xs
xsm
sm
md
lg

** ชาวหนองบัว จ.นครสวรรค์ ยอมถอย วัดใจ “ผู้เกี่ยวข้อง” รับเรื่องทบทวนใบอนุญาต “โรงไฟฟ้าขยะ” **กรรมเก่ารอ “ธาริต” เพียบ ผลงานเอก “ปั้นพยานเท็จ” ใส่ร้าย “สมคิด บุญถนอม”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**แบบนี้กุดหัวได้ยัง!! ชาวหนองบัว จ.นครสวรรค์ ยอมถอย วัดใจ “ผู้เกี่ยวข้อง” รับเรื่องทบทวนใบอนุญาต “โรงไฟฟ้าขยะ” หวิดเสียเรื่อง “พี่ศรี” บุกหน้างานจัดหนักตามสไตล์ ดีที่เบรกทัพ-หย่าศึกกันทัน ย้อนรอย “โรงไฟฟ้าขยะหนองบัว” ประเด็นข้อสงสัยบานตะไท แต่ฝ่ายรัฐไม่เคยแจง ทั้งปลอมประชาพิจารณ์ สร้างในพื้นที่โครงการพระราชดำริ-พื้นที่ต้นน้ำ ใกล้แหล่งน้ำดิบของคนทั้งอำเภอ ทะแม่งๆขนาดนี้คนนึกสงสัยว่า “ตั๋ว” ออกมาได้ยังไง อาจะต้องไหว้วาน “บิ๊กป๊อก” ลากคอ “คนโง” มากุดหัว

ยื้อเยื้อมานาน .. กลุ่มชาวบ้าน-ภาคประชาชน ในนาม “เครือข่ายชาวหนองบัว จ.นครสวรรค์” ยังต้องเหนื่อยคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะแปรรูป ขนาด 9.8 เมกกะวัตต์ กันต่อไป .. ล่าสุดอยู่ไม่ไหว โครงการไม่ยอมหยุด ต้องมาตากแดด-ตากลม ยกระดับประท้วงปิดถนน เรียกร้องความสนใจจาก “ผู้มีอำนาจ” .. รู้อยู่ว่าผิดกฎหมาย กีดขวางจราจร ผู้สัญจรไปมาเดือดร้อน แต่ทำไงได้ ไม่ทำแบบนี้ก็ “ไม่เป็นข่าว” .. แล้วก็รู้อยู่ว่าที่สุด ตำรวจก็ต้องไปพึ่งอำนาจศาลสั่งยุติการชุมนุม ชาวบ้านก็ยินยอมพร้อมพร้อมออกจากพื้นที่อยู่แล้ว แต่ก็เพื่อเปิดทางให้ได้พูดคุยกับ “คนรับผิดชอบ” .. หวิดไปเหมือนกัน เมื่อ “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีสราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.โผล่ไปบัญชาการสถานการรณ์หน้างาน .. จัดเต็มตำรวจ 3 กองร้อย ทั้งที่ชาวบ้านผู้ชุมนุมมีอยู่หย่อมเดียว ไม่พูดพร่ำทำเพลง พอคำสั่งศาลออก ก็สั่งรวบแกนนำไปหลายราย จนเกือบจะวุ่น .. ดีที่ประสานงานหย่าศึกกันทัน ชักชวนกันไปหารือ-หาทางออกกัน .. ฝ่ายรัฐนำโดย อรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าฯนครสวรรค์ กับ “บิ๊กปู” มานั่งคุยไถ่ถามปัญหากับแกนนำผู้ชุมนุม .. ชาวบ้านชงประเด็นติดใจสงสัยกระบวนการขอใบอนุญาตตั้งโรงไฟฟ้าอาจไม่ถูกต้อง มีการแอออ้างปลอมลายเซ็นต์ลงชื่อในเอกสารการทำประชาคม .. ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตั้งแต่จุดประเด็นเคลื่อนไหวก็พูดพร่ำเรื่องนี้มาเรื่อย รอบก่อนก็ฮึ่มๆทั้งแถวอีแต๊ก-อีแต๋น เตรียมบุกกรุง ก็เจรจาห้ามทัพไปรอบ .. แต่รับเรื่องไปก็เงียบ ไซด์งานโรงไฟฟ้า ก็หยุดก่อสร้างไม่กี่วัน พอเรื่องเงียบก็เดินหน้าต่อ .. โดยที่ “อุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์” หรือ “ผู้ว่าฯนครสววรค์” ไม่ยักจะทำอะไรเลย มางวดนี้เข้าอิหรอบเดิม รับไปตรวจสอบให้ หากผิดจริง สั่งเพิกถอนทันที .. ที่น่าเป็นห่วงก็คงประเด็นอื่นๆที่หนักหนากว่า ทั้งความเดือดร้อนและวิตกกังวล กับอันตรายสุขอนามัยที่จะตามมากับ “โรงไฟฟ้าขยะ” .. ซ้ำร้ายยังมีข้อมูลว่า “บริษัทเจ้าของโครงการ” ก็มีพฤติกรรมงุบงิบน่าสงสัย มีการทำเรื่องเตรียมขนย้าย “ขยะต่างถิ่น” มากำจัดในพื้นที่ ขัดกับมติ ครม.ชัดเจน .. สำคัญที่ “พื้นที่ก่อสร้าง” ที่ทำอีท่าไหนไม่ทราบ ไปปักหมุดตอกเสาเข็มกันใน พื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ (เทือกเขาพระ-เขาสูง) ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟูต้นน้ำลำธารและการพัฒนาดิน .. ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับแหล่งน้ำสาธารณะที่เป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาของ อ.หนองบัว ซึ่งกระทบกับคนทั้งอำเภอแน่นอน .. ความไม่ชอบมาพากลนี่เอง ที่นำมาซึ่งคำถามว่าปล่อยให้ได้ “ใบอนุญาต” ออกมาได้ยังไง .. ตลอดจนถามถึงกระบวนการประชาคม-ประชาพิจารณ์ ที่ชาวบ้านต่างไม่ล่วงรู้มาก่อน แต่หลายรายกับไปมีชื่อประทับตรารับรองยอมรับ “โรงไฟฟ้าขยะ” แห่งนี้ .. ปัญหาที่เกิดต้องย้อนไปถึง “คำสั่ง ม.44” ที่ตีธง “ผ่านตลอด” ให้กับโครงการเกี่ยวกับโรงไฟฟ้า - กำจัดขยะ ทั้งหมด โดยไม่ต้องมี “อีไอเอ” การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม .. เดิมมี “อีไอเอ” เป็นใบการันตีความปลอดภัย ยังไม่ค่อยรับกันเลย แล้วนี่ยิ่งไม่มี ถามว่าใครหน้าไหนจะกล้าให้มาตั้งโรงไฟฟ้า - โรงขยะ ในพื้นที่ใกล้บ้าน .. ยิ่งที่มาที่ไปของ “โรงไฟฟ้าหนองบัว” ดูจะ “ทะแม่งๆ” ไม่น้อย ทำให้นึกถึงคำประกาศของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขึ้นมา ที่ว่า “คนโกงต้องถูกกุดหัว” ขึ้นมา .. ก็ว่ากันว่า แบบนี้มันเข้าทำนอง “เทาๆดำๆ” พิกล สำทับกับพื้นที่เคยชำแหละลากไส้ว่า “ใบอนุญาต” หรือในวงการที่เรียกกันว่า “ตั๋ว” มันแลกมาง่ายๆแค่ “กระดาษไม่กี่โล” ผ่าน “คนใกล้ชิดปู้มีอำนาจ” .. เบาะแส ข้อสงสัย ประเคนให้หมดแล้ว ภาครัฐก็อย่ามัวเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยโครงการดุ่มๆไป ไม่สนใจความเป็นตายร้ายดีของชาวบ้านเลย .. แล้วจริงๆก็เป็นหน้าที่ภาครัฐ โดยเฉพาะ “กระทรวงมหาดไทย” เจ้าภาพอภิมหาโปรเจคต์ขยะนี่แหละ ที่ต้องตรวจสอบให้เคลียร์คัทชัดเจน แล้วลากคอ “คนโกง” มากุดหัวเอง.

