xs
xsm
sm
md
lg

Mission Incompleted ของทักษิณ ฉุดประเทศให้ล้าหลัง ถดถอย สิ้นหวัง

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


ปีหน้าถึงคิวประเทศไทย เป็นประธานอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ จะต้องเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง หลายระดับ ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ทำงาน รัฐมนตรี ไปจนถึงการประชุมสุดยอดผู้นำ

ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเรียงตามตัวอักษรชื่อประเทศขึ้นเป็นประธานอาเซียน ครั้งล่าสุดที่ประเทศไทยเป็นประธาน คือ พ.ศ. 2552 สมัยรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการจัดประชุมผู้นำสุดยอดอาเซียน และประเทศคู่เจรจาที่โรงแรมรอยัล คลิฟบีช พัทยา วันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2552

การประชุมครั้งนั้น ถูกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.นำโดยนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กับพวก บุกเข้าไปในโรงแรม สร้างความวุ่นวายปั่นป่วนจนการประชุมต้องเลิกล้ม ผู้นำหลายๆ ประเทศต้อง “หนีตาย” ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ หรือไม่ก็ลงเรือออกจากโรงแรมที่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงปิดล้อม

เหตุการณ์ครั้งนั้น ที่คนเสื้อแดงต้องการดิสเครดิตทำลายรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทำให้ประเทศไทยอับอายขายหน้าไปทั่วโลก เป็นบาดแผลของชาติที่กลุ่มคนเสื้อแดง สร้างไว้

นายอริสมันต์ กับพวก 13 คน ถูกดำเนินคดี และศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้จำคุกคนละ 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นศาลฎีกา โดยนายอริสมันต์ กับพวกได้รับอนุญาตให้ประกันตัว

ที่ฟื้นฝอยหาตะเข็บหยิบยกเรื่องราวอัปยศเมื่อสิบปีที่แล้วขึ้นมาอีกครั้ง ก็เพราะครบวาระที่ตำแหน่งประธานอาเซียน และการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ไม่อยากให้ลืมๆ กันไปว่า ใครคือผู้สร้างบาดแผลให้กับอาเซียน และหวังว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยและพรรคตระกูลเพื่ออื่นๆ ของตระกูลชินวัตร แพ้เลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง จะไม่สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายจับอาเซียนเป็นตัวประกันอีกครั้ง

อีกเหตุผลหนึ่งที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้ง ก็เพราะสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเปิดแคมเปญขึ้นป้ายทั่วประเทศ ด้วยข้อความว่า “พรรคเพื่อไทย จะไม่ปล่อยให้ประเทศไทย ล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง”

วันนี้ประเทศไทยลุกขึ้น และก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว มีความหวัง มีโอกาส วันนี้พรรคไทยรักษาชาติ ของทักษิณ ไปปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดกระบี่ได้ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ 4-5 ปีที่แล้ว ทำอย่างนี้ได้ไหม ไม่ได้ เพราะสังคมแตกแยก แต่ทำไมในยุคที่ว่ากันว่า ไร้ซึ่งเสรีภาพ จึงเกิดปรากฏการณ์นี้ได้

ประเทศไทยไม่ได้ล้าหลัง ล้มเหลว ในยุค คสช.เป็นครั้งแรกในรอบ 100 กว่าปีที่มีการลงทุนในเรื่องรถไฟ มีการสร้างทางเพิ่มขึ้น 3,000 กิโลเมตรทั่วประเทศ ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมขนส่งของชาติ ในกรุงเทพฯ โครงข่ายรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์ที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นภายในปี 2565 จากเดิมที่มีเพียงสองสายสั้นๆ วนอยู่ใจกลางเมืองเท่านั้น และจังหวัดใหญ่ๆ เช่น ขอนแก่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ก็กำลังจะมีการลงทุนระบบราง

ประเทศไทยไม่ได้ล้าหลัง เรามีการสื่อสารระบบ 4 จีที่มีประสิทธิภาพ และกำลังจะพัฒนาไปสู่ยุค 5 จี เรามีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าไปถึงหมู่บ้านทั่วประเทศไทย 70,000 หมู่บ้าน และรัฐบาลมีโครงการแจกซิมมือถือฟรี ไม่ใช่เพื่อนายทุน แต่เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตนี้

เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเกือบจะติดลบเมื่อ 4 ปีที่แล้วขยับขึ้นมาเป็น 4.3 เปอร์เซ็นต์ใน 9 เดือนแรกของปีนี้ เครื่องจักรเศรษฐกิจทุกตัวไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การลงทุนเอกชน การลงทุนภาครัฐ และการบริโภค จุดติด เดินเครื่องแล้ว

สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือ ทำให้ประชาชน ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ปรับตัวยกระดับขึ้นไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่กำลังกลืนกินเศรษฐกิจดั้งเดิมอย่างรวดเร็ว

พรรคเพื่อไทยเคยคิดในเรื่องนี้บ้างไหม เท่าที่ผ่านมา มีแต่นโยบายที่จะนำประเทศไทยถอยหลังกลับไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการเสนอให้ประชาชนเลือกว่า จะเอาฝ่ายประชาธิปไตย หรือฝ่ายเผด็จการ

ประเทศไทยจะล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง ถ้าหากว่า พรรคเพื่อไทยของทักษิณ ชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่ถูกเชิดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องสานต่อภารกิจที่ยังไม่สำเร็จของทักษิณ คือ การนิรโทษกรรมให้ตัวเอง คราวนี้นอกจากจะต้องช่วยทักษิณให้พ้นผิดแล้ว ยังต้องช่วยยิ่งลักษณ์ที่หนีโทษจำคุกในคดีจำนำข้าว และต้องช่วยโอ๊ค พานทองแท้ ที่กำลังถูกดำเนินคดีฟอกเงินอยู่

“Mission Incompleted” ของทักษิณ คือสิ่งที่ฉุดประเทศให้ล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง ในช่วงทศวรรษที่สูญหาย หลังล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อปี 2552 หนึ่งปีถัดมา เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง พิพากษายึดทรัพย์ทักษิณ จากนั้นอีกไม่ถึงเดือน กลุ่ม นปช.ประกาศชุมนุมใหญ่ต่อต้าน เรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ยุบสภา ซึ่งในที่สุด นปช. คนเสื้อแดง มวลชนของทักษิณก็ฉุดประเทศไทยลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง หดหู่กับเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง

มีครั้งไหนในประวัตศาสตร์ ที่ประเทศไทยจะล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง เท่าการเผาบ้านเผาเมืองของ นปช.และคนเสื้อแดง เมื่อปี 2553 บ้าง ยังจำกันได้ไหม ควันไฟสีดำปกคลุมย่านราชประสงค์ พระราม 4 เปลวไฟลุกโชนท่วมเซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์สยาม ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ขอนแก่น อุดรธานี และมุกดาหาร การปล้นสะดมร้านค้า เสียงปืน เสียงระเบิดในยามค่ำคืนคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์เกือบพันคน ทั้งคนเสื้อแดง คนที่ไม่มีสีเสื้อ ทหาร ตำรวจ

กลางปี 2556 ประเทศไทยถูกทักษิณฉุดเข้าสู่ภาวะล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวังอีกครั้งหนึ่ง เมื่อลิ่วล้อนายวรชัย เหมะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอยเข้าสู่สภา ท่ามกลางเสียงคัดค้านของประชาชน เมื่อเป็นความต้องการของทักษิณ ใครจะกล้าขัดขืน ในที่สุด มันได้ปลุก “ไทยเฉย” ที่ให้โอกาสกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์มา 3 ปีกว่าให้เดินออกมาสู่ท้องถนนนับแสนนับล้านคน เพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ออกไป

ประเทศไทยก้าวพ้นจากความล้มเหลว ถดถอย ล้าหลังมาแล้ว แต่จะก้าวต่อไปได้หรือไม่ หรือว่าจะกลับไปสู่ความล้าหลัง ถดถอย สิ้นหวังอีกครั้งหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์

“Mission Incompleted” ของทักษิณ คือ ภารกิจที่พรรคเพื่อไทยต้องสานต่อ พรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายจำนำข้าวครั้งนี้ เพราะคนรู้กันทั่วประเทศแล้วว่า มันคือ การโกง แต่ไม่เคยบอกว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาล จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ทักษิณ กับยิ่งลักษณ์หรือไม่


กำลังโหลดความคิดเห็น...