xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ขอเวลาอีกไม่นาน กม.การมีส่วนร่วมของปชช. “ในกระบวนการนโยบายสาธารณะ”ฉบับคสช.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ผ่านแล้วสำหรับ “ร่างพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ศ. .... “ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)เสนอ หลังจากคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติหลักการ ขั้นตอนต่อไปสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะตรวจพิจารณาอีกครั้ง

ขั้นตอนนี้ “สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี”จะจัดทำแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรอง ที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว

สปน. ไม่จำเป็นต้องซักซ้อมทำความเข้าใจกับหน่วยงานอื่นๆ ตามมติครม. แต่ได้รับไฟเขียวให้เร่งรัดดำเนินการจัดตั้ง “สำนักงานคณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ”ทันที

ดำเนินการร่วมกับ คณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวง และก.พ.ร. เพื่อแจ้งผลการดำเนินการดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการตรวจพิจารณา ร่าง พระราชบัญญัติดังกล่าว ก่อนส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณา และ เสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ร่างพระราชบัญญัติ ที่ครม.รับหลักการคร่าวๆ ประกอบด้วย กรณีที่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องใดแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายเฉพาะนั้น เว้นแต่กฎหมายนั้น กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินการด้วยมาตรฐานที่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

ให้หน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมฯในขั้นตอนต่างๆ เผยแพร่ข้อมูลนโยบายสาธารณะให้ประชนทราบ และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในกรณีที่นโยบายสาธารณะมีผลกระทบอย่างรุนแรง
       
  กำหนดให้ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น หรือกำหนดมาตรการป้องกันความเสียหายจากนโยบายสาธารณะตามคำร้องขอของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย โดยคณะกรรมการอาจส่งผลการพิจารณาไปยังหน่วยงานเพื่อให้ดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสียไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาดังกล่าว ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสีย นำเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป

ให้มี “คณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ”ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะเป็นกรรมการและเลขานุการ

โดยมีอำนาจหน้าที่ เช่น พิจารณาวินิจฉัยคำร้อง กำกับดูแล ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน กำหนดขอบเขต ประเภท ชนิด และลักษณะของนโยบายสาธารณะ ที่อยู่ภายใต้บังคับของร่างพระราชบัญญัติ และเสนอแนะหน่วยงานของรัฐในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นต้น
        
ให้มี“สำนักงานคณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ”อยู่ในสังกัด สปน. มีหน้าที่ เช่น รับผิดชอบงานด้านธุรการของคณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ส่งเสริมหน่วยงานของรัฐในการให้ความรู้ประชาชนในการมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ และรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายสาธารณะ เป็นต้น

ให้อำนาจคณะกรรมการฯ โดยจะมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำการใดๆ เพื่อมิให้มีการดำเนินการ หรือทำให้การดำเนินการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะไม่เป็นไปตามร่างพระราชบัญญัตินี้

อาศัยกระบวนการนโยบายสาธารณะบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ “โครงการของรัฐ”ที่เริ่มดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และได้เริ่มดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

ย้อนกลับไป กฎหมายฉบับนี้ เคยผ่านการพิจารณาจาก อดีตคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามกฎหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ อดีตคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย อดีตสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เสนอมายังรัฐบาล คสช.

โดยร่างกฎมายฉบับนี้ มี สปน.เป็นเจ้าภาพ รับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา 77 มาตั้งแต่ปี 2560

ภาพรวม ตามหลักการของกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ประชาชนได้เข้าถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญได้อย่างทั่วถึง และให้หน่วยงานของรัฐส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประขาขนในการกำหนดกระบวนการนโยบายสาธารณะ

รับรองให้บุคคลมีสิทธิที่จะได้ข้อมูล คำขี้แจงและเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการ ดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อตนหรือชุมซนท้องถิ่นและมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนต่อหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ,ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น

และ ส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดัดสินใจทางการเมือง และการมีส่วนร่วมในการจัดบริการสาธารณะ กฎหมายฉบับนี้ มีทั้งหมด 34 มาตรา แบ่งออกเป็น 4 หมวด และ บทเฉพาะกาล มีประเด็น และสาระสำคัญนอกจากชื่อกฎหมาย (ม.1) “ร่าง พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ศ...”ระบุถึงวันที่มีผลบังคับใช้ (ม.2) เมื่อพ้น 190 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 3 กำหนด บทนิยาม ให้ “นโยบายสาธารณะ”เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การพัฒนา จังหวัด/กลุ่มจังหวัด การพัฒนาท้องถิ่น การผังเมือง และชุมชุนเมืองฯลฯ
     
    “กระบวนการนโยบายสาธารณะ”ตั้งแต่การริเริ่ม ให้/รับข้อมูล รับฟังความคิดเห็นร่วมดำเนินการ/ติดตามประเมินผล/ตรวจสอบ พิจารณา แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก หน่วยของรัฐ ทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ ผู้มีส่วนได้เสีย / ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง"การมีส่วนร่วมของประชาชน" : หน่วยงานของรัฐ เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ

กำหนด“ฉันทามติ”ผลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสีย กำหนดคณะกรรมการ / กรรมการ / คณะกรรมการสรรหา ขณะที่ผู้รักษาการตาม กฎหมาย (ม.4) ได้แก่ นายกรัฐมนตรี

ขณะที่หลักเกณฑ์ การบังคับใช้ กฎหมาย (ม.5) ตราไว้ว่า ในกรณีที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว หากกฎหมายดังกล่าวมีหลักเกณฑ์ที่มีมาตรฐานในด้านการมีส่วนร่วมฯ สูงกว่าร่างกฎหมาย ฉบับนี้ก็ให้บังคับตามกฎหมายเฉพาะนั้นๆ แต่ถ้ามีมาตรฐานการมีส่วนร่วมฯ น้อยกว่าก็ให้บังคับตามร่างกฎหมายฉบับนี้

มาตรา 6 หมวด 1 สิทธิและการมีส่วนร่วมของประชาขน “กำหนดสิทธิและการมีส่วนร่วมของประซาซน ผู้มีส่วนได้เสีย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง”(ได้-รับข้อมูล/ข้อเท็จจริง ยื่นคำร้องให้รัฐจัดให้มีส่วนร่วม /ดำเนินการตามมาตรการป้องกันหรือแก้ไขเยียวยา / พิจารณา แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก ฟ้องศาลปกครองกรณีไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ฯลฯ)

ในกระบวนการสาธารณะ (ม.6-18)”กำหนดหน้าที่ กระบวนการและขั้นตอนหน่วยงานของรัฐในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ”(เช่นรับฟังความคิดเห็น ประกาศ การตัดสินใจ จัดทำ/เผยแพร่รายงานความก้าวหน้า/สรุปผลฯ ปีละ 1 ครั้ง ฯลฯ)

มาตรา 7 หมวด 2 ตราให้มี คณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ (ม.19-27) ให้มีจำนวน 18 คน (ไม่รวมเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ) ประกอบไปด้วย ประธาน : นายกรัฐมนตรี (นรม.) หรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ นรม. มอบหมาย

คณะกรรมการ : ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (กรรมการโดยตำแหน่ง)

ยังกำหนดให้มี ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 2 คน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของอปท. ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ซึ่ง นรม. แต่งตั้งจากผู้ได้รับการสรรหาจากนักวิชาการ ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านการมีส่วนร่วมของประชาขน ให้มีผู้แทนองค์กรชุมชนและผู้แทนภาคประชาชน จำนวน 5 คน ซึ่ง นรม. แต่งตั้งจากผู้ได้รับสรรหาจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านการมีส่วนร่วมชองประชาชน มีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการ ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกกระบวนการนโยบายสาธารณะ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ไม่เกิน 2 คน
     
    คณะกรรมการ ทั้ง 18 คน มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ เช่น กำกับดูแล ส่งเสริม/สนับสนุน วินิจฉัยมาตรฐานการมีส่วนร่วมฯ กำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วิธีการสรรหากรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง (ผู้แทน อปท. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนองค์กรชุมชน และผู้แทนภาคประซาชน ไม่เกิน 5 ปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ ทั้งนี้ จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้)

มาตรา 8 หมวด 3 ว่าด้วยการสนับสนุนการมี ส่วนร่วมของ ประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ (ม.28-29) ตราให้มีการจัดตั้ง “สำนักงานคณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ”สังกัดสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ยังกำหนดอำนาจหน้าที่ของ สนง.คณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการนโยบายสาธารณะ เช่น ส่งเสริม/สนับสนุนการมีส่วนร่วมชองประชาชนฯ เพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐ ศึกษา ค้นคว้า วิจัย

มาตรา 8 หมวด 4 ว่าด้วย“บทกำหนดโทษ”(ม. 30-32) กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้กระทำการใดๆ เพื่อไม่ให้มีการดำเนินการหรือทำให้การดำเนินการมีส่วนร่วมฯ ไม่อาจดำเนินการได้ตามร่างกฎหมายฉบับนี้

กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้อาศัยกระการมีส่วนร่วมฯ ตามร่างกฎหมายฉบับนี้ไปบิดเบือนเพื่อประโยชน์ในทางมิชอบ

กำหนดโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการฯ (ไม่มาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หรือส่งเอกสาร หลักฐานใดๆ รวมทั้ง ไม่ให้ตรวจดูเอกสารหลักฐานที่อยู่ในความครอบครอง ณ ที่ทำการหรือในหน่วยงาน หรือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่)
        
ท้ายสุด มาตรา 9 บทเฉพาะกาล (ม.33-35) กำหนดให้ประธานกรรมการ และกรรมการโดยตำแหน่งเป็นคณะกรรมการ และดำเนินการ คัดเลือกกรรมการ (ผู้แทน อปท.) และกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการสรรหากรรมการ (ผู้ทรงคุณวุฒิ /ผู้แทนองค์กรชุมชนและผู้แทนภาคประชาชน) ภายใน 90 วัน นับแต่ร่างกฎหมายนี้ใช้บังคับ ให้นำข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือ สั่งที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
      
    กฎหมายนี้ มีการรวบรวมความคิดเห็น จากภาคประชาสังคม เช่น เครือข่ายพลังงาน สิ่งแวดล้อม ครอบครัว สตรี ผู้บริโภค แรงงาน ฯลฯ

ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้ ใช้เวลา เพียง 2 ปี ก็ใกล้จะคลอดมาบังคับใช้แล้ว




กำลังโหลดความคิดเห็น...