xs
xsm
sm
md
lg

ความพ่ายแพ้ทางการเมืองในอิสราเอล

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


วันนี้...คงต้องขออนุญาตย้อนกลับไปสำรวจตรวจสอบความเป็นไปในประเทศอิสราเอลเขาดูอีกสักกะหน่อย เพราะจากการเปิดศึกกับขบวนการชาวปาเลสไตน์ อย่างพวก “ฮามาส” ในเขตฉนวนกาซา เมื่อช่วงอาทิตย์ที่แล้ว ต้องเรียกว่า...เล่นเอาบรรดาลูกหลานกษัตริย์ “ดาวิด” ทั้งหลาย อ่วมอรทัยกันไปมิใช่น้อย...

แม้ทุกวันนี้...ยังออกอาการจุกไม่หาย ระดับท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยวไปแทบทั้งประเทศเอาเลยก็ว่าได้ เพราะจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลต่อเนื่องลุกลามไปถึงสถานะ ตำแหน่ง และเสถียรภาพของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี “เนทันยาฮู” เนื่องจากรัฐมนตรีกลาโหมแห่งพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรค “Yisrael Beiteinu” คือ “นายเอวิกดอร์ ลีเบอร์แมน” (Avigdor Lieberman) ท่านเกิดอาการ “รับไม่ได้” ต่อการประกาศหยุดยิงของรัฐบาลอิสราเอลกับพวกฮามาส จนถึงขั้นต้องสะบัดตูดลุกหนี ส่งผลให้รัฐบาลอิสราเอลปัจจุบัน เหลือเสียงข้างมากเกินกว่าครึ่งในรัฐสภาเพียงแค่ 1 เสียงเท่านั้นเอง...

แต่ที่หนักยิ่งไปกว่านั้น...น่าจะเป็นอารมณ์ ความรู้สึกของบรรดาชาวยิวทั้งหลายนั่นแหละ ที่ออกอาการขวัญหนีดีฝ่อ ขวัญกระเจิงไปแทบทั้งประเทศ อันพอสะท้อนให้เห็นได้จากบรรดา “สื่อฯ” ต่างๆ ในอิสราเอล ที่ออกมารุมยำ รุมวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไปจนถึงบรรดา “นักการเมือง” ชนิดหูชากันไปเป็นแถบๆ อย่างเช่นหนังสือพิมพ์ “Maariv” ที่ได้ไปนำเอาคำสัมภาษณ์ ความคิด ความเห็นของอดีตผู้บัญชาการกองพันทหารราบภาคใต้ของ “IDF” (Israel Defense Force) “พลเอกZvika Fogel” ที่ออกอาการ “ฉุนขาด” ถึงกับต้องออกมาบ่นระบายเอาไว้ประมาณว่า... “หลังจากการปะทะกับพวกฮามาสคราวนี้ เราควรที่จะนำเอา...ดาวของดาวิด (อดีตกษัตริย์ผู้มีส่วนก่อตั้งประเทศอิสราเอลเมื่อหลายพันปีที่แล้ว) และพื้นสีฟ้า ออกไปจากผืนธงของอิสราเอล ให้เหลือแต่ธงสีขาว อันหมายถึงสัญลักษณ์แห่งการ...ยอมแพ้!!! เพราะเราได้สูญเสียอำนาจในการยับยั้งศัตรูไปแล้วอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และพวกฮามาสนั่นแหละ คือผู้ที่ประสบความสำเร็จในการบรรลุถึงซึ่งพลังอำนาจในการยับยั้งเรา เรากำลังอยู่ในประเทศที่ไร้ประสิทธิภาพในด้านความมั่นคง เหมือนอย่างที่เราเคยมีมาเมื่อครั้งสงครามในปี ค.ศ. 1973”...

อดีตผู้บัญชาการรายนี้...ยังอดไม่ได้ที่จะหันไปตำหนิ “ระบบป้องกันภัยทางอากาศ” ของอิสราเอล ที่เรียกๆ กันว่า “โดมเหล็ก” หรือ “Iron Dome” ซึ่งได้รับการติดตั้งเอาไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 และเคยถือว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพเอามากๆ สามารถสกัดกั้นบรรดาจรวดต่างๆ ที่ถูกระดมยิงเข้าใส่พื้นที่ประเทศอิสราเอลภายในรัศมีทำการตั้งแต่ 7-40 กิโลเมตร ได้ไม่น้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่มาคราวนี้...มันเกิด “รอยรั่ว” หรือ “รูโหว่” ขึ้นมาตรงจุดไหนก็มิอาจทราบได้ เพราะเมื่อเจอกับพายุจรวดของพวกฮามาส ที่ระดมยิงเข้าใส่ใกล้ๆ เหยียบ 500 ลูก ว่ากันว่า...ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล สามารถสกัดกั้นได้เพียงแค่ประมาณ 100 ลูกเท่านั้นเอง ฉากเหตุการณ์ตามที่ผู้เชี่ยวชาญทางทหารและนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงของหนังสือพิมพ์ “Al-Youm” อย่าง “นายYoav Limor” หยิบมาอ้างอิงทางสถานีโทรทัศน์อิสราเอล จึงเป็นไปในแบบ... “แม้แต่รถโดยสารประจำทางในอิสราเอล ยังต้องถูกน็อกด้วยจรวดของพวกฮามาส อันถือเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การต่อต้านที่ประสบความสำเร็จของพวกฮามาสนั้น ได้ก่อให้เกิด...จุดเปลี่ยน...ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของเรา ได้เข้าสู่จุดวิกฤตแล้วอย่างแท้จริง...”

