xs
xsm
sm
md
lg

"ธาริต"หนีคุกชิงสารภาพ ขอขมา"เทือก"ซัดโกงโรงพัก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360-"ธาริต"กลัวติดคุก มอบทนายอ่านแถลงการณ์ขอขมา “สุเทพ” เคยซัดเอี่ยวทุจริตสร้างโรงพักฉาวจนถูกฟ้องหมิ่นประมาท ก่อนศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา 14 ธ.ค.นี้ แม้ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ยกฟ้องไปแล้ว แต่ได้ยื่นคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพ พร้อมขอให้ศาลลงโทษสถานเบา เผยให้ "คณิต ณ นคร" เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย เผยลุงกำนันให้อภัยแล้ว โอดหลังปฏิวัติเจอแต่เรื่องไม่เป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (10 ธ.ค.) ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค นายธนากร แวกวารี ทนายความของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยนางจริณทิพย์ เกษรกุหลาบ เลขานุการนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ร่วมแถลงกันข่าวความคืบหน้าคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรี ฟ้องนายธาริต ฐานหมิ่นประมาท กรณีนายธาริตแถลงข่าวการดำเนินคดีต่อนายสุเทพฐานเกี่ยวข้องกับการทุจริตก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ

นายธนากรกล่าวว่า เนื่องจากธาริตติดภารกิจจึงมอบหมายให้ตนมาอ่านคำแถลงของนายธาริตแทน ตามเอกสารแถลงข่าวมีรายละเอียดคำแถลงของนายธาริตว่า “กระผม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ขอแถลงข่าวต่อสาธารณชนผ่านสื่อมวลชนว่า เมื่อครั้งผมดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ผมได้เคยแถลงข่าวและตอบคำถามสื่อมวลชน เมื่อระหว่างเดือนก.พ.-มี.ค.2556 เกี่ยวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกเลิกและรวมสัญญาก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ เป็นสัญญาเดียว อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาและยังได้แถลงข้อความอื่นๆ อีก การแถลงข่าวของผมดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายสุเทพเป็นอย่างมาก ท่านจึงได้ยื่นฟ้องผม ฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลอาญา เป็นคดีดาที่ อ.495/2556 คดีแดงที่ อ.1166/2558 ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ขออนุญาตฎีกาและได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา

บัดนี้ หลังจากได้พ้นตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ผมได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆ จึงพบว่าการแถลงข่าวของผมดังกล่าวเป็นการกระทำต่อนายสุเทพโดยไม่บังควร เป็นการจาบจ้วงและละลาบละล้วงต่อท่าน ทั้งที่ท่านเคยเป็นผู้บังคับบัญชาและมีพระคุณอย่างมากต่อผม คำแถลงของผมมีลักษณะกล่าวหาและให้ร้ายต่อนายสุเทพ ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วการออกคำสั่งของนายสุเทพดังกล่าว เป็นการกระทำตามข้อเสนอของ ผบ.ตร.ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ โดยมีเหตุผลและที่มาที่ไปตามความเหมาะสมและจำเป็น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีดังกล่าว นายสุเทพยังไม่เคยถูกฟ้องและมีคำพิพากษาใดๆ ตัดสินว่าท่านได้กระทำผิดเลย รวมถึงกรรมการ ป.ป.ช.ก็ไม่ได้ชี้มูลว่าท่านกระทำผิดใดๆ

ผมจึงขอถือโอกาสนี้ แสดงความสำนึกผิดและขอกราบขอขมาลาโทษต่อนายสุเทพ โดยแถลงให้สาธารณชนทราบเป็นการทั่วไป และขอกราบขอบพระคุณนายสุเทพที่จะได้เมตตายกโทษในคดีดังกล่าวต่อผม ตามที่นายสุเทพจะเห็นสมควรด้วย จึงขอแถลงมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์นายธาริตยังระบุอีกว่า ในการเจรจาประนีประนอมยอมความ ได้รับความกรุณาจากนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ช่วยรับเป็นคนกลางในการเจรจาให้ ผลการเจรจานายคณิตเล่าให้ฟังว่านายสุเทพบอกว่าไม่ติดใจเอาความ โดยให้ผมทำหนังสือแสดงความสำนึกผิดและขอขมาลาโทษส่งไป ซึ่งนายคณิตเล่าว่า นายสุเทพพอใจแล้วยินดียกโทษให้ และมอบให้ฝ่ายทนายความดำเนินการต่อ แต่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะมีความเห็นแตกต่าง คือ เห็นด้วยให้ถอนฟ้อง และไม่เห็นด้วยให้ถอนฟ้อง จึงยังไม่ยุติ นายคณิตจึงขอให้พิจารณาอีกครั้ง เพราะคดีนี้ยอมความกันได้

อย่างไรก็ตาม นายธาริตระบุอีกว่า แม้การเจรจามีแนวโน้มดี แต่ไม่มีเวลาเหลือแล้ว ศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาวันที่ 14 ธ.ค.นี้ จึงได้ตัดสินใจยื่นขอให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง เพื่อให้สอดคล้องกับหนังสือสำนึกผิดและขอขมาลาโทษต่อนายสุเทพ และยังยื่นขอความเมตตาต่อศาลขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปอีก 60 วัน เพื่อการเจรจาจะได้แล้วเสร็จ แต่หากไม่อนุญาต ก็ขอความกรุณาลงโทษสถานเบาโดยรอการลงอาญา และกล่าวยอมรับว่า ต้องลุ้นสุดๆ แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องผมแล้วก็ตาม แต่ศาลฎีกาก็อาจพิพากษากลับลงโทษผมได้ และผมอาจต้องสูญเสียอิสรภาพโดยถูกติดคุก นับเป็นวิกฤตของชีวิตช่วงหนึ่ง ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ติดตามวิถีชีวิตของผม หลังการปฏิวัติที่มีแต่สิ่งเลวร้ายต่อเนื่องตลอดมา ล้วนแต่เป็นเรื่องไม่เป็นธรรมกับผมทั้งสิ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...