xs
xsm
sm
md
lg

พปชร.ลั่นชิงส.ส.เหนือ38ที่นั่ง มั่นใจแจง"โต๊ะจีน"ต่อกกต.ได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"พลังประชารัฐ" ยกทัพหลวงบุกเชียงใหม่ ชาวบ้านนับหมื่น แห่ฟังปราศรัย "อุตตม-สนธิรัตน์" ลั่นนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างความสามัคคีให้กับคนไทยทั้งชาติ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน วอนผู้ไม่หวังดีเลิกป้ายสี คาดชิงฐานเสียงเมืองเหนือได้ ส.ส.38 ที่นั่ง ไม่หวั่นกระแสโจมตีงานโต๊ะจีนระดมทุนพรรค มั่นใจชี้แจงต่อ กกต.ได้ ด้าน "เครือข่ายเพื่อแม้ว" เร่งวางตัวผู้สมัคร ส.ส. เผยทับซ้อนกัน 50 เขต เพื่อไทยส่ง 250 เขต ส่วน"ทษช." ส่ง 150 ยันไม่ได้หวังแค่ปาร์ตี้ลิสต์ "เจ๊หน่อย" ส่งสมุนขอบคุณ "เฉลิม" ช่วยปกป้องพรรค การันตี "ลูกวัน"ได้ลง ส.ส.เขต แน่

วานนี้ (23 ม.ค.) ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ที่ จ.เชียงใหม่ บรรยากาศการรับสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนชาวเชียงใหม่ จากทุกอำเภอ รวมทั้งชาวไทยภูเขากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทยอยมาร่วมงานอย่างคึกคัก ขณะเดียวกันตัวแทนประชาชนจาก 9 เขตเลือกตั้ง จ.เชียงใหม่ นับหมื่นคนได้เข้ามาในสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เพื่อรอฟังการปราศรัยของ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคฯ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงพิธีการเริ่มขึ้นโดย ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า คณะทำงานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง พื้นที่ภาคเหนือ ขึ้นเวทีพร้อมกับผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่ ทั้ง 9 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายพจนารถ ศรียารัณย สมาชิกสภาอบจ.เชียงใหม่ เขต 2 นางศรีพรรณ เขียวทอง อดีตนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลดอนแก้ว อ.สารภี เขต 3 นายพรชัย อรรถปรีชายางกูร อดีต ส.ส. เขต 4 นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ อดีต ส.ส. เขต 5 นางเดือนเต็มดวง ณ เชียยงใหม่ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เขต 6 นายสันติ ตันสุหัช อดีต ส.ส. เขต 7 นายบดินทร์ กินาวงศ์ แกนนำชาวไร่ยาสูบ เขต 8 นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ คนใกล้ชิดของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ และ เขต 9 นายนรพล ตันติ อดีต ส.ส. ทั้งนี้รายชื่อดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครฯ ก่อนเสนอให้ผู้บริหารพรรคพิจารณาตัดสิน ในชั้นสุดท้าย

จากนั้น ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคฯ ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีพร้อมกับลิ้งก์สัญญาณระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์ ไปยังเวทีของพรรคใน 4 จังหวัดภาคเหนือ คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และนครสวรรค์

ดร.อุตตม ปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้พรรคพลังประชารัฐ มีความพร้อมทุกด้าน จะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ต่อไปจะไม่มีขั้วอำนาจใดๆ พรรคเราไม่มีใครคนใดเป็นเจ้าของ แต่เจ้าของพรรค คือ คนไทยทุกคน วันนี้ขอประกาศเสนอตัว ว่าพรรคพลังประชารัฐ ขอเป็นผู้นำพี่น้องประชาชนคนไทย ก้าวสู่สังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน

นายสนธิรัตน์ ปราศรัยว่า พรรคขออาสาเข้ามาเปลี่ยนผ่านประเทศไทย จะมุ่งสร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติโดยเร็ว จะเป็นตัวกลางประสานรอยร้าวต่างๆ เมื่อเริ่มสัญญาณจะมีการเลือกตั้งขึ้น เป็นห่วงว่าเริ่มปรากฏ มีวาทกรรมแห่งความเกลียดชังเกิดขึ้น โดยเฉพาะในโลกโซเชียล เข้าใจว่ามีการทำเป็นกระบวนการ จึงอยากขอวิงวอนกลุ่มผู้ไม่หวังดีว่า อย่าปลุกปั่นกันอีกเลย ไม่มีใครอยากอยู่ท่ามกลางสงคราม เราขอต่อต้านวาทกรรมในการแบ่งแยกพี่น้องประชาชนเหล่านี้อย่างเต็มที่

