xs
xsm
sm
md
lg

เจองู-เจอแขก-เจออเมริกา...ควรตีใครก่อน???

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


ไหนๆ...ในเมื่อเปิดฉากสัปดาห์นี้ด้วยเรื่องดีๆ คือเรื่องการบรรลุข้อตกลงระหว่างพวกกบฏฮูตีกับรัฐบาลเยเมน ในการ “หยุดยิง” และถอนกำลังทหารออกจากเมือง Hodeidah อันถือเป็นเมืองท่าแห่งเดียว ที่ยังพอเหลือเป็นช่องทางในการส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไปให้กับบรรดาชาวเยเมนผู้หิวโหยนับเป็นสิบๆ ล้าน ให้คลายทุกข์ คลายโศกลงไปได้มั่ง ปิดฉากช่วงท้ายของสัปดาห์นี้...เลยคงต้องขออนุญาตชวนให้ “ตามไปดู” เรื่องที่รัฐบาลอเมริกันของ “ทรัมป์บ้า” ทำท่าว่ากำลังคิดจะถอนกำลังทหารอเมริกันออกจากสมรภูมิซีเรียกันในเร็วๆ นี้ ว่าเอาไป-เอามาแล้ว...มันจะเป็นเรื่องดีๆ แบบเดียวกับที่กำลังเกิดในสมรภูมิเยเมนหรือเปล่า หรือจะหนักไปทางดีหมี ดีหมูป่า ดีอสรพิษหมื่นปี ฯลฯ ที่ซ่อนพิษ ซ่อนอันตราย ชนิดต้องจับตา ระมัดระวังกันแบบก้าวต่อก้าว...???

คือถ้าดูจากกิริยาท่าทีของตัว “ทรัมป์บ้า” เอง...ที่ออกมา “ทวิต” เอาไว้ในช่วงล่าสุด ทำนองว่าอเมริกาได้ประสบความสำเร็จเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว ในการขจัดกวาดล้างพวกผู้ก่อการร้ายไอเอสในซีเรีย อันถือเป็น “จุดมุ่งหมายเพียงประการเดียวของสหรัฐฯ ในซีเรีย” รวมทั้งการออกมาแถลงข่าวของ “นางซาราห์ แซนเดอร์ส” (Sarah Huckabee Sanders) โฆษกทำเนียบขาว เมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา ก็คงไม่น่าจะเป็นที่ติดใจ สงสัย ว่าทหารอเมริกันนับพันๆ ราย ที่ยังเกะกะรกรุงรัง รกมือ รกตีน ใครต่อใครอยู่ในประเทศซีเรีย คอยสนับสนุนช่วยเหลือพวกผู้ก่อการร้ายสายกลางหรือสายตึง สายหย่อน ก็แล้วแต่ จนทำให้ “สันติภาพ” ในประเทศซีเรีย ยังไม่มีโอกาสอุบัติขึ้นมาได้อย่างเป็นจริง เป็นจัง แม้บรรดาพวกผู้ก่อการร้ายไอเอส จะถูกกองทัพซีเรีย รัสเซีย และอิหร่านช่วยกันกวาด ช่วยกันล้าง จนแทบ “ไม่เหลือซาก” อยู่แล้วในประเทศซีเรียทุกวันนี้ คงต้องเก็บม่าน เก็บฉาก รื้อเวที ออกไปจากการอาสาเล่นบทเป็นตัวพระเอก หรือตัวโกง ในประเทศซีเรีย ไม่ว่าในรูปใด รูปหนึ่ง ค่อนข้างแน่...