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความขวัญหนีดีฝ่อเช่นนี้...ผู้ที่ต้องตกอยู่ในฐานะแพะรับบาป ถูกรุมถล่ม รุมยำ ย่อมหนีไม่พ้นไปจากบรรดา “นักการเมือง” ในอิสราเอลทั้งหลายนั่นเอง อดีตผู้บัญชาการทหารอย่าง “พลเอกZvika Fogel” ถึงกับต้องหันไปรื้อฟื้นอดีตอันรุ่งโรจน์ เมื่อครั้งที่กองทัพอิสราเอลเคยเผชิญหน้ากับกองทัพประเทศอาหรับ พร้อมๆ กันถึง 3 ประเทศ ในสงครามเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 1967 และสามารถบดขยี้ศัตรูทั้ง 3 ด้านภายในเวลาเดียวกัน แต่มาถึง ณ ขณะนี้...สิ่งที่อดีตนายทหารอิสราเอลผู้นี้ถือเป็นเหตุปัจจัยสำคัญ ที่แม้แต่ผู้ที่ถูกถือว่าเป็นแค่ “ผู้ก่อการร้ายกระจอกๆ” อย่างพวก “ฮามาส” กลับสามารถทำให้กองทัพอิสราเอลต้องออกอาการหัวทิ่มเอาดื้อๆ ก็ด้วยเหตุเพราะ... “ดูเหมือนว่าพวกนักการเมืองของเรา จะไม่ได้สนใจถึงอนาคตของประเทศอิสราเอลมากมายสักเท่าไหร่ เนื่องจากพวกเขาสนใจที่จะเล่นเกมการเมืองกันมากกว่า แม้แต่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูก็เถอะ ก็พยายามออกมาสร้างมายาภาพ ที่มิอาจยอมรับได้...”

สรุปเอาเป็นว่า...ใครผิด-ใครถูก ใครดี-ใครเลว คงต้องยกให้เป็นเรื่องของบรรดาชาวยิว หรือชาวอิสราเอล เขาตัดสินใจกันเองก็แล้วกัน แต่งานนี้...เอาไป-เอามาแล้ว มันคงไม่น่าจะจบอยู่แค่การหยุดยิง การยุติการโจมตีระหว่างทั้งสองฝ่ายแต่เพียงเท่านั้น เพราะไม่ว่าชาวบ้าน ชาวช่องจะเดือดร้อน จะฉิบหาย-ไม่ฉิบหายกันในทางทหารเพียงใดก็ตาม แต่สำหรับในทาง “การเมือง” แล้ว “ความพ่ายแพ้” ที่กำลังอุบัติขึ้นมาภายในอารมณ์ ความรู้สึกของบรรดาชาวยิวทั้งหลาย น่าจะส่งผลให้บรรดา “นักการเมือง” ในประเทศอิสราเอล คงอดไม่ได้ที่จะหยิบเอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง หรือต่อพรรคการเมืองของตัวเอง ไม่ว่าในทางใด ทางหนึ่งก็ตาม...

แม้แต่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วยังโดดลงมาควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมอีก 1 เก้าอี้ อย่าง “นายเนทันยาฮู” ก็ตาม หลังจากสามารถเจรจาประนีประนอม ไม่ให้พรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรค “Jewish Home” ของ “นางNaftali Bennett” รัฐมนตรีศึกษาฯ ถอนตัวออกจากรัฐบาล เพราะไม่ได้เขยิบขึ้นเป็นรัฐมนตรีกลาโหมกันแทนที่ ก็เริ่มออกมาพลิกหน้า-พลิกหลัง เริ่มออกมา “เกาะกระแส” กันบ้างแล้ว ด้วยประกาศว่า “ปฏิบัติการต่อพวกฮามาส...ยังไม่ได้สิ้นสุด” และด้วยความพยายามหันมาสร้างความรู้สึกถึงชัยชนะ ถึงความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ให้กับ “ชาติอิสราเอล” ของบรรดานักการเมืองทั้งหลายนี่เอง จึงอาจยิ่งนำไปสู่ความฉิบหายที่หนักหนาสาหัสกว่าเท่าที่เคยมีมา อีกกี่เท่าต่อกี่เท่า ก็ยังมิอาจคาดคำนวณได้ ทั้งๆ ที่ว่าไปแล้ว...ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายแพ้-ฝ่ายชนะ ในทางการทหาร หรือทางการเมืองก็ตาม บรรดาราษฎรผู้บริสุทธิ์ หรือบรรดาประชาชนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นชาวปาเลสไตน์ หรือชาวอิสราเอล ที่ล้วนแต่เป็น “เพื่อนมนุษย์” หรือ “เพื่อนผู้ร่วมวัฏสังสาร” ไปด้วยกันทั้งสิ้น มีแต่ต้องทุกข์ ต้องเดือดร้อน ต้องกลายเป็นฝ่ายรับกรรมไปด้วยกันทั้งนั้น...
กำลังโหลดความคิดเห็น...