xs
xsm
sm
md
lg

**ถอยหลังลงคลอง!! “ลุงตู่” ทิ้งโอกาสคิกออฟปฏิรูป-ปราบโกง **“สุเทพ” ไม่รับขมา “ธาริต” ด่ากราด “สอพลอ-บ้าอำนาจ” **“หมวดเจี๊ยบ” ลักไก่ติดป้ายหาเสียง “บิ๊ก กทม." สั่งปรับ 1.25 ล้านบ. **“ซานต้าตู่” สั่งสอบ "เจ๊โรงน้ำแข็ง" จนไม่จริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**ถอยหลังลงคลอง!! “ลุงตู่” ทิ้งโอกาสคิกออฟปฏิรูป-ปราบโกง งัดอำนาจ ม.44 ตัดปัญหา “ท่านบอร์ด” ขู่ลาออก สั่งแก้กฎหมาย-เลิกประกาศ ป.ป.ช. รื้อนิยาม “ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง” เว้น “กรรมการสภามหาวิทยาลัย-บอร์ดกองทุน” ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เข้าอิหรอบ “ลูบหน้าปะจมูก” ไม่กล้ากับพวกเดียวกัน หรือกลัวเสียคะแนนเสียงเกินเหตุ

จนได้สินะ .. “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอันต้องงัดยาสามัญประจำบ้าน “มาตรา 44” มาใช้อีกคำรบ กับการแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. .. สาระสำคัญย้อนไปแก้นิยาม “ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง” กันใหม่ ตัด "กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ" ออกไป .. เจาะจง “ยกเว้น” ให้กับ กรรมการสภามหาวิทยาลัย และ คณะกรรมการกองทุนต่างๆ ที่ร่ำๆจะลาออกกันยกประเทศ .. เพื่อเป็นการตัดจบปมร้อน “บอร์ดสภามหาวิทยาลัย-บอร์ดกองทุน” เข้าคิวรอไขก๊อก ชิ่งประเด็นยื่นบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน นั่นเอง .. ทั้งที่ก่อนหน้า “ผู้เกี่ยวข้อง” ต่างดาหน้าออกมาประกาศว่า “เอาอยู่” ไม่ต้องถึงมือมาตรา 44 โดยเฉพาะ วิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่เสียงดังว่า “มีทางออกๆ” .. สะท้อนใจคนไทยไม่น้อยกับการควัก “ดาบ ม.44” มาใช้กับเรื่องนี้ หนึ่งเป็นเรื่องที่มีผลประทบกับ “คนหมู่น้อย” ต่างกับเรื่อง “คนหมู่มาก” ที่เรียกร้องเท่าไร ก็ไม่ยอมควักดาบออกจากฝัก .. ไม่เท่านั้นยังทำให้เสียงนินทา-ดูถูก “รัฐบาลคนดี” แต่กลัวการตรวจสอบ ดังระงมไปอีก .. ก็ "รัฐธรรมนูญปราบโกง" ที่ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ขนานนามไว้ นับวันจะยิ่งเสื่อม .. มีอย่างที่ไหนกลไกตรวจสอบผ่านการยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สิน-หนี้สิน ที่วางไว้ ไม่นานก็ถูก “ลบด้วยเท้า” อย่างที่เห็น .. ประกาศ ป.ป.ช.ที่บังคับให้ “ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง” ในหน่วยงานรัฐทั้งหมด ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน กลายมาเป็นปัญหาอย่างไม่น่าเชื่อ .. ทั้งที่ ป.ป.ช.ก็ล้อไปตาม “รัฐธรรมนูญมีชัย” แต่ก็เป็น "ซือแป๋มีชัย" ผู้วาง "กับดักปราบโกง" ไว้เอง นำร่องประกาศลาออกจากตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (มรร.) ก่อนใครเพื่อน .. เมื่อมีคนนำร่อง ก็เฮโลตามกันใหญ่ ขู่จะลาออกให้รู้แล้วรู้รอด จนต้องไล่เบรกกันจ้าละหวั่น .. กดดันหนักเข้า ก็เลยต้องอาศัยอำนาจ “หัวหน้า คสช.” เคลียร์ให้ ท่ามกลางเสียงโห่ฮา ริทำตัวเป็น “หมอผี” ดันกลัว “ยันต์กันผี” ซะเอง .. มันน่าเสียดายโอกาสของ “รัฐบาล คสช.” ที่ผลงาน “วาระปฏิรูป” ไม่เคยขยับ “วาระปราบโกง” ก็ไม่เขยื้อน .. อุตส่าห์มี “รัฐธรรมนูญปราบโกง” มากรุยทางไว้ให้เป็น “ก้าวแรก” แห่งการปฏิรูปและการต่อต้านการทุจริตแท้ๆ .. แต่ก็ “เหลวไม่เป็นท่า” เข้าอิหรอบ “ลูบหน้าปะจมูก” ต้องเว้นบทเฮี้ยบให้กับพวกที่ถูกมองว่ามาจาก “สำเภาเดียวกัน” ทำ “เสียโอกาส-เสียของ” ไปอีก .. แล้วก็คงกลัวว่า หากเอาล่อเอาเถิดไป จะทำเสียคะแนนเสียง บรรดา “บิ๊กๆ” จะกลายไปเป็น “หอกข้างแคร่” มาทิ่มแทง “ขุนทหาร คสช.” ที่กำลังผลัดร่างลงสนามเลือกตั้ง .. แล้วพอปลดล็อก "ยื่นบัญชีทรัพย์สิน" ให้แล้ว ก็คอยดูให้ดีว่า พวกที่รับไม่ได้ “ตื่นตูม - ร้อนตัว” ชิ่งไขก๊อกไปก่อน จะหาทางรีเทิร์นกลับมารับจ๊อบให้ “หมาดูถูก” อีกหรือเปล่า.

**ลีลาเซียนเหยียบเมฆ!! “สุเทพ” ไม่รับขมา-ไม่ยอมความ “ธาริต” ด่ากราด “สอพลอ-บ้าอำนาจ” โชว์ลวดลายพลิ้ว “เซียนเหยียบเมฆ” รู้จักเล่นกับสถานการณ์ ทำใจโอกาส “ศาลฎีกา” ยืน “ยกฟ้อง” ตาม “ชั้นต้น-อุทธรณ์” มีสูง ยอม “แพ้ศึก” บนบัลลังค์ ฉวยนิยายไม่เกี๊ยะเซียะกับ “ธาริต” หนึ่งในสัญลักษณ์ “ระบอบทักษิณ” ไปใช้หาเสียงเลือกตั้งดีกว่า

ตบมือข้างเดียวไม่ดัง .. อุตส่าห์ยอมลดศักดิ์ศรี ทำหนังสือขอขมาลาโทษ ใช้ถ้อยคำยกยอสารพัด เทิดทูนเป็น “ผู้มีพระคุณ” แท้ๆ .. แต่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ เป็นอันต้อง “อกหัก” เมื่ออีกฝ่าย สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯไม่ยอมจบด้วย .. ยืนยันให้คดีความหมิ่นประมาท จากกรณีก่อสร้างโรงพักร้าง ว่ากันไปต่อตามกระบวนการใน “ชั้นฎีกา” .. ไม่แค่ไม่รับคำขมา ยังฉวยจังหวะกระซวก “อดีตลูกน้อง” กลับแสบสันต์ ตอกหน้า “สอพลอผู้มีอำนาจ” .. แล้วยังใช้อำนาจบาตรใหญ่ฟาดฟันคนอื่น โดยเฉพาะภาคประชาชน แบบนี้ให้อภัยไม่ได้ .. “เทพเทือก” ออกตัวด้วยว่า ก่อนนี้ที่ดูเหมือนจะรับไมตรีนั้น ก็ด้วยเกรงใจ คณิต ณ นคร ที่ออกหน้าเป็น “กาวใจ” ก็เลยไม่ได้ปฏิเสธไปตรงๆ .. ออกลูกนี้ ไม่รู้ตื้นลึกว่าเป็นเกม “ตีอ่อย” แล้ว “หักหลัง” กันหรือเปล่า แต่ก็มั่นใจได้อย่างว่า ไม่มี “ดีลพิสดาร” อย่างที่จินตนาการกัน .. แล้วต้องนับถือไม่น้อยกับลวดลายของ “เทพเทือก” ที่ยังอยู่ในระดับ “เซียนเหยียบเมฆ” ที่รู้จักเล่นกับสถานการณ์ .. รู้ทั้งรู้ว่าปล่อยให้กระบวนการเดินต่อ โอกาสตีบตันที่จะให้ “คดีพลิก” กลับมาชนะ ทั้งที่ศาลชั้นต้น-อุทธรณ์ ชี้ “ยกฟ้อง” มีเหตุผลประกอบน่าฟัง “ธาริต” ทำตามหน้าที่ .. ระดับ “สุเทพ” ประเมินแล้วว่า หากปราณีรับไมตรี “ธาริต” ก็ได้แค่ใจ “อดีตมือขวา” แต่ในภาพกว้างน่าเป็นห่วง .. ที่อยู่ดีไม่ว่าดี ดันไป “เกี๊ยะเซียะ” กับ “ธาริต” ผู้ที่ถือเป็น “ไอคอน” คนหนึ่งของ “ระบอบทักษิณ” แล้วยังมีวีรกรรมฟาดฟันกับ “ฝ่ายประชาชน” มากมาย .. หากเป็นเรื่องของ “นายสุเทพ” ที่เป็น “อดีตกำนันตำบลท่าสะท้อน” เฉยๆก็คงฉวยใช้เป็นวาระโชว์ “ความใจกว้าง” สไตล์นักเลงแดนสะตอ .. แต่ตอนนี้เป็น “นายสุเทพ” เจ้าของพรรคการเมืองที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่สนามเลือกตั้งอยู่รแมร่อ .. ลำพังคะแนนนิยม-ฐานเสียงก็แห้งเหี่ยว โดนด่าขรมเมืองอยู่แล้ว หากไปทะลึ่งไปอุ้ม “ธาริต” ให้ถูกชี้หน้า “เกี๊ยะเซียะ - สองหน้า” ดูท่าจะเละไปกันใหญ่ .. สู้ยอม “แพ้ศึก” ที่ศาลอาจจะฎีกายืนยกฟ้อง แล้วมุ่งหน้าเข้า “สงครามใหญ่” ในฐานะ “ฝ่ายต้านทักษิณ” .. หอบเอาเรื่องไปแต่งนิยาย ไม่ยอมเกี๊ยะเซียะกับ “ธาริต” หนึ่งในสัญลักษณ์ “ระบอบทักษิณ” ไปใช้หาเสียงเลือกตั้งดีกว่า.

**เชือดเจี๊ยบให้ลิงดู!! “หมวดเจี๊ยบ” งานงอก ลักไก่ติดป้ายหาเสียง เทศกิจไล่เก็บวุ่น “บิ๊ก กทม.” ห่วงหลังปลดล๊อก “พวกหัวหมอ” ทำมึนลักไก่บ้าง ขีดเส้นเริ่มติดป้ายได้หลังมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฯเท่านั้น ส่วน “ค่าปรับ” ดีดใหม่ ติดป้ายเดียว-หลายป้าย จ่าย 5 พันไม่ยุติธรรม ต้องนับป้ายต่อป้ายจะได้เข็ด ประเดิมปรับ “หมวดเจี๊ยบ” 1.25 ล้านบาทเป็นเยี่ยงอย่าง

ออฟไซด์ล้ำเส้น .. “หมวดเจี๊ยบ” ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง ที่จับจองพื้นที่จะลงสมัคร ส.ส.ที่เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง ในนามพรรคเพื่อไทย .. สัปดาห์ก่อนไม่รู้คิดยังไง ปูพรมติดป้ายโฆษณาแฝง อ้างสนับสนุนกิจกรรมอุ่นไอรักฯ แต่หน้าตัวเองเบ้อเริ่มเทิ่ม .. เทศกิจเขตลาดพร้าวต้องโร่ไปไล่เก็บ นับได้เบ็ดเสร็จ 250 ป้าย โดยค่าปรับโทษไปเบาะๆ 5 พันบาท ฐานติดตั้งป้ายไม่ขออนุญาต-กีดขวางทางสาธารณะ ไปตามระเบียบ .. กลายเป็นวาระที่ชงเข้าที่ประชุมคณะผู้บริหารกทม. ที่มี “บิ๊กวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เป็นประธาน .. ที่ต้องวางแนวทางป้องกันปัญหาหลัง คสช.ปลดล๊อก ที่กลัวว่าบรรดาผู้สมัคร ส.ส.จะปูพรมติดป้ายหาเสียงเหมือนอย่าง “หมวดเจี๊ยบ” .. ขีดเส้นชัดเจนต้องรอจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งซะก่อน แล้วต้องขออนุญาต ถึงจะติดในที่ทางสาธารณะได้ .. จับทางได้อีกว่า จะมีพวกลองของ “ลักไก่” ยอมโดนค่าปรับ ก็ฐานความผิดถ้าติดป้ายเดียว หรือติดเป็นร้อยป้าย ก็คงโดนปรับกระทงเดียว 5 พันบาท .. ทางที่ดีกำหนดให้ชัดไปอีกขั้น เปรียบเทียบปรับตามกฎหมายรวมทุกป้ายไม่ยุติธรรม เปรียบเทียบปรับแบบ “ป้ายต่อป้าย” ราคาเดิมสูงสุดไม่เกินป้ายละ 5 พันบาท .. ประเดิมกันที่กรณี “หมวดเจี๊ยบ” ให้เป็นเยี่ยงอย่าง คูณเข้าไป 250 ป้าย ป้ายละ 5 พันบาท .. รวมแล้วก็ไม่เท่าไร 1.25 ล้านบาท เกือบเท่างบหาเสียงที่ กกต.ก็แค่นั้นเอง สบายๆจิ๊บๆเนอะ คุณเจี๊ยบเนอะ.

**คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้!! “ซานต้าตู่” สั่งสอบ “เจ๊โรงน้ำแข็ง” อวดแบงค์ 500 จากเงินบัตรคนจน แต่ดันคาดสร้อยทองเส้นเบ้อเริ่ม ฮึ่มๆเข้าข่าย “จนไม่จริง” ต้องถอนสิทธิ์ “กระทรวงคลัง” เด้งดึ๋งสั่ง สศค.ไล่เช็คทันที หาก “ไม่จนจริง” ตัดสิทธิ์ทันที พร้อมมอบ “กรมบัญชีกลาง” เรียกเงิน 500 บาทพ่วงสิทธิอื่นๆคืนให้หมด.

เราก็ได้สิทธิ์นร้า .. ประโยคสั้นๆ นำ “ความซวย” มาสู่ชีวิต กรณี “เจ๊โรงน้ำแข็ง” ธนวรรณ พานแพน โพสต์ภาพเงิน 500 บาท พร้อมบัตรคนจน ลงเฟซบุ๊ค .. ถ้าแค่ อวดว่า ได้อานิสงค์จากนโยบายสวัสดิการแห่งรัฐ ของ “รัฐบาล คสช.” ก็แล้วไป .. แต่ที่มันเตะตา “ชาวโซเชียล” ดันเป็นสร้อยทองเส้นโตที่คอ “คุณเจ๊” น่ะสิ .. กลายเป็น “ไวรัล” แชร์ภาพพร้อมแคปชั่น ออกไปอย่างสนั่นหวั่นไหว ดังกันชั่วข้ามคืน .. แต่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ใน “เชิงลบ” ที่ตั้งคำถามกลับว่า “เจ๊ธนวรรณ” จนจริงหรือ .. เมื่อถึงมือ “นักขุดในตำนาน” ที่ชำแหละข้อมูล พร้อมเปิดวาร์ปว่า คุณเธอหญิงฐานะไม่ขี้ริ้ว ระดับ “เถ้าแก่” โรงน้ำแข็งอยู่ที่ จ.เชียงราย .. นอกจาก “สร้อยทองเส้นโต” แล้วยังมี “กะบะป้ายแดง” จอดโก้ๆอยู่ในบ้านพักด้วย .. ร้อนถึงเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงว่า ตอนปี 2559 ฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ ก็ไปลงทะเบียน “บัตรคนจน” ตามสิทธิ์ .. เพิ่งมาลืมตาอ้าปากได้ หลังตกร่องปล้องชิ้นกับ “สามี” ที่มีอาชีพขับรถส่งน้ำแข็ง แล้วต่อยอดเป็นโรงน้ำแข็ง ที่ จ.เชียงราย นี่เอง .. ส่วนสร้อยทองเจ้าปัญหาก็แค่ 2 สลึง เก็บสตางค์ซื้อได้ไม่นานนี้ กำไลที่เห็นสีทองๆ ก็ของขลังราคา 200 บาทเช่ามาวัด ส่วนรถกะบะคันโก้ก็ดาวน์ 0% มาไว้ต่อยอดกิจการ .. พร้อมถามสังคมโซเชี่ยลที่ด่าแบบไม่ลืมหูลืมตาว่า “คนจนไม่มีสิทธิ์รวยเหรอ” .. มันไม่จบง่าย ตรงที่เรื่องไปเข้าหู “ซานต้าตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ห่วงหนักหนาให้คนที่ได้เงิน 500 ใช้สอยอย่างประหยัด .. ส่วนคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ “ไม่จนจริง” ทาง “นายกฯตู่” ก็ส่งซิกไปให้ ตรวจสอบดู ถ้าตรวจสอบแล้วว่าไม่ควรได้สิทธิ์ ก็ถอนบัตรซะ .. เขี่ยลุกมาถึง “ผู้ดูแลโปรเจคต์” อย่าง “กระทรวงการคลัง” ที่ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังสั่งการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ลงไปตรวจสอบ .. หากพบว่าขาดคุณสมบัติหญิงรายดังกล่าวอาจถูกตัดสิทธิ์ แล้วเป็นหน้าที่ “กรมบัญชีกลาง” เรียกเงิน 500 บาทคืน รวมทั้งสิทธิอื่นๆที่ได้รับไปด้วย.

ช.ชฎา

+++++++++
รูปประกอบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
วิษณุ เครืองาม
ธาริต เพ็งดิษฐ์
สุเทพ เทือกสุบรรณ
ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง
ธนวรรณ พานแพน
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์


กำลังโหลดความคิดเห็น...