xs
xsm
sm
md
lg

พรรคใหม่คนเก่า : คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง


จากนี้ไปอีก 3 เดือนโดยประมาณ จะถึงวันเลือกตั้ง ส.ส.ตามที่กำหนดไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ถ้าไม่มีการเลื่อนหรือยกเลิกโดยไม่มีกำหนด แต่จนถึงวันนี้ การแบ่งเขตเลือกตั้งก็ยังไม่ประกาศออกมา และมีแนวโน้มว่าจะไม่ทันตามที่กำหนดไว้ และนี่เองคือเหตุผลที่ คสช.ประกาศให้ กกต.ยืดเวลาในการแบ่งเขตออกไปได้

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการคาดการณ์กันว่า การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ตามที่กำหนดไว้แต่เดิม อาจไม่เกิดขึ้น และถ้าไม่เกิดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ จะเกิดขึ้นในเดือนไหน และระหว่างที่รอความชัดเจนนี้ อาจมีความวุ่นวายทางการเมืองเกิดขึ้น และเป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และส่งผลให้ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปโดยไม่มีกำหนดเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยโดยอาศัยการคาดการณ์ในเชิงตรรกะดังต่อไปนี้

1. มีการตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาหลายพรรค และพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่ส่วนหนึ่งแยกย่อยออกมาจากพรรคเดิม โดยมีบุคลากรทางการเมืองจากพรรคเดิมส่วนหนึ่งมาสังกัดพรรคใหม่

ดังนั้น โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับพื้นที่เลือกตั้งทับซ้อนระหว่างคนเก่าที่ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ กับคนใหม่จากพรรคเดิมเป็นไปได้สูง เว้นไว้แต่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงสมัครเป็นตัวสำรอง เพื่อตีกันคู่แข่งจากกลุ่มการเมืองตรงกันข้าม

2. ในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีหลายพรรคและแต่ละพรรคมุ่งจะเป็นรัฐบาล ดังนั้น ถ้าไม่มีพรรคใดซึ่งเป็นแกนนำของกลุ่มได้เสียงไม่มากพอ และต้องอาศัยเสียงจากพรรคอื่นรวมด้วย ก็จะเผชิญกับการต่อรองจนกลายเป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล และเกิดความวุ่นวายได้

จากเหตุปัจจัย 2 ประการข้างต้น ทำให้คาดการณ์ได้ว่าทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งจะเกิดความขัดแย้งทางการเมือง จนทำให้กลายเป็นความวุ่นวายขึ้นได้ และถ้าเป็นเช่นนี้ โอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเลื่อนการเลือกตั้งออกไปโดยไม่มีกำหนดเกิดขึ้นได้

อะไรคือสาเหตุแห่งความขัดแย้ง และจะแก้ไขความขัดแย้งได้อย่างไร?

ถ้าพิจารณาเหตุปัจจัยทางการเมืองในระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ก็จะพบว่า การเลือกข้างโดยการแบ่งขั้วทางการเมืองออกเป็น 2 ขั้วคือ นิยมระบอบทักษิณ และไม่นิยมระบอบทักษิณ

จากการแบ่งขั้วทางการเมืองดังกล่าวข้างต้น การเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง ระหว่างฝ่ายทักษิณนิยมโดยพรรคเพื่อไทย และพรรคแนวร่วมเป็นตัวแทน และฝ่ายไม่นิยมระบอบทักษิณโดยพรรคการเมืองในระบอบประยุทธ์นิยม อันได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคแนวร่วมเป็นตัวแทน

แต่ถ้าจะคาดการณ์ผลของการเลือกตั้ง โดยอนุมานจากพฤติกรรมของประชาชน โดยเฉพาะในระดับล่างของสังคม และศักยภาพนายทุนทางการเมืองแล้ว ค่อนข้างจะเชื่อได้ว่าฝ่ายทักษิณนิยมจะชนะฝ่ายประยุทธ์นิยม ทั้งนี้ด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. นับจากการทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลในระบอบทักษิณ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมี คสช.เป็นพี่เลี้ยงคอยประคับประคองไม่ได้ทำอะไรเพื่อบ่งบอกให้ประชาชนรู้ว่านโยบายประชานิยม ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากน้อยเพียงใด และอย่างไร และในขณะเดียวกัน ไม่ได้บริหารประเทศให้เกิดผลดีทางด้านเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ประชาชนคนระดับล่างของสังคม โดยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อให้พวกเขามีรายได้เลี้ยงตนเอง ไม่เดือดร้อนจากการมีหนี้สิน แต่กลับทำตรงกันข้าม โดยการนำนโยบายลด แลก แจก แถม ภายใต้ชื่อประชารัฐ ซึ่งมีเนื้อหาและวิธีการดำเนินงานไม่ต่างไปจากประชานิยม จึงเท่ากับยอมรับว่าประชานิยมถูกต้อง

2. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาลในระบอบเผด็จการ มีอำนาจรัฐเบ็ดเสร็จ แต่กลับไม่ใช้ความเด็ดขาดในการแก้ปัญหาสำคัญๆ ของประเทศ เช่น ปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน เป็นต้น จึงทำให้ไม่มีจุดขายทางการเมือง

ด้วยเหตุปัจจัย 2 ประการข้างต้น จึงอนุมานได้ว่า ฝ่ายทักษิณนิยม จะชนะการเลือกตั้งเหนือฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะฝ่ายประยุทธ์นิยม

แต่ถึงแม้ว่าฝ่ายนิยมทักษิณจะชนะ แต่โอกาสจะเป็นรัฐบาลก็เป็นได้ยาก ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากมีเสียง ส.ส. 250 เสียงถ่วงดุลอำนาจ ส.ส.อยู่

ดังนั้น โอกาสที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีเสียง ส.ว.สนับสนุนเป็นไปได้ยาก และนี่เองจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้ง และเกิดความวุ่นวายมีความเป็นไปได้

ส่วนประเด็นที่ว่าจะแก้ไขความขัดแย้งอย่างไรนั้น ก็จะต้องย้อนไปดูที่เหตุ และแก้ไขให้ตรงเหตุคือ จัดให้มีรัฐบาลเฉพาะกิจขึ้นมา และทำการปฏิรูปการศึกษาระบบราชการ และแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าที่เป็นอยู่ แล้วค่อยเลือกตั้งก็จะทำให้ความขัดแย้งลดลงและหมดไปในที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น...