xs
xsm
sm
md
lg

รัฐ-กับ-เกียรติคนทำมาหากินสุจริต!!

เผยแพร่:   โดย: ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย


มนุษย์-มีเกียรติควรแก่การยกย่อง คือ มนุษย์ทำมาหากินสุจริต!

มนุษย์-ไร้เกียรติต้องถูกประณามหยามเหยียด คือ มนุษย์โกงชาติบ้านเมือง!

ความอยู่รอดของหนึ่งชีวิตนั้น-สำคัญยิ่ง! “หมา” ถูก “คนใจร้าย” ทำร้าย “คนดี” ยังสำแดงความชิงชัง แถมมีกฎหมายลงโทษ “มนุษย์ใจร้าย” อีกด้วย!

“คนทำกินสุจริต” อย่าง “ชาวหาบเร่แผงลอย” จึงไม่สมควรถูกกระทำราว “โจรผู้ร้าย”!

CNN สื่อระดับโลกจัดอันดับเมืองสตรีทฟู้ดยอดนิยมทั่วโลก...เมืองไทยคว้าอันดับ 1 สุดยอดสตรีทฟู้ดโลกมาครอง 3 ปีซ้อน...ว้าว...!

10 อันดับสตรีทฟู้ดโลกที่นักท่องเที่ยวนิยมคือ 1. กรุงเทพมหานคร-ไทย 2. กรุงโตเกียว-ญี่ปุ่น 3.นครโฮโนลูลู-สหรัฐอเมริกา 4. เดอร์บัน-แอฟริกา 5.นิวออร์ลีนส์-สหรัฐอเมริกา 6. อิสตันบูล-ตุรกี 7. ฮ่องกง-จีน 8. กรุงปารีส-ฝรั่งเศส 9. เม็กซิโกซิตี้-เม็กซิโก 10. กรุงไคโร-อียิปต์

แต่วันนี้บรรดาชาติสตรีทฟู้ดทั้งหลาย ต้องอึ้งกิมกี่กับประเทศไม่ติดอันดับสตรีทฟู้ดโลก ที่ดันเสนอวิชั่นสุดปังแรงส์เฟ่อร์อย่าง “สิงคโปร์”

เพราะขณะที่หลายชาติอาเซียน โดยเฉพาะไทยอ้างแต่นโยบายเมืองเป็นระเบียบเรียบกริ๊บ กวาดจับหาบเร่แผงลอยกันอุตลุด นายกฯ “ลี เซียนลุง” กลับจะเสนอให้ “ยูเนสโก” ขึ้นทะเบียน “วัฒนธรรมอาหารหาบเร่ของสิงคโปร์” เป็น “มรดกโลกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ” เว้ยเฮ้ย!!!

“มิสเตอร์ลี” ขยายความว่า ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเป็นผู้เสียสละ อดทนขายของหาเลี้ยงครอบครัวด้วยความสุจริต ซึ่งเป็นเรื่องควรได้รับการยกย่องและรัฐต้องให้การสนับสนุน…

“นายกฯ ลี” ยังพูดถึงศูนย์อาหารหาบเร่ “ฮอว์เกอร์ เซ็นเตอร์” (Hawker Center)ของสิงคโปร์ คือ ห้องรับประทานอาหารของชุมชน ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของมรดกและอัตลักษณ์ประจำชาติเพราะประชาชนทุกเชื้อชาติ ศาสนา และชนชั้น สามารถเข้าไปรับประทานอาหารร่วมกันได้

สตรีทฟู้ดสิงคโปร์หลายร้าน “มิชลินสตาร์” ได้รับรองในระดับหนึ่งดาวและสองดาว ทำให้ร้านอาหารริมทางในสิงคโปร์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

สื่อมวลชนสิงคโปร์รายงานว่า หากยูเนสโกขึ้นทะเบียน “หาบเร่แผงลอย” ให้สิงคโปร์ จะส่งผลให้วัฒนธรรมอาหารหาบเร่แผงลอยสิงคโปร์ เข้าสู่ทำเนียบเฉกเช่น “โยคะ” ของอินเดีย และ “ผ้าบาติก” ของอินโดนีเซียเลยล่ะ

งานนี้...มาเลเซียจะเดือดร้อนมากที่สุด! เพราะสิงคโปร์เป็นเมืองอยู่ปลายสุดของแหลมมาลายู...เดิมชื่อ “เทมาเส็ก”! บรรดาชาติที่เคยยึดครองสิงคโปร์มีทั้งโปรตุเกส-ฮอลันดา-อังกฤษ-ญี่ปุ่น ก่อนที่สิงคโปร์จะตกเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย

สิงคโปร์ประกาศตัวแยกจากมาเลเซียเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1965 ในนาม“สาธารณรัฐสิงคโปร์”

ผู้นำคนแรก “ลี กวนยู” ได้สร้างเกาะเล็กๆ นี้จนร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของโลกโดย “นายกฯ ตระกูลลีคนล่าสุด” ได้เสนอเรื่อง “หาบเร่แผงลอย” เข้ายูเนสโกจน “มาเลเซีย” ไม่แฮปปี้ในขณะนี้

ส่วนแชมป์สตรีทฟู้ดโลก 3 ปีซ้อนไทยนั้น มีเรื่องให้โลกทึ่งอึ้งยิ่งกว่า เพราะรัฐบาลไทยที่ผ่านมาจนถึงยุค “บิ๊กตู่” ทำให้ชาติเสียหายกับเรื่องดีๆ ไปแล้วมากมาย ทั้งจากวิสัยทัศน์ที่สั้นจุ๊ดจู๋ รวมทั้งจากการทำงานของข้าราชการไทย ที่บางเรื่องชักช้าไม่ทันการณ์ บางเรื่องขาดความรอบคอบ บางเรื่องไม่รักษาประโยชน์ชาติ บางเรื่องแสดงถึงความไม่รักชาติ เพราะเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติมากกว่าคนไทย ฯลฯ เช่น

เรื่องของผลประโยชน์ทางการแพทย์ที่ส่งผลดีต่อการช่วยชีวิตคนไทยและชาวโลก ทั้งยังจะนำ
รายได้มหาศาลทางเศรษฐกิจให้กับชาติและชาวไทยในวงกว้างอย่าง “กัญชา” ที่วันนี้หลายชาติก้าวไกลทันสมัยถึงขั้นแก้กฎหมายให้ “กัญชา” ใช้ทางการแพทย์-สันทนาการ-ค้าขายได้อย่างเสรีแล้ว

แต่ “กัญชา” ในชาติไทยวันนี้ ยังถูก “รัฐราชการ” นำไปหาผลประโยชน์ในหมู่พวกพ้องเป็นหลัก โดยภาคพลเมืองกำลังถูกกีดกัน ทั้งด้านการใช้-การพัฒนา-การค้าขาย ฯลฯ ทั้งๆ ที่ “ยากัญชา” และ “อาหารกัญชา” รูปแบบต่างๆ ในชาติที่เจริญแล้วมีการค้าขายยากัญชารักษาโรคร้าย! เบียร์กัญชา! ไวน์กัญชา! เหล้ากัญชา! บุหรี่กัญชา! เค้กกัญชา ฯลฯ

ที่ตลก...คือ...กัญชายังเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายไทยแต่รัฐบาลกลับให้บริษัทยาต่างชาติ เข้ามายื่นจดสิทธิบัตร “ยากัญชา” ได้ ขณะที่หลายตำรับยาไทยอายุนานกว่าสามร้อยปี ที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ ขอขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรยังไม่ได้เลย!

4 ปีกว่าที่ผ่านมา! รัฐบาล “นายกฯ บิ๊กตู่” เน้นแต่การกวาดจับผู้ค้าหาบเร่และแผงลอยไปแล้วมากมาย ยังผลให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยลดน้อยลง ทำให้ผู้มีรายได้น้อยและยากจนทั้ง “ผู้ขาย-ผู้ซื้อ” ตกอยู่ในสภาพเดือดร้อนกันถ้วนหน้า...

หาบเร่-แผงลอย-ผู้ขาย-ผู้ซื้อ-ผู้สัญจรบนฟุตบาท ฯลฯ ทุกคนล้วนมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์!

ดังนั้น รัฐต้องจัดระเบียบพื้นที่ ต้องหนุนการทำกินสุจริตอย่างเต็มที่เพื่อการเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยรัฐต้องบริหารจัดการพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ ให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเป็นธรรม..แม่นบ่..?

“บิ๊กตู่” รู้ไหมว่า การค้าบนพื้นที่เล็กๆ ของหาบเร่แผงลอยที่ผู้คนต้องทำงานเหน็ดเหนื่อยแต่เช้ายันค่ำนั้นมีความสำคัญในการดำรงอยู่เยี่ยงมนุษย์ ต่อผู้มีรายได้น้อย-คนยากจนนับล้านๆ คน...!

งานนี้...บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อยได้! คนเดินสัญจรบนฟุตบาทได้! ผู้มีรายได้น้อยซื้อข้าวของราคาถูกได้! ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยดำรงชีพอยู่รอด ในสังคม “รวยกระจุกจนกระจาย” ได้! ทั้งหมดอยู่ที่ “รัฐบาลบิ๊กตู่” ฉลาดและมีฝีมืออ๊ะป่าว???

(อ่านเรื่องหาบเร่แผงลอยต่อวันพุธหน้า)
กำลังโหลดความคิดเห็น...