xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“เพื่อไทย”ฟาดปากแย่งลงส.ส. “รุ่นเล็ก”ข้ามหัว“รุ่นเก่า”ที่“ทษช.”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ตามคิวที่กรรมการยังไม่ทันเป่านกหวีดให้ฟาดฟัน ก็จัดการฟาดปาก “แย่งชามข้าว”กัน หลังเกลี่ยตัวกันไม่ลงล็อก ในสนามเลือกตั้ง จ.ขอนแก่น

“นวัธ เตาะเจริญสุข”อดีต ส.ส.เจ้าของที่เดิม ฟิวส์ขาด หลังมีชนักปักหลัง ลงแข่งขันไม่ได้ ไม่สบอารมณ์คนใหม่ที่มาแทนที่ ปรี่เข้าไป“สกายคิก”ธนิก มาศรีพิทักษ์ อดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แล้วกระโชกโฮกฮาก พลางข่มขู่ ขนาด“เสี่ยอ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย ยังเอาไม่อยู่ ต้องให้คู่กรณีเผ่นไปก่อน

โดยอารมณ์มันสะท้อนให้เห็นปัญหาภายใน แม้จะให้พวกปาร์ตี้ลิสต์ ไปสิงสถิตอยู่พรรคลูก เพื่อกวาดต้อนปริมาณ ส.ส.บางส่วนแล้วก็ตาม

ในแบบเขต ก็ไม่ได้จัดทัพกันง่ายๆ เพราะต่อให้ไป “ไทยรักษาชาติ”เยอะ แต่ที่เหลือในพรรค ก็ยังไม่พอกับปริมาณเขตที่มีอยู่แค่ 350 เขต

ไหนจะมาเจอพิษลดจำนวนเขต ทำให้ผู้เล่นมากกว่าสนาม สำทับด้วยอภินิหาร “แบ่งเขต”จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ฝั่ง “พลังประชารัฐ”ยิ้มกว้าง

“เจ๊หน่อย”คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ฝันเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งเองก็ยอมรับ ยังมีกรณีจ้องจะฟัดกันเองอีกเป็น 10 เขต มันเกลี่ยกันไม่ค่อยจะลง เพราะใครก็อยากจะส่งตัวเอง หรือเครือข่ายเข้าชิงชัย ต่างฝ่ายต่างมั่นใจ พลังภายในตัวเองในพื้นที่มีเยอะกว่า วิ่งกันตาตั้ง จนหยดสุดท้าย 
        
ถ้าดีๆไม่ได้ ก็ต้องใช้ความรุนแรง

เพราะการพลาดลงสมัคร ส.ส. หนนี้ เท่ากับหมดช่องทางทำมาหากิน หลังต้องดิ้นทุรนทุรายกันมาร่วม 5 ปี จะย้ายหนีหาโอกาสลงในสังกัดอื่น ก็ไม่ได้ เพราะสายไปเสียแล้ว หลังเดดไลน์ คุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. 90 วัน ผ่านพ้นไป ตั้งแต่ 26 พฤศจิกายน

อย่าว่าแต่ “เจ๊”จะปวดหัว “นายใหญ่”ที่เลียบค่ายอยู่แถวๆ รอบรั้วประเทศ ยังเจ็บกบาล ในอาการที่สารพัดปัญหาถาโถม กติกาก็ยาก ขนาดจัดทัพยังอีนุงตุงนัง

การแบ่งเขตที่ออกมาหลังเดดไลน์ 90 วัน นี่แหละตัวการหนึ่ง

เพราะทำให้ต้องรีบจัดคนนั้น คนนี้ ไปสังกัดพรรค เพื่อไม่ให้คุณสมบัติขาด เหมือนตาบอดคลำช้าง รีบวางตัวทั้งที่ยังไม่เห็นสนามแข่ง

พอประกาศแบ่งเขต กกต. ออกมา ยิ่งเครียดหนัก เพราะนอกจาก “พลังประชารัฐ”จะได้เปรียบ ผู้สมัครที่เก็งๆ จะให้ลงเขตนั้น เขตนี้ ของ “เพื่อไทย”คลาดเคลื่อนกันไปหมด

แต่ดูแล้วคงจบ ตกผลึกกันได้ ซึ่งแน่นอนต้องมีสักสายต้องอกหัก พรรคไม่เลือกให้แข่ง แต่พวกนี้ต้องคอยจับตาเอาไว้ให้ดี เมื่อไม่สุขสมฤดี อาจมีแปรผัน หันไปเป็น “ไส้ศึก”อยู่กับ“ขั้วศัตรู”

“พรรคยานแม่”ว่าแย่ในการจัดทัพรับศึกสนาม “เขต” พรรคลูกอย่าง “ไทยรักษาชาติ”ก็เฉกเช่นกัน เจอกันคนละปัญหา เพราะบรรดาตัวจริง ต้องไปแอบอิงอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ แล้วส่งคนลงไป "ปราชัย" เพื่อเก็บคะแนนตกน้ำ 
       
  ใครก็ไม่อยากเป็นนอมินีให้ เพราะรู้ว่าถูกส่งไปแพ้ เป็นได้แค่เสลี่ยงหามให้พวกแกนนำเหยียบขึ้นไปมีอำนาจ ไม่ต่างกับไม้ประดับ ถูกจับวางในหน้าที่ ที่ไร้ราคา

ไหนจะปัญหา “ขบเหลี่ยม”กันเองระหว่าง “รุ่นเล็ก”กับ “รุ่นใหญ่”ที่ชักจะไม่เวิร์ก ในการทำงานร่วม อย่างที่รู้กันภายในพรรค มันมีทั้งสาย “เจ๊” สาย“เฮีย”พวกที่มีบทบาท ได้อำนาจบาตรใหญ่ในตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค

ส่วนมากมักมาจาก “สายเจ๊”โดยเฉพาะ 2 เบ๊ ของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”อย่าง “ว.”และ “ส.”ที่ขยับไซส์ ทำตัวใหญ่ จัดแจงทุกโปรแกรมใน“ไทยรักษาชาติ”

ไม่เว้นแม้แต่ทนายหน้าหอ “พิชิต ชื่นบาน”ถุงขนมในตำนาน ที่ตอนอยู่กับ“เพื่อไทย”แทบไม่มีใครให้ราคา นอกจากหน้าที่ทางกฎหมาย แต่ที่ “ไทยรักษาชาติ”ใหญ่ระดับ “ผู้จัดการพรรค”

ลือกันหนักมาก ที่ทำการพรรคที่คับแคบ แต่ห้องทำงาน “พิชิต”นอกจากมีส่วนตัว ยังซอยย่อยเป็นห้องวอร์รูมขนาดเล็กได้อีก

ขณะที่ผู้หลักผู้ใหญ่ แกนนำจากสายเพื่อไทยที่หนีตายมาตามยุทธศาสตร์กวาดคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ แทบจะไม่ได้รับเครดิตจากรุ่นลูก รุ่นหลาน อย่าว่าแต่ห้องทำงาน เก้าอี้สักตัวยังแทบจะแย่งกันนั่ง

หนักถึงขั้น ฉีกป้าย ชี้หน้าด่า ตามกระแสข่าวที่ออกมาว่า บรรดา “สายเจ๊”ลงทุนเขียนป้ายชื่อติดเก้าอี้ ว่าที่นี้เป็นของใคร ร้ายไปกว่านั้น คนใดไม่มีชื่อ หมดสิทธิ์เข้าร่วมประชุม

“สุธรรม แสงประทุม”มวยรุ่นใหญ่ สายก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ยังโดนข้ามหัว อดรนทนไม่ได้ พรวดเข้าไปห้องประชุม แต่ไม่มีที่นั่ง คว้าป้ายชื่อฉีกทิ้ง พลางชี้หน้าด่า ที่นี่ไม่ใช่ป่าสงวน จะมาหวงห้ามอะไร !

สวดใส่พวกฟันน้ำนม อบรมกันยับ แล้วไม่ใช่แค่นั้น “เดอะอ๋อย”จาตุรนต์ ฉายแสง ที่ “นายใหญ่”ให้มาเป็นแกนหลัก ในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง ก็โดนเด็กรุ่นหลังทำเสียรังวัด ต้องผิดนัดกับนักข่าว ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติเบี้ยวแถลง 
      
   “เดอะป๋อม”ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หลายครั้งหลายครา ก็พยายามเบ่งบารมีรัศมี โดยเฉพาะเวลาที่ยืนคู่“เดอะอ๋อย”เหมือนไม่อยากให้ด้อยกว่า ในฐานะ“หัวหน้าพรรค”

ตามจังหวะที่“รุ่นเล็ก”ก็อยากจะโชว์ของ ในฐานะที่ต้องถูกแบ่งให้มาเล่นบทคนรุ่นใหม่ แต่ “รุ่นใหญ่”ในฐานะเก๋าเกมกว่า ย่อมไม่อยากให้มาข้ามหัวกัน

เหล่านี้ยังเป็นแค่เศษเสี้ยวที่เกิดขึ้นระหว่างจัดทัพ“แยกกันตี” ยังมีปัญหาเรื่องการหาเสียง ที่ยังไม่รู้จะวางเกมกันอย่างไร จะอธิบายให้ประชาชนรู้อย่างไรว่า เขตไหนควรเลือกพรรคแม่ หรือพรรคลูกมากกว่ากัน ซึ่งที่เก็บ “เพื่อธรรม”เข้าลิ้นชักไปก่อน ก็เพราะต้องการลดปริมาณความซับซ้อนนี่แหละ เรื่องหนึ่ง

มันไม่ใช่จะส่งไปกันสุ่มสี่สุ่มห้า อย่าลืมว่า มันมี “ตาอยู่”อย่างคู่แข่งที่พร้อมเสียบ เพราะได้เปรียบที่ “เพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ” ไปหารคะแนนกัน

ไหนจะมีพรรคที่สถาปนาตัวเป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย”ไม่เอาเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็น“เสรีรวมไทย”,"อนาคตใหม่" ไปถึง “ประชาชาติ” ที่ถือเป็นฐานคะแนน ที่เป็นกลุ่มคนเดียวกัน

ต้องมาห้ำหั่น หารคะแนนกันไปคนละเล็ก ละน้อย ขณะที่ “ฝ่ายเผด็จการ”อย่างพรรคพลังประชารัฐ แทบไม่ต้องไปแบ่งคะแนนกับใคร นอกจากสู้กับเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ในบางเขต
        
ที่บอกสะเด็ดน้ำแล้ว จะได้ถึง 200 กว่าที่นั่ง ขนาดจัดทัพยังยาก เรื่องกวาด ส.ส. ให้ได้ทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์ หัวหกก้นขวิดกันยิ่งกว่านี้



กำลังโหลดความคิดเห็น...