**มันเป็นเวรกรรม!! หมดคดีหมิ่นประมาท “สุเทพ” มีคดีความค้างเก่ารอ “ธาริต” อีกเพียบ ทั้งร่ำรวยผิดปกติ จ่อโดนยึดทรัพย์ 350 ล้านบาท ยังมีผลงานเอกอุ “ปั้นพยานเท็จ” หวังใส่ร้าย “สมคิด บุญถนอม” ถอนแค้นให้ “ระบอบทักษิณ” ฐานเป็นคนปิดห้าง “พลังประชาชน” พออำนาจเปลี่ยน เกมกลับตาลปัตร โดนเอาเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล “พี่ริด” รู้แน่ไม่น่ารอด วันๆวิ่งหา “ผู้มีบารมี” ขอเคลียร์ ส่งข้อความกราบขออภัย “สมคิด” เรื่อย เวลาเจอหน้าก็กระลิ้มกระเหลี่ยขอความเห็นใจ ถือเป็นกรณีศึกษาของ “พวกหลง-เหลิงอำนาจ” โดยแท้

บอกเลยจิ๊บๆ .. คดีหมิ่นประมาท สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ฝ่ายจำเลยไม่เออออยอมความด้วย แต่โอกาสที่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ จะต้องโทษติดตารางถือว่าน้อยมาก .. ด้วยทิศทางลม 2 ศาล ชั้นต้น-อุทธรณ์ พิพากษา “ยกฟ้อง” ไปก่อนแล้ว แถมชี้ด้วยการแถลงเกี่ยวกับคดีโรงพักร้าง ก็เป็นการทำตามหน้าที่ ส่งต่อมาถึงด่านที่ 3 “ศาลฎีกา” .. ตามรูปการณ์เปอร์เซ็นต์ไม่มากที่คดีจะ “พลิก” แต่การดีลประนีประนอมขอยอมความ พร้อมขมาลาโทษ ก็เพื่อ “เมคชัวร์” ให้จบๆกันไป ไม่ต้องลุ้นในชั้นศาลก็เท่านั้น .. หรือหาก “ฎีกากลับ” ก็ยังใช้แถลงการณ์ที่ออกมายืนยัน “ต่อมสำนึก” ว่า “ผิดไปแล้ว” โทษหนักก็จะได้เป็นเบา .. แต่การไม่รับไมตรีของ “กำนันเทือก” ก็ทำให้ “ธาริต” หน้าแหกไม่น้อย โดยเฉพาะถ้อยแถลงที่ว่า ขออภัยในฐานะที่ล่วงเกิน “ผู้มีพระคุณ” .. กลายเป็นประจาน ถลกเนื้อแร่หนังตัวเองซะเปล้าๆปลี้ๆ แล้วยังเจอ “พี่เทพ” ตอกกลับหงาย “สอพลอ-บ้าอำนาจ” ซะอีก .. วิบากกรรม “ธาริต” อดีตบิ๊กกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในวัยหลังเกษียณ เทียวขึ้นเทียวลงศาลเป็นว่าเล่นในหลายคดี .. ที่จบๆไปแล้วก็มีคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินร่วมกับ วรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยา ที่ตอนนี้ไปเป็นเหรัญญิกอยู่ค่ายไทยรักษาชาติ .. “ธาริต-วรรษมล” ไม่แสดงรายการทรัพย์สินหลายรายการ ก่อนจะ “รับสารภาพ” ศาลเมตตาลดโทษจำคุก แล้วให้รอการลงโทษไว้ก่อน .. ยังมี “คดีร่ำรวยผิดปกติ” ที่ ป.ป.ช.ลงมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด “ธาริต” กำลังอยู่ในขั้นตอนฟ้องศาลให้ทรัพย์สินมหาศาลกว่า 350 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน .. จับทางได้ว่าเวลา “จวนตัว” เมื่อใด มนุษย์สายพันธุ์ “ธาริต” ยอมทุกอย่าง พลิกลิ้นหน้ามือเป็นหลังเท้า กราบกรานขอขมาทำได้หมด .. ไม่กี่สัปดาห์ก่อน ก็มีผลแห่งกรรม - ผลแห่งการกระทำ ที่หวังสร้างผลงานเอาใจ “ระบอบทักษิณ” เมื่อครั้งเรืองอำนาจ ก็ย้อนมาหลอน .. เมื่อครั้งพยายามของ “ธาริต” ที่ใช้อำนาจอธิบดีดีเอสไอ ลาก “เดอะคิด” พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีต ผบช.ภ.5 เข้าปิ้งให้ได้ .. ด้วย “สมคิด” เป็นผู้ทลายห้าง “พรรคพลังประชาชน” ครั้งอดีต นัยว่าแก้แค้นให้กับ “ระบอบแม้ว” ถึงขนาดกล้า “ปั้นพยานเท็จ” จนคดีความมาถึงตัว .. อำนาจเปลี่ยนแต่ “กรรม” ยังรอการชดใช้ “ธาริต” ในยามหมดฤทธิ์ วันๆวิ่งหา “ผู้มีบารมี” ขอเคลียร์ปัญหาเก่า .. มีการส่งข้อความกราบขออภัย ไปยัง “สมคิด” เรื่อย เวลาขึ้นศาลเผชิญหน้าคู่กรณี ก็ทำหน้ากระลิ้มกระเหลี่ยขอความเห็นใจตลอด .. ถือเป็นบทเรียน “คนมีอำนาจ” หากใช้ผิด อนาคตไม่มีวันสงบสุข แม้กระทั่งขอเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้าน เขาก็ไม่ยอม .. ย้อนกลับไปที่ “คดีอุ้มนักธุรกิจซาอุฯ” ช่วงรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขุดกลับมาเล่นงาน “เดอะคิด” อีกระลอก .. ช่วงนั้นเล่นกันแรง ใช้ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก ตำรวจคนดัง มาเป็นพยาน .. ซึ่ง “สุวิชชัย” เป็นอดีตนายตำรวจ ที่มีพฤติกรรมไม่น่าใช่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” และไปพัวพันคดีรับจ้างฆ่าเชื้อพระวงศ์ลาว ที่ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แล้ว “สุวิชชัย” หนีประกัน .. ทั้งที่เป็น “นักโทษหลบหนีคดี” แต่ “ดีเอสไอ” ใจดีเหลือเชื่อ ไปเชิญมาเป็นพยานยื่นข้อเสนอล่อใจ ตอบแทนด้วยคุ้มกันพยานด้วย .. แต่ “สุวิชัย” เลือกที่จะหลบหนีไปต่างประเทศ ก็ยังลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบินพาตัวไปให้ปากคำกับศาลต่างชาติที่เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับอามิเรต .. เพียงเพื่อ “ปรักปรำ” เอาผิด “เดอะคิด” อย่างโจ้งแจ้ง และยังเป็นการให้การฝ่ายเดียว โดยจำเลยไม่มีโอกาสถามแย้งด้วย .. จนกลายเป็รคดีความที่ “สมคิด” ฟ้องร้องเอาเรื่องอยู่ในตอนนี้ สำคัญที่คนเข้าข่ายโดนเอาผิดไม่ใช่แค่ “ธาริต” หน่อเดียว .. ยังพ่วงไปถึง “แม่ปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกระบุถึงในฐานะ “ผู้สั่งการ” ด้วย .. ผิดถูกอย่างไร อนาคตจะเป็นเช่นไร ก็ต้องตามดูกันไป แต่อย่างน้อยก็เป็น “กรณีศึกษา” ให้ “คนหลง-เหลิงอำนาจ” ได้ดูไว้ .. พอสิ้นบุญ-หมดบารมีเมื่อไหร่ ก็ต้องมากลุ้มอกกลุ้มใจ ยามขาพาดเข้าคุกไปข้างหนึ่งแบบ “พี่ริด” นี่แหละ.
กำลังโหลดความคิดเห็น...