xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์จะรอดสันดอน...หรือเข้าปิ้ง?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
นักวิเคราะห์ต่างเชื่อว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะหายใจไม่ทั่วท้อง นอนไม่หลับ อารมณ์ขุ่นมัว เพราะปัญหาต่างๆ รุมเร้าเข้าหาตัว จนแทบขยับตัวลำบาก ส่วนใหญ่เป็นปัญหาส่วนตัวเกิดเพราะบริวารเป็นพิษ ปัญหาของบ้านเมืองที่ตัวเองก่อ ถือเป็นเรื่องรอง

อย่างที่เคยว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” เป็นเรื่องเชยไปแล้ว ปัจจุบัน ผลประโยชน์ทางธุรกิจของกลุ่มทรัมป์ต้องมาก่อน ดังกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย และกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งพัวพันกับธุรกิจส่วนตัวของทรัมป์ทั้งนั้น

และกำลังทำให้ทรัมป์ปวดหัว เสี่ยงต่อคดีอาญาต่างๆ ดังที่อดีตบริวารหลายคนโดนมาแล้ว ทั้งต้องโทษติดคุกด้วยข้อหาให้การเท็จ โกหกต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมและองค์กรตำรวจเอฟบีไอ เป็นข้อพิสูจน์ว่าคนแวดล้อมทรัมป์เป็นนักโกหกทั้งนั้น

เป็นการโกหกเพื่อช่วยเหลือทรัมป์ ให้ตัวเองรอดคดี หรือทั้ง 2 อย่าง แต่ไปไม่รอด ผลสุดท้ายต้องยอมรับสารภาพแลกกับการต่อรองเพื่อให้รับโทษน้อยลง และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งผู้สอบสวนคดีพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ ก็ยอม เพื่อให้ได้หลักฐานผูกมัดตัวทรัมป์

อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ไมเคิล ฟลินน์ นายพลโทนอกราชการมีประวัติการทหารดี ยอมรับว่าได้ให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ภายหลังขอกลับลำ ให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อคณะผู้สอบสวนเพื่อแลกกับการลงโทษเบากว่าที่ควรจะได้รับ

ศาลกำหนดจะลงโทษ ไมเคิล ฟลินน์ วันที่ 18 เดือนนี้ น่าจะติดคุก 3 เดือน และมุลเลอร์ไม่เรียกร้องให้ศาลลงโทษฟลินน์ หนักกว่าที่คาดว่าจะได้รับ เพราะให้การเป็นประโยชน์ ทำให้ทรัมป์ด่ากราดว่าฟลินน์ “ปอดแหก ตาขาว” ยอมให้การปรักปรำตัวเอง

ขณะเดียวกันก็ชมอดีตลูกน้องอีกราย ซึ่งยังหยัดยืนเป็นผู้กล้า ไม่ยอมเปิดปากให้การต่อเจ้าหน้าที่ถึงบทบาทของทรัมป์ในการเกี่ยวโยงกับเรื่องที่กำลังถูกสวบสวน ซึ่งเรื่องใหญ่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างอดีตทีมของทรัมป์ในการติดต่อกับกลุ่มชาวรัสเซีย

ช่วงก่อนการหาเสียงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี กลุ่มทรัมป์ นำโดยคนในครอบครัว ทั้งลูกชาย ดอน ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกเขย จาเร็ด คุชเนอร์ ถูกกล่าวหาว่าติดต่อธุรกรรมการเงินกับชาวรัสเซีย และเชื่อมโยงกับข้อมูลที่จะถูกฉกเพื่อช่วยเหลือทรัมป์ในการเลือกตั้ง

ข้อมูลต่างๆ ที่เชื่อกันว่าได้สร้างความเสียหายต่อฮิลลารี คลินตัน ทำให้เธอพ่ายต่อทรัมป์ ทั้งๆ ที่เป็นตัวเต็งมาโดยตลอด ดังนั้นในคดีความสัมพันธ์กับรัสเซีย มีทั้งประเด็นธุรกิจ การเงิน การลักลอกฉกข้อมูลด้านลบ และการปล่อยข้อมูลลวงต่างๆ

ล่าสุด มีประเด็นว่าทรัมป์ได้เสนอชั้นเพนต์เฮาส์ของทรัมป์ ทาวเวอร์ มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ในกรุงมอสโกให้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แต่ยังไม่มีหลักฐานปรากฏมัดตัวทรัมป์ รวมความแล้วความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียทำให้เกิดปัญหา

เมื่อทรัมป์ได้ตำแหน่งผู้นำทำเนียบขาว ผิดคาด ทำให้ต้องติดต่อเจรจาด้านความสัมพันธ์ระดับประเทศกับรัสเซีย และทรัมป์ถูกสงสัยว่ามีท่าที “อ่อนข้อ” เอื้ออวยต่อรัสเซียเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวและของกลุ่มธุรกิจทรัมป์ ซึ่งทำให้อะไรติดขัดไปหมด

ความอึดอัดในเรื่องต่างๆ เกี่ยวโยงกับรัสเซีย ทำให้ทรัมป์ยกเลิกที่จะประชุมสุดยอดกับวลาดิมีร์ ปูติน ในช่วงการประชุม G-20 ที่อาร์เจนตินา โดยทำให้ถูกมองว่าเป็นความไม่พอใจที่รัสเซียได้ปฏิบัติการยึดเรือปืน เรือจูงของยูเครน เกิดวิกฤตระหว่างกัน

ใช้เรื่องวิกฤตกับยูเครนเพื่อไม่ต้องมีปัญหาความไม่สบายใจเรื่องคดีที่อดีตบริวารโดนเล่นงานอยู่ ตอกย้ำให้เห็นว่าเรื่องของประเทศและเรื่องส่วนตัวพัวพันกันแยกไม่ออก

ทรัมป์เสียความน่าเชื่อถือ เป็นประเด็นทำให้สื่อและนักวิเคราะห์อเมริกันมองว่าจากนี้ไปจะโดนหนักข้อกว่าเก่า ถ้ามุลเลอร์เปิดโปงหลักฐานที่ผ่านมา น่าจะทำให้ลำบากได้ และยังมีข้อมูลเพื่อใช้ในการสืบสานต่อคดีค้างคาอยู่อีก ทำให้น่าหนักใจไม่น้อย

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าทรัมป์เสนอจะอภัยโทษให้อดีตบริวารที่ต้องคดีอาญา เพื่อแลกกับการปิดปาก ไม่ให้การเชื่อมโยงปรักปรำทรัมป์ แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่มีคนส่วนหนึ่งไม่เชื่อเพราะทรัมป์เป็นนักต่อรอง อะไรที่จะได้ประโยชน์ และตัวเองรอด ต้องพยายามทำ

ปัญหาทั้งหมดเกี่ยวกับบริวารเป็นพิษ เพราะทรัมป์ใช้งานให้ทำอะไรนอกลู่นอกทาง ไม่แยกแยะว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องส่วนรวม เมื่อผิดพลาด ต้องเปลี่ยนตัวจนถูกมองว่าทรัมป์ใช้บริวารเปลือง เพราะโกหก และทรัมป์ก็ถูกเยาะว่าเป็นนักโกหกตัวฉกาจ

คนอเมริกันและผู้นำชาติอื่นๆ เฝ้าดูว่าทรัมป์จะดิ้นรน อยู่รอดไปได้นานแค่ไหน เมื่อมุลเลอร์เริ่มเอาบ่วงรัดคอแน่นขึ้น ขณะที่นักการเมืองรีพับลิกันหลายคนเริ่มถอดใจ ถ้ายังทนหนุนอยู่โดยอ้างความเป็นฝ่ายเดียวกัน ชาติจะเสียหาย ตัวเองก็เสียชื่อด้วย

อีกเรื่องคือความสัมพันธ์ด้านธุรกิจกับกลุ่มตระกูลซาอุด ผู้กุมอำนาจในซาอุฯ ทำให้ทรัมป์ไม่กล้าหัก หรือใช้มาตรการอะไรที่รุนแรงกับมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ซึ่งมีหลักฐานว่าได้สั่งการสังหารนายจามาล คาช็อกจิ เป็นข่าวฉาวทั่วโลก

ทรัมป์และรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ ออกอาการยึกยัก เล่นลีลา เล่นลิ้นจนถูกมองว่าห่วงธุรกิจส่วนตัวกับซาอุฯ มากกว่าผลประโยชน์ ภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือของประเทศ ทำให้ ส.ว.ตัวเป้งทนไม่ได้ เป็นฟืนเป็นไฟ ตีตัวออกห่างจากทรัมป์

โดยเฉพาะ ส.ว.รีพับลิกัน ลินด์ซีย์ แกรห์ม ประกาศว่าท่าทีต่างๆ ของทรัมป์ต่อเรื่องฉาวและตัวมกุฎราชกุมาร ทำให้ตัวเอง “ยัวะจัด” ส่งผลกระทบต่อเสียงหนุนในวุฒิสภา และจะทำให้ทรัมป์มีปัญหาในการผลักดันเรื่องต่างๆ ในกฎหมายสำคัญ

ขณะที่พรรคเดโมแครต ซึ่งได้เสียงข้างมากในสภาคองเกรส จ้องเล่นงานทรัมป์! แต่ทรัมป์ก็ไม่ธรรมดา รอดมาได้นานขนาดนี้ ทั้งๆ ที่มีเรื่องฉาว ต้องถือว่ามือระดับเซียน


กำลังโหลดความคิดเห็น...