วันนี้เรารวบรวมคนทุกสี มาสู่ชายคาพรรคพลังประชารัฐเราไม่ได้แย่งชิงคนที่ไหนมา แต่ทุกคนมาด้วยความเต็มใจเพราะเห็นความชัดเจนของพรรคพลังประชารัฐ ที่จะนำความสามัคคีคืนสู่พี่น้องประชาชนคนไทย ผมจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวเชียงใหม่ ชาวภาคเหนือและประชาชนคนไทยมาร่วมสร้างพรรคพลังประชารัฐ ให้เข้มแข็งยั่งยืน เพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนชาติบ้านเมืองของเราต่อไป

มั่นใจได้ 38ส.ส.ในภาคเหนือ

วันเดียวกันนี้ ที่โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า กรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พรรคพปชร. ได้เปิดประชุมสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคในพื้นที่ภาคเหนือ โดยแสดงความมั่นใจว่า ใน17 จังหวัดภาคเหนือ 62 เขตเลือกตั้ง เราจะได้ทั้งหมด 38 เขต และอยู่ระหว่างการต่อสู้อีกหลายที่นั่ง ส่วนคะแนนของผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ยังไม่ได้พิจารณา

มั่นใจพรรคชี้แจงปม"โต๊ะจีน"ได้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ถูกโจมตีเรื่องการจัดงานโต๊ะจีน เพื่อระดมทุนของพรรคนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแม่งานได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งเรามีเวลาในการชี้แจงรายชื่อผู้สนับสนุนกับกกต. เป็นระยะเวลา1 เดือน

ทั้งนี้ ตนไม่มั่นใจว่า เงินที่ได้จากการระดมทุน เป็นจำนวนเท่าไร แต่ทราบว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้สนับสนุน ที่มองว่าพรรคพปชร. เป็นทางเลือกใหม่ของคนไทย ซึ่งหากเขามองว่า พรรคไม่ชนะการเลือกตั้ง ก็คงไม่มาสนับสนุนมากมายขนาดนี้ และมีความมั่นใจว่า พรรคจะชี้แจงเรื่องนี้ ต่อกกต.ได้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เขียนไว้ชัดเจว่า ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคหรือระดมทุน พรรคการเมือง ต้องมารายงานให้กกต.ทราบภายใน 30 วัน และต้องรายงานให้ประชาชนทราบด้วย เพราะกฎหมายต้องการให้พรรคการเมืองสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ เมื่อครบกำหนดเวลา กกต.จึงจะเริ่มต้นการตรวจสอบได้ ในระหว่างนี้ ไม่สามารถวินิจฉัยได้ทันทีว่า อะไรผิดหรือไม่ผิด

"พท.-ทษช."พื้นที่ทับซ้อน 50 เขต

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า การวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ขณะนี้ได้จัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตไว้แล้วเกือบ 250 เขต ซึ่งลงตัวเกือบทั้งหมดแล้ว โดยพื้นที่ กทม.จะส่งประมาณ 20 เขต ขณะที่ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต 150 เขต บวกอีกเล็กน้อยใน กทม.เบื้องต้นจะส่ง 10 เขต หรืออาจเพิ่มเป็น 15 เขต

ทั้งนี้พรรค ทษช. ที่หลายฝ่ายมองว่า ลงเลือกตั้งครั้งนี้โดยมีเป้าหมายที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ก็มีบางจังหวัด ที่ตั้งเป้าได้ ส.ส.ระบบเขต เช่นที่ จ.แพร่ ซึ่งนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคที่เป็นเจ้าของพื้นที่ จะลงสมัครด้วยตัวเอง ตั้งเป้า จะได้ส.ส. 2 ที่นั่ง และที่ จ.พิจิตร ก็วางเป้าไว้ 2 เขต เพราะเป็นพื้นที่ของ น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร แกนนำพรรค ที่ดึงนายวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีตส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา เข้ามาร่วม

สาเหตุที่พรรค ทษช. ส่งผู้สมัคร 150 เขต หรืออาจมากกว่านี้เล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบ กกต. ที่กำหนดเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ของพรรคตามจำนวนการส่งผู้สมัคร ดังนั้น จึงมีโอกาสที่พรรค พท. จะส่งผู้สมัครเกิน 250 คนอาจเป็น 251 คนเพื่อเป็นการเพิ่มเติมค่าใช้จ่าย เช่นเดียวกับพรรคทษช. ที่อาจจะส่ง 151 คน ขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม การวางตัวผู้สมัครของพรรคพท. และทษช. จะทับซ้อนกัน ประมาณ 50 เขต ซึ่งเป็นเขตที่ผู้สมัครพรรค พท. เคย แพ้เลือกตั้ง แต่ยังยืนยันจะลงสมัคร ทางพรรค ทษช. ก็ต้องการคะแนนทุกคะแนน เพื่อเปลี่ยนเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงต้องส่งชนกัน และเป็นการหลบเลี่ยงข้อครหาการฮั้วกัน ไปในตัวด้วย

ให้"เหลิม"จัดผู้สมัครส.ส.ฝั่งธนฯ

มีรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะทำงานปราศรัยหาเสียง พรรคเพื่อไทย ได้วางโปรแกรมเดินสายปราศรัยหาเสียง พร้อมรณรงค์รับสมัครสมาชิก ในพื้นที่ภาคอีสาน เริ่มตั้งแต่ 24 ธ.ค. ที่จ.อุดรธานี เป็นแห่งแรก , 25 ธ.ค.ที่ จ.หนองคาย, 26 ธ.ค. ที่ จ.บึงกาฬ , 27 - 28 ธ.ค. ที่จ.สกลนคร , 29 ธ.ค. ที่จ.นครพนม และปิดท้าย วันที่ 30 ธ.ค. ที่ จ.ศรีสะเกษ จากนั้น จะรอให้มีการประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ที่คาดว่าจะเป็นวันที่ 2 ม.ค.62 แล้วจะวางโปรแกรมในพื้นที่ ที่เหลืออีกครั้ง โดยจะพยายามไปให้ทั่วถึง ราว 250 เขต ที่พรรคพท. จะส่งผู้สมัคร

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังตั้งใจในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง จะอยู่บัญชาการยุทธศาสตร์เลือกตั้งที่ กทม. เพื่อช่วงชิงที่นั่ง ส.ส.กทม. ให้ได้มากที่สุด แล้วยังหมายมั่นปั้นมือว่า นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ที่จะลงสมัคร ส.ส.เขตบางบอน-หนองแขม ในนามพรรคพท. เข้าสภาฯในฐานะส.ส.เป็นครั้งแรก ในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ได้

ส่วนกระแสข่าวที่ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์ พรรค พท. อาจเสนอให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคฯ ปลดร.ต.อ.เฉลิม ออกจากประธานคณะทำงานปราศรัยหาเสียง เนื่องจากไม่พอใจที่ ร.ต.อ.เฉลิม มักให้ข่าวในลักษณะสร้างความขัดแย้งกับพรรคพลังประชารัฐนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ปฏิเสธว่า ไม่เคยมีแนวคิดดังกล่าว พร้อมทั้งมอบหมาย ให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที โทรศัพท์สายตรงไปชี้แจงกับ ร.ต.อ.เฉลิม ว่ากระแสข่าวไม่ได้ออกมาจากคุณหญิงสุดารัตน์ อีกทั้งยังย้ำว่า การได้ ร.ต.อ.เฉลิม มาช่วยงานพรรค สามารถช่วยลดภาระได้มาก รวมทั้งยืนยัน สิทธิ์ในการเสนอผู้สมัครส.ส.กทม. ฝั่งธนบุรีให้กับ ร.ต.อ.เฉลิม เช่นเดิมด้วย

นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังมอบหมายให้ น.ต.ศิธา ทิวารี ผอ.พรรคพท. ส่งข้อความแจ้งไปยัง นายวัน อยู่บำรุง บุตรชายร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่า พรรคจะส่ง นายวัน ลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่ บางบอน-หนองแขม อย่างแน่นอน
กำลังโหลดความคิดเห็น...