แม้ไม่ได้กำหนดช่วงระยะเวลาออกมาแน่ชัด ว่าจะถอนกำลังทหารออกไปเมื่อไหร่ ตอนไหน แต่คาดๆ กันว่า...บรรดาเจ้าหน้าที่พลเรือน น่าจะเริ่มถอนตัวออกจากประเทศซีเรียภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารนั้น อาจต้องใช้เวลาประมาณ 60-100 วัน ในการรื้อเต็นท์ รื้อฉาก แต่ทั้งนั้น ทั้งนี้...ก็คงไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลอเมริกันนั้นจะเลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว ต่อการเล่นบทต่างๆ ในประเทศซีเรีย เพราะภายใต้การประกาศถอนทหารอเมริกันออกจากสมรภูมิซีเรียนั้น ทั้งผู้นำทางทหารรวมไปถึงโฆษกทำเนียบขาว ก็ยังคงย้ำเอาไว้อย่างหนักแน่น ชัดเจน ว่ารัฐบาลอเมริกันยังคงดำรงจุดมุ่งหมายแบบเดิมๆ ต่อประเทศซีเรียอย่างไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง พร้อมที่จะให้การสนับสนุนไม่ว่าด้านเงินทุน และปฏิบัติการต่างๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ต่อไป โดยอาจหันไปใช้วิธีอย่างที่โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ “นายโรเบิร์ต แมนนิ่ง” (Robert Manning) ได้บอกกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าว “Spunik” ของรัสเซีย นั่นแหละว่า ด้วยการ “หันไปทำงานร่วมกับหุ้นส่วนของสหรัฯ ในภูมิภาคนี้” ต่อไป...

อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้เรื่องที่มันน่าจะออกไปในทางดีๆ กลับหนักไปทางดีหมี ดีหมูป่า หรือดีงูพิษหมื่นปีซะเป็นหลักใหญ่ เพราะในช่วงจังหวะเดียวกัน หรือใกล้ๆ กันกับที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศจะถอนกำลังทหารออกจากซีเรียนั้น อดีต “พันธมิตร” ผู้เคยทำท่าว่าอาจต้องกลายเป็น “ศัตรู” แต่กลับมีแนวโน้มหวนกลับมาเป็น “มิตร” กันใหม่ ของอเมริกา อย่างประเทศตุรกีของประธานาธิบดี “ไตยยิป” หรือ “เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน” (Recep Tayyip Erdogan) กลับออกมาประกาศว่า กองทัพตุรกีพร้อมแล้วที่จะเปิดฉากปฏิบัติการบุกเข้าไปประเทศซีเรียได้ทุกเมื่อ เพื่อหาทางกวาดล้าง เล่นงาน พวก “ผู้ก่อการร้าย” ที่ไม่ว่าจะถือเป็นประเภทสายกลาง สายตึง สายหย่อนก็แล้วแต่ ที่ถูกเรียกขานกันในนาม “กองกำลังประชาธิปไตยแห่งซีเรีย” (Syria Democratic Force) หรือ “SDF” อันมีบรรดาพวกชาว “เคิร์ด” ทั้งหลาย หรือกลุ่มก้อน องค์กรที่มีชื่อเรียกว่า “Kurdish People’s Protection Units” (YPG) เป็นกองกำลังหลัก และได้รับการฝึกฝน การสนับสนุนด้านอาวุธ เงินทุน จากรัฐบาลและกองทัพสหรัฐฯ มาโดยตลอดนั่นเอง...

พูดง่ายๆ ว่า...ขณะสหรัฐฯ ประกาศจะถอนทหารออกจากซีเรีย ผู้ที่หวนกลับมาเป็นพันธมิตรสหรัฐฯ กันใหม่ อย่างตุรกีก็ประกาศเตรียมจะบุกซีเรีย เพื่อเข้าไปเล่นงานพวก “เคิร์ด” ที่เคยเป็นมิตรเก่า มิตรแก่ของสหรัฐ ชนิดแทบแยกไม่ออก บอกไม่ถูก ว่าไผเป็นไผ ใครเป็นมิตร เป็นศัตรู กันแน่!!! แต่ดูเหมือนว่า...ผู้ออกมาให้คำตอบ ให้ข้อสรุป ต่อความชุลมุน ชุลเก ในเรื่องนี้ได้ค่อนข้างชัดเจนที่สุด ก็น่าจะเป็นพวกชาว “เคิร์ด” เองนั่นแหละ คือ “นายโอมาร์ อูซี” (Omar Ousi) ผู้นำของกลุ่ม “Syrian Kurds’ National Initiative” ที่ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ภาษาอาหรับ อย่าง “Al-Watan” เอาไว้ทำนองว่า... “Kurds Sold by Us to Ankara” หรืออเมริกาได้ขายชาวเคิร์ด ให้กับตุรกีเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...

คือคงต้องยอมรับว่า...นับตั้งแต่เกิดกรณีฆาตกรรมนักหนังสือพิมพ์ชาวซาอุฯ “นายจามาล คาช็อกกี” สัมพันธภาพระหว่างสหรัฐฯ กับตุรกี ที่เคยหวิดๆ จะเป็น “ศัตรูคู่อาฆาต” กันไปแล้ว ก็หวนกลับมาดีวัน-ดีคืน นับจากนั้นเป็นต้นมา แม้ไม่ดีถึงขั้นสหรัฐฯ ยอมที่จะส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการก่อรัฐประหารในตุรกี เมื่อเดือนกรกฎาคมปี ค.ศ. 2016 คือ “นายเฟตุเลาะห์ กูเลน” (Fethullah Gulen)ไปให้ตามคำร้องขอของตุรกี แต่ถ้าฟังจากน้ำเสียงของรัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี “นายเมฟลุต คาวูโซกลู” (Mevlut Cavusoglu) ที่ออกมาแสดงความตื่นเต้น ยินดี เมื่อได้ข่าวว่าเอฟบีไอของสหรัฐฯ กำลังกวาดจับบรรดาสาวกของ “นายกูเลน” ที่ถูกเรียกขานกันในนาม “FETO” (Fethullahist Terrorist Organization) ไปทั่วทั้ง 15 มลรัฐในอเมริกา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็น่าจะสรุปได้ไม่ยากว่า อเมริกาได้หันมา “ซื้อไพ่ตุรกี” เรียบร้อยแล้ว และบรรดาชาวเคิร์ดทั้งหลายนั่นเอง ที่ต้องถูกนำไปขาย หรือนำไปแลกเปลี่ยน เพื่อให้จุดมุ่งหมายในการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ สามารถดำเนินได้ต่อไป โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง...

แต่ก็แน่ล่ะว่า...ท่ามกลางความพยายามปกป้องผลประโยชน์สหรัฐฯ ในลักษณะเช่นนี้ ย่อมต้องก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมิใช่น้อย ต่อฉากสถานการณ์ต่างๆ ในภูมิภาคนี้ หรืออย่างน้อยที่สุด...ก็เริ่มก่อให้เกิด “ผลกระทบ” ต่อความพยายามขับเคลื่อน “กระบวนสันติภาพในซีเรีย” หรือการประชุมหาข้อตกลงเพื่อจัดตั้ง “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่” ในซีเรีย ระหว่างรัสเซีย-อิหร่านและตุรกี ที่ต้องจบลงด้วยความล้มเหลว แม้จะมีตัวแทนของสหประชาชาติเข้าร่วมด้วย รวมไปถึงความพยายามขจัดกวาดล้าง “ฐานที่มั่นสุดท้าย” ของพวกกบฏและพวกผู้ก่อการร้ายในจังหวัด “อิดลิบ” (Idlib) เพื่อที่จะให้ “สันติภาพถาวร” ได้เริ่มปักหลัก ปักฐานขึ้นมาในซีเรียได้อย่างเป็นจริง เป็นจัง ซึ่งยืดเยื้อคาราคาซังมาเกือบครึ่งปีเข้าไปแล้ว เนื่องจากยังไม่สามารถหากรรมวิธีที่เหมาะๆในการจัดการกับผู้ที่รัฐบาลตุรกีให้การสนับสนุนได้ สรุปแล้ว...อะไรที่น่าจะดูดี มันเลยออกไปทางดีหมี ดีหมูป่า หรือดีงูพิษหมื่นปี ด้วยประการละฉะนี้ จนอาจนำมาใช้เป็นคติ อุทาหรณ์สอนใจ ได้ว่า... “ถ้าต้องเจองู เจอแขกตุรกี รวมทั้งเจออเมริกา คงต้อง...ตีอเมริกาเข้าไว้ก่อนนั่นแหละ ถึงน่าจะเข้าท่าที่สุด”...
กำลังโหลดความคิดเห็น...