.เปรม ได้มอบ หนังสือเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งเนื้อหาเป็นปาฐกถาพิเศษของ พล.อ.เปรม เมื่อปี 2558 โดยเนื้อหา เน้นเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งพล.อ.เปรม มีความเห็นว่า คนที่โกงแล้วร่ำรวยเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองเสียเกียรติภูมิ ทำให้บ้านเมืองขายหน้า ถูกดูหมิ่นดูแคลน คนเหล่านั้นถือว่าเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง เป็นศัตรูของแผ่นดินที่พวกเราจะต้องหมายตา หมายหัวไว้ แล้วช่วยกันทำลายให้หายไปจากแผ่นดินของเรา

จากนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการเข้าพบ พล.อ.เปรม ว่า ท่านได้ถามถึงเรื่องสุขภาพ ว่าเป็น อย่างไรบ้าง ไหวมั้ย อายุเท่าไหร่แล้ว ซึ่งตนก็บอกว่า อายุ 73 ปี ท่านก็บอกว่า นับผิดหรือเปล่า

อีกด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลักการที่ พล.อ.เปรม พูดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นหลักการที่อยู่ในศาสนา คือ คนเราจะคิดต่างกัน แต่ต้องคิดดี พูดดี ทำดีต่อกัน ไม่ใช่ไปใส่ร้ายป้ายสีตั้งป้อมกัน ประเทศไทยก็เป็นเมืองที่นับถือศาสนาพุทธ อยู่ด้วยกันแบบเป็นมิตรมาโดยตลอด พล.อ.ประยุทธ์ ต้องฟังพล.อ.เปรมให้มาก เพราะว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนที่พูดว่า เข้ามามีอำนาจเพื่อสร้างความปรองดอง แต่ 4 ปีที่ผ่านมา คสช.ได้ทำอะไรที่ตั้งใจให้จะเกิดความปรองดองบ้าง ทั้งที่มีการทำรายงานศึกษาความปรองดอง จากผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย สุดท้ายก็โยนทิ้ง ซึ่งเป็นแค่วลี วันนี้ยังไม่สายที่ พล.อ.ประยุทธ์จะทำตามที่ พล.อ.เปรม ได้กล่าวไว้.
กำลังโหลดความคิดเห็น...