xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**จริงหรือเปล่า!? กับข่าวลือที่ว่า“รมต.อาคม”คิดจะ “ลุยถั่ว”ฝ่ากระแสต้าน ตั้ง “คนมีปัญหา”เป็น “ผอ.การท่าเรือ”อ้างลงขันหนุน“พลังประชารัฐ” จริงไม่จริง ไปเคลียร์กันเอง หรือมีใครคิด“ลักไก่”เสียบยอด คุม“ขุมทรัพย์แสนล้านสุดขอบน้ำ”ถ้าเป็นจริง ระวังจบไม่สวย “ผัวเป็นผอ.-เมียเป็นรอง”จะตอบสังคมเขายังไง ?

วงในว่ากันมา .. "ศึกชิงผอ.คนใหม่" ใกล้จะสรุปแล้ว เมื่อวันพฤหัส ที่แล้ว (15 พ.ย.) ทางคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นัดประชุมเคาะ “ผอ.การท่าเรือคนใหม่”เรียบร้อย .. ขั้นตอนต่อไป ประชุมกรรมการจะดูเรื่องสัญญา-ค่าตอบแทน แล้วก็จะประกาศให้ผู้สมัครทุกคนทราบ .. เบื้องหลังการเลือก ว่ากันว่า “ดุเดือดเลือดพล่าน”กรรมการสรรหาหลายคน ไม่อยากได้ "คนของท่าน" เพราะมีข้อร้องเรียนมากมาย ดังที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อ .. แต่ "ผู้มีบารมี" เหนือกรรมการสรรหา ยื่นคำขาด อ้างว่า อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม สั่งการมาให้กรรมการสรรหาเอาตาม “ใบสั่ง”.. แว่วว่ามีการระดม “ทุนก้อนใหญ่”ออฟเฟอร์ว่า พร้อมสนับสนุน “พรรคพลังประชารัฐ”เป็นทุนจากเจ้าของพื้นที่ ที่มีบุญคุณกันอยู่กับคนโตในท่าเรือ ด้วยการกดราคาเช่าให้ .. ที่เป็นข้อร้องเรียนสำคัญจากพนักงานว่า ท่าเรือเสียประโยชน์จากการให้เช่าพื้นที่มานานนับ10 ปีแล้วไม่เคยขึ้นค่าเช่าเลย .. ก็อดสงสัยไม่ว่า “พปชร.”พรรครัฐบาล “ทุนหนา”อยู่แล้ว ยังจะเอาแบบนี้อีกหรือ ต้องไม่ลืมว่า การขาดทุนของรัฐวิสาหกิจ อดีตถึงปัจจุบัน เป็นบทเรียนที่ไม่ เคยจำของผู้มีอำนาจ .. เพราะคิดแต่จะ "ลุยถั่ว" เอา “คนของตัวเอง”เข้าไปบริหาร ไม่สนใจอะไรนอกจากกอบโกย จนองค์กรเละเทะ ทั้งๆ ที่บางรัฐวิสาหกิจเป็น “monopoly”รายได้ปีละมหาศาล .. หลายๆ แห่ง จึงไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ขาดทุนต่อเนื่อง "เจ๊งต่อไม่รอแล้วนะ" วันนี้แม้ “การท่าเรือ”จะไม่ได้ขาดทุนเหมือนที่อื่น แต่ถ้าหลับตานึกภาพว่า เรื่องที่ว่ามานี้เป็นจริง “คนท่าเรือ”คงขนลุกขนพอง สยองในใจแน่ .. อย่าลืมว่า ด้วยเทรนด์ตอนนี้ธุรกิจของ “การท่าเรือ”กำลังจะไปได้สวย “โลจิสติกส์”เป็นหัวใจ ขนส่งท่าเรือกุมอยู่ถึง 87% เหนือทางบก ทางอากาศหลายเท่า .. แต่ ผลประกอบการการท่าเรือ ก็ไม่ได้ดีขึ้นมาหลายปีแล้ว โดยได้อนิสงส์ ที่ไม่ขาดทุนเนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจใช้ที่ดินของรัฐทำประโยชน์ แต่ถ้าจะสนองตอบการขยายตัวตามโครงการของ EEC จะต้องมองถึงประตูสู่อาเซียน ที่แท้จริงตามแผนของรัฐบาลได้มากกว่านี้ ..
อย่างที่พื้นที่นี้เคยเล่าให้ฟัง ผลประโยชน์ท่าเรือ หรือ คนท่าเรือบอกว่า มันคือ "ขุมทรัพย์สุดขอบน้ำหลายแสนล้าน" สำคัญต่อการพัฒนาประเทศแค่ไหน โอกาสในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ เพื่อไปสู่ท่าเรือระดับโลกเรามีความเป็นไปได้สูง ติดขัดเรื่องเดียว “ผู้บริหารการท่าเรือ” ..วันนี้ปัญหาท่าเรือมีมากมาย เรื่องเก่าที่ยังค้างคาใจพนักงานก็เยอะ หนักสุดก็เรื่อง เรื่องการทุจริตโกงเงินล่วงเวลา มากกว่า 3,300 ล้านบาท ที่อยู่บนศาลแรงงาน-ศาลทุจริต รวมถึงสำนวนในมือ ป.ป.ช. ก็สอบสวนอยู่ด้วย ทำให้ภาพลักษณ์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยมีแต่เรื่องทุจริตตลอดมา ร่วม 10 ปี .. ใครก่อเรื่อง ใครบริหาร คนท่าเรือรู้ดี ไม่มีวันลืม พนักงานระดับผู้บริหาร และคณะกรรมการของการท่าเรือหลายท่าน กังวลเรื่องการบริหารงาน “conflict of interest” ของ คนบางคน ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงเช่นกัน ถ้าเป็นใหญ่จะอยู่กันอย่างไร .. ง่ายๆ เลย คำถาม คือจะได้รับความร่วมมือใด หรือไม่ จะเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง หรือไม่ ว่ากันว่า ระหว่างนี้ การขัดแย้งกับ “ท่าเรือแหลมฉบัง”ก็เพราะการขัดแย้งผลประโยชน์ของผู้บริหาร มิใช่หรือ .. ผู้บริหารหลายคน ว่าความขัดแย้งของระดับบริหารการท่าเรือจะเพิ่งเริ่ม เพราะ “ผอ.แหลมฉบัง”รักษาการ ผอ.ตอนนี้ กับ “คนที่ รมต.อาคมเลือก”เรียกว่า "ไม่เผาผีกันเลย" .. ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของการท่าเรือ และเป็นส่วนหนึ่งของ EEC รัฐบาลต้องตัดสินใจเอาคนกลาง เข้าไปแก้ปัญหาทำงานในครั้งนี้ ลดความขัดแย้งมิใช่หรือ .. ดังนั้น ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรการท่าเรือแห่งประเทศไทย ต้องไม่เป็น "เด็กในคาถานักการเมือง" อีกต่อไป .. “รมต.อาคม”ควรต้องลงอาคมเรื่องนี้ ให้โปร่งใส ! .. ถ้า ผัวเป็น ผอ. เมียเป็นรอง จะตอบสังคมเขาอย่างไร .. และถ้าบอร์ดท่าเรือ มีไว้เป็นตรายาง ในเรื่องไม่ถูกต้องก็ไม่รู้จะมีไว้ทำไม โดนคนในสาวไส้ให้กากินแน่ .. งานนี้ใครลักไก่ใคร ไปเคลียร์กันเอง และเตรียมตัวเจ๊งได้ โดยเฉพาะ EEC

**ชุดใหญ่ไฟกระพริบ !! “สนธิรัตน์”โชว์ฝีมือ “มือประสานสิบทิศยุค 4.0”คว้า “ดาวเด่น - ดาวฤกษ์”ร่วม พปชร. อื้ออึง “สามมิตร”มาช้าแต่ชัวร์ ขน“เกรดเอ”ร่วมทัพพลังประชารัฐ “สุริยะ”ลั่น “ยิ่งใหญ่กว่าสมัยไทยรักไทย”ส่งสัญญาณบลัฟ “นายเก่า”เต็มๆ รอ“สุชาติ ตันเจริญ” แห่งบ้านริมน้ำ ตามมาสมทบอีกแรง แบบนี้เป้า 150 ที่นั่งไม่น่าไกลเกินเอื้อม

มาแรงแซงทุกโค้ง .. พรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของทีม 4 รัฐมนตรี โดยมี อุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาฯพรรค .. ที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยึดพื้นที่สื่อ เลี้ยงประเด็น “ผู้ร่วมอุดมการณ์”แห่แหนมาสมัครสมาชิกอย่างต่อเนื่อง .. นอกจากจะ“เสน่ห์แรง”ตัวแบรนด์ “พลังประชารัฐ”ขายได้อยู่แล้ว ก็ต้องยกเครดิตให้ “แม่บ้านพรรค”ที่โชว์ผลงาน “มือประสาน 4.0”คว้า “ดาวเด่น - ดาวฤกษ์”มาได้แบบ “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” .. ทั้งเหล่าอดีตรัฐมนตรี - อดีตส.ส. กระทั่งเซเลปฯ คนดัง อย่างรายของ “มาดามเดียร์”วทันยา วงษ์โอภาสี อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดเล็ก ก็เป็น “สนธิรัตน์”ที่ออกปากจีบด้วยตัวเอง .. เรื่อยมาจนถึง “กลุ่มสามมิตร”ของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ - สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ยกทัพมาร่วม เฉพาะผู้สมัคร ส.ส.ก็มากกว่า 70 ชีวิต ยังมีในส่วนสมาชิกพรรคอีกต่างหาก .. ไล่เรียงให้เห็นภาพ ทั้ง ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ พรรณสิริ กุลนาถศิริ นายก อบจ. สุโขทัย และอดีต รมช.สาธารณสุข ภิญโญ นิโรจน์ อดีต รมต.สำนักนายกฯ .. จำลอง ครุฑขุนทด อดีต รมช.ศึกษาธิการ มณเฑียร สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท บุญยิ่ง นิติกาญจนา อดีต ส.ส.ราชบุรี และ จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล อดีต ส.ส.สุโขทัย เป็นต้น ..
แต่ละรายที่ว่าไป แทบจะการันตีเก้าอี้ ส.ส.ได้ตั้งแต่ตอนนี้ เป็นที่มาของคำว่า “คุณภาพคับแก้ว”ที่ “สุริยะ”นิยามลูกทีม .. พร้อมทั้งประกาศสลาย “กลุ่มสามมิตร”ทันที เพื่อความเป็นเอกภาพ-อันหนึ่งอันเดียวกันของ“พลังประชารัฐ” ..กระทั่งกล้าเปรียบไปเมื่อครั้งอดีตว่า ความร่วมมือหนนี้ “ยิ่งใหญ่กว่าสมัยไทยรักไทย”ส่งสัญญาณ “ชักธงรบ”ไปถึง “นายเก่า”อย่าง ทักษิณ ชินวัตร เต็มๆ .. อีกชุดที่ต้องจับตา “คณะบ้านริมน้ำ”ของ สุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาฯ ที่ส่ง รณฤทธิชัย คานเขต อดีต ส.ส.ยโสธร กับผู้สมัคร ส.ส.ของกลุ่ม มานำร่องก่อน 30 คน .. ส่วนตัว “สุชาติ”จะตามมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ปักธงลง ส.ส.เขตที่บ้านเกิด “แปดริ้ว”จ.ฉะเชิงเทรา .. เห็นหน้าค่าตา “ขุนพลประชารัฐ”ครบถ้วนแล้ว แบบนี้เป้า 150 ที่นั่ง ไม่น่าไกลเกินเอื้อม

**ปราบโกงแบบกลวงๆ !! “ซือแป๋มีชัย”วาง “กับดักปราบโกง”ไว้เอง ดันเผ่นลาออกนายกสภามหาวิทยาลัยฯก่อนใครเพื่อน ชิ่งประกาศป.ป.ช.บังคับยื่นบัญชีทรัพย์สิน อ้างกลัวยุ่งยาก หนีไม่พ้นโดนด่า ไหนว่า “ยุคคนดี”ทำไมเห็นเรื่องตรวจสอบ-โปร่งใส เป็นแค่ปม“จุกจิก-รำคาญใจ”อารมณ์เหมือนหมอผีกลัวยันต์ตัวเอง พ่อครัวไม่กินแกง ที่ตัวเองปรุง

ก็สมควรเป็นขี้ปาก .. มีอย่างที่ไหน มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่าง รัฐธรรมนูญ 2560 ผู้ขนานนามกฎหมายสูงสุดฝีมือตัวเองไว้ว่า “รธน.ปราบโกง” แต่ก็ดันรับไม่ได้กับผลงานของตัวเอง .. ก็เล่นวางกลไกตรวจสอบไว้ชนิดที่ “นักโกงเมือง”ต้อง “ขนพองสยองเกล้า”ขนาดรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาล คสช. ยังเกือบร่วงจากเก้าอี้มาแล้ว .. และจากต้นขั้วในรัฐธรรมนูญ ก็แตกดอกออกผล มาอยู่ในกฎหมายลูกฉบับต่างๆ ที่ถูกยัดเข้าไปมากที่สุด ไม่พ้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะ “หน่วยปราบโกง”ของประเทศ .. นำมาซึ่งประกาศ ป.ป.ช. ฉบับล่าสุด ที่จะมีผลบังคับในช่วงต้นเดือนธ.ค.นี