xs
xsm
sm
md
lg

ความเป็นไปได้ของซูเปอร์โพล ที่ระบอบทักษิณจะกลับมา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“หนึ่งความคิด”
“สุรวิชช์ วีรวรรณ”

แม้โดยรวมที่ผ่านมาโพลของสำนักต่างๆจะขาดความแม่นยำ และอาจจะมีบ้างในบางครั้งที่มีผลลัพธ์ที่ใกล้เคียง เพราะการออกแบบผลสำรวจที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แต่ผลของ ซูเปอร์โพล เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มันมีแง่มุมที่น่าคิดและหยิบมาพิจารณา โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ถ้าเลือกตั้งวันนี้จะเลือกพรรคไหน

พบว่า ร้อยละ 38.3 ระบุจะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมาคือร้อยละ 24.4 จะเลือกพรรคอนาคตใหม่ และร้อยละ 22.8 จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ มีเพียงร้อยละ 4.7 เท่านั้นจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 9.8 จะเลือกพรรคอื่นๆ

และที่น่าพิจารณาคือ ทั้งคนกรุงเทพมหานคร และคนต่างจังหวัด ตั้งใจจะเลือกพรรคเพื่อไทย สูงกว่าทุกพรรค คือ คนกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 31.9 จะเลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 42.1 ของคนต่างจังหวัดจะเลือกพรรคเพื่อไทย ในขณะที่คนกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 27.8 และคนต่างจังหวัดร้อยละ 19.8 จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และคนกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 29.2 จะเลือกพรรคอนาคตใหม่ และคนต่างจังหวัดร้อยละ 21.5 จะเลือกพรรคอนาคตใหม่

เราคิดไว้ก่อนนะครับ ผลของซูเปอร์โพลไม่น่าเชื่อถือ แต่ลองเอาตัวเลขนี้มีเทียบบัญญัติไตรยางค์มาคิดเล่นๆ นะครับ ถ้า ร้อยละ 100 คือ 500 ที่นั่ง38.3 ของเพื่อไทยคือ 191.5 ที่นั่ง 22.8 ของอนาคตใหม่คือ 122 ที่นั่ง 22.8 ของพรรคประชาธิปัตย์คือ 114 ที่นั่ง 4.7 ของพลังประชารัฐจะได้แค่ 23.5 ที่นั่ง และพรรคอื่น 9.8 เท่ากับ 49 ที่นั่ง

ผมแอบคิดว่า เป็นไปได้นะครับ เพราะพรรคที่ในโพลระบุว่าได้ที่นั่งเป็นอันดับสองคือพรรคอนาคตใหม่นั้นเป็นพรรคที่เหนือคาดการณ์คือยากจะคาดเดา ณ เวลานี้

แม้มีคนบอกว่า พรรคอนาคตใหม่เริ่มจะไม่แรงอย่างที่คาด เพราะมีปัญหาในพรรคออกมาแทบทุกวัน แต่สำหรับผมคิดว่า ปัญหาเหล่านั้นไม่ส่งผลอะไรต่อพรรคเลย เพราะคนที่ตั้งใจจะเลือกพรรคนี้นั้น เขาตั้งใจเลือกเพราะธนาธรคนเดียว

ผมได้ยินหลายคนที่ไม่ชอบทักษิณ แม้รู้ได้ไม่ยากว่าพรรคอนาคตใหม่หรือธนาธรก็คือแนวร่วมของระบอบทักษิณ ที่พวกเขาเคยชุมนุมขับไล่ แต่คนเหล่านี้กลับผิดหวังกับอำนาจอีกฝั่งที่เข้ามาบริหารประเทศ และมองว่า ธนาธรเป็นของใหม่ที่น่าจะลอง มีคนบอกว่าลองมาทั้งสองฝั่งแล้ว ก็ลองทางเลือกใหม่บ้าง

แล้วที่ผมพูดมาตลอดว่า ไอ้บัตรใบเดียวนี่แหละที่คนต้องใช้การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว สมัยก่อนมีบัตรสองใบอาจลงให้ ส.ส.ที่เคยช่วยเหลือในยามเดือดร้อน เขาถนนมาให้ เอาไฟฟ้ามาให้ บัตรอีกใบอาจเลือกพรรคที่ชอบ แต่การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่แบบนั้นไม่ได้แล้ว ต้องตัดสินใจเด็ดเดี่ยวเลยว่า จะเลือกแบบไหน

โดยส่วนตัวผมคิดว่า คนจะตัดสินใจเลือกแบ่งข้างคือเลือกพวก เลือกฝ่ายที่มีความคิดอุดมการณ์เดียวกับตัวเอง เหตุผลเพราะในความคิดทางการเมืองที่ถูกแบ่งฝักฝ่ายมาสิบกว่าปีมานี้ ในความรู้สึกแบบร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วมต่อสู้ ผมคิดว่าความรู้สึกนี้ยังฝังใจลึกในสงครามสีของบ้านเรา

ถึงเวลาเข้าคูหาผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่มีอุดมการณ์การเมืองร่วมอยู่กับฝ่ายไหนก็จะเลือกฝ่ายนั้น แบบเลือกพรรคที่อยู่ฝ่ายตัวเองมากกว่าตัวบุคคล

บางคนที่เชียร์รัฐบาลทหารก็บอกว่า ตอนนี้บ้านเมืองสงบ ให้รัฐบาลทหารบริหารต่อไปก็ดีโดยคิดว่า จะทำให้บ้านเมืองสงบแบบนี้ตลอดไป แต่ในความเป็นจริงเมื่อเรามองปัจจัยของความสงบ เรากลับพบว่า มันถูกกดลงด้วยอำนาจของทหาร กฎหมายอัยการศึก คำสั่งคสช.ต่างๆ เหมือนกันการถูกกดเอาไว้ชั่วขณะไม่ใช่ความไม่สงบที่มลายหายไปเพราะได้รับการแก้ไขต้นเหตุของปัญหา

โอเคครับ รัฐบาลทหารที่ผ่านมาบ้านเมืองสงบในช่วง4-5ปีมานี้ เรียกได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์เอาอยู่ แต่ภาวะแบบนี้มันจะใช้ได้มั้ยหลังการเลือกตั้งที่กลับมาเป็นรัฐบาลพลเรือนประชาธิปไตยเต็มขั้น ไม่มีมาตรา 44 ไม่มีกฎอัยการศึก ไม่มีคสช. แม้นายกรัฐมนตรีมีแนวโน้มสูงว่า จะยังชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดิมก็ตาม

ทุกวันนี้ถ้าเราถามคนทั่วไปไปฟังเสียงคนระดับล่างลงมาคนใกล้ตัวเรา ก็จะได้ยินเสียงบ่นว่าเศรษฐกิจแย่ค้าขายไม่ได้ แม้รัฐบาลจะอวดตัวเลขจีดีพีที่สวยหรูแต่ก็มีคนอธิบายในทางเศรษฐศาสตร์ว่า ตัวเลขจีดีพีนั้นส่งผลดีต่อระดับบนมากกว่าระดับล่างซึ่งสะท้อนช่องว่างของความเหลื่อมล้ำนั่นเอง

แต่ผมเห็นฝ่ายที่เชียร์รัฐบาลทหารเขาก็ตอบโต้นะครับ เช่น เวลามีการแถลงข่าวว่ามอเตอร์โชว์ปีนี้ขายรถได้มากขึ้น ก็จะมีพวกเชียร์รัฐบาลทหารบอกว่า เป็นไงล่ะไหนว่าเศรษฐกิจไม่ดี ทั้งที่ไม่ได้ดูว่า แม้คนจะซื้อรถเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขคนที่ซื้อมีกี่คนกับจำนวนประชากร แล้วจริงๆ มันก็เป็นการอธิบายเรื่องความเหลื่อมล้ำนั่นแหละว่า คนระดับบนกลุ่มหนึ่งได้รับผลประโยชน์จากการบริหารเศรษฐกิจแบบนี้มาก แต่คนส่วนน้อยได้รับอานิสงส์น้อย

ลองดูสิครับว่า รายได้จากบัตรสวัสดิการรัฐ บัตรคนจนไปไหน มันส่งผลไปถึงชาวบ้านที่เปิดร้านรวงค้าขายสิ่งละอันพันละน้อยหรือไม่ หรือมันส่งผลต่อร้านค้าของกลุ่มทุนขนาดใหญ่

เมื่อไม่กี่วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ก็ไปเดินตลาด อ้างว่าสำรวจความต้องการของประชาชน ดูแลทุกข์สุขประชาชน โดยย้ำตลอดว่า ไม่ได้มาหาเสียง แต่ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ท่านมีเวลาอีก 2-3เดือนจะพ้นตำแหน่งแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมมาสนใจเดินสายเยี่ยมเยียนถามไถ่ทุกข์ของประชาชนตอนนี้ ผมถามนี่ไม่ใช่จะบอกว่า การไปเยี่ยมประชาชนในฐานะนายกรัฐมนตรีจะมีความผิดนะครับ แต่ถามต่อว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองพรรคหนึ่งในอีกไม่กี่วัน การเดินสายในช่วงนี้จะมีความหมายว่าอย่างไร

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านก็เป็นคนที่มีความคิดและเสนอทางออกให้ประชาชนเสมอนะครับ ถ้าเราติดตามมาตั้งแต่ต้น เวลาชาวสวนชาไร่เดือดร้อนจากผลผลิตเกษตรเพราะราคาตกต่ำ จะมีพืชชนิดใหม่มาแนะนำให้ปลูกเสมอ ไม่ต้องบอกนะครับว่า หลังจากทำตามข้อเสนอของท่านแล้วผลเป็นอย่างไร วันก่อนมีคนนำคำพูดแนะนำให้ชาวบ้านปลูกพืชทดแทนออกมาพร้อมผลลัพธ์ว่าพืชที่ท่านแนะนำนั้นแล้วมีคนทำตามนั้นล้วนแล้วแต่อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ทั้งนั้น

วันไปเดินตลาด แม่ค้าในตลาดสดบอกว่า ขายของไม่ค่อยได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีทางออกนะครับ บอกว่า ให้แม่ค้าใช้มอเตอร์ไซค์ส่งสินค้าหรือขายของทางออนไลน์ ฟังดูเหมือนง่าย วันนี้มีคนหลายคนรวยเพราะขายของทางออนไลน์จริงๆนะครับ แต่มีตัวเลขไหมว่ากี่คนที่ประสบความสำเร็จ แต่ข้อเสนอของท่านก็ดีนะครับ ในเมื่อมันค้าขายปกติก็ขายไม่ออกอยู่แล้ว ก็ลองทำกันดู แต่อย่าลืมเอาผลลัพธ์มาตรวจสอบคำแนะนำของท่านด้วย

ปัญหาสำคัญที่ผมพูดเสมอคือ ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย แม้ระบบสาธารณสุขจะดีขึ้นด้วยการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ทั่วถึง แต่ระบบนี้ก็ถูกตั้งคำถามว่า รัฐจะแบกไปได้นานแค่ไหน ปี 2561 เราใช้จ่ายเงินในโครงการ30บาทรักษาทุกโรค 170,000 ล้านบาท แต่กลับส่งผลต่อความเป็นอยู่ของโรงพยาบาลที่ต้องแบกต้นทุนที่สูงประสบความขาดทุนซึ่งทางออกรัฐก็ต้องหาเงินเข้าไปจุนเจือ ก็เป็นปัญหาในระยะยาวว่าจะเอาเงินมาจากไหน

แต่ปัญหาอื่นๆโอกาสในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ที่อยู่อาศัย การยกระดับการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมก็ไม่เท่าเทียมกัน ยิ่งจนยิ่งโอกาสในการศึกษาน้อย เมื่อการศึกษาน้อยก็มีรายได้ต่ำและไม่มีงานที่ดีทำ ครอบครัวก็อยู่ในสภาพแบบเดิม

นอกจากนั้นโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจของคนตัวเล็กตัวน้อยนั้นตีบตันลงทุกวัน และนโยบายของรัฐที่ผ่านมาก็สะท้อนความชัดเจนว่า มุ่งนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อทุนใหญ่ แถมยุทธศาสตร์ชาติซึ่งจะเป็นกฎหมายกำกับทิศทางของประเทศนั้น ก็ยังประกอบไปด้วยกลุ่มทุน ทหาร เทคโนแครต และผู้มีอำนาจเท่านั้นเอง

ผมไม่ได้เห็นด้วยในระบบที่ว่า รัฐจะให้แล้วประชาชนจะเป็นผู้แบมือ อย่างที่รัฐบาลทุกรัฐบาลกำลังทำอยู่เพื่อแย่งชิงคะแนนเสียง แต่รัฐต้องสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันในการดำรงชีวิต การศึกษา การประกอบอาชีพ แน่นอนล่ะครับว่า ในระบบแบบนี้คนที่เก่งกว่ามีความสามารถมากกว่าย่อมจะต้องได้ประโยชน์มากกว่าจะมาโทษรัฐบาลไม่ได้ แต่ถามว่า รัฐทำองค์ประกอบของการแข่งขันและสร้างโอกาสเหล่านี้ให้มีความเป็นธรรมหรือยัง

บอกตรงๆ นะครับ บางทีได้ยินเสียงเรียกร้อง “รัฐสวัสดิการ” ผมว่า ก็เฟ้อเจ้อนะครับ รัฐสวัสดิการดีครับถ้าเรามีเงินทำ ดังนั้นเราต้องถามว่าจะเอาเงินมาจากไหน รัฐไม่ได้มีรายได้จากการพิมพ์ธนบัตรนะครับ ต้องเก็บภาษี เราต้องการเรียกร้องรัฐสวัสดิการแบบฟินแลนด์ เราพร้อมจะจ่ายภาษีแบบฟินแลนด์ไหม แต่ในประเทศนี้มีคนจ่ายภาษีเงินได้นับนิ้วมือเดียวด้วยหลักล้านยังไม่ครบมือเลยครับ

เอาเป็นว่า รัฐสวัสดิการดีนะครับ แต่ช่วยคิดด้วยว่าเอาเงินมาจากไหน

สิ่งสำคัญก็คือ ความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คนจนถูกกล่าวหาผิดไม่ผิดก็ต้องเขาคุกก่อน เพราะไม่มีเงินประกัน แม้ทุกวันนี้จะมีกรมคุ้มครองสิทธิ์ช่วยเหลือแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ถ้าหลักของกระบวนการยุติธรรม ตราบที่ยังไม่มีคำพิพากษาถือว่าไม่มีความผิดแล้วทำไมต้องมีเงินประกัน แนวทางในการต่อสู้คดีก็ไม่เท่าเทียมกัน เวลาคนรวยหลุดคดีเราก็จะได้ยินว่า เขามีเงินจ้างทนายที่เก่ง แล้วคนจนก็ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ้างทนาย สิ่งเหล่านี้แหละเป็นความเหลื่อมล้ำ

นักการเมืองคนหนึ่ง เมื่อเห็นช่องทางเหล่านี้ จึงหยิบยื่นมือข้างหนึ่งไปช่วย จนชาวบ้านมองว่า นี่คือ ประชาธิปไตยที่กินได้ แม้มืออีกข้างของนักการเมืองคนนั้นจะเอาเงินของรัฐเข้ากระเป๋า ชาวบ้านเขาก็บอกว่า ถึงโกงก็ไม่เป็นไรถ้าชาวบ้านจะได้ประโยชน์ด้วย

นั่นคือ นอกจากปัญหาเชิงโครงสร้างของความขัดแย้งไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ยังไม่มีใครเคยไปอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจว่า สิ่งที่นักการเมืองทำอย่างนั้นมันส่งผลเสียต่อประเทศชาติอย่างไร นักการเมืองคนนั้นโกงจริงหรือถูกใส่ร้าย เขาโกงอย่างไร

เมื่อปัญหาทุกอย่างยังคงอยู่และยังเปลี่ยนความคิดประชาชนไม่ได้ไฟความแค้นยังสุมอยู่ในอก ผลของซูเปอร์โพลก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan


กำลังโหลดความคิดเห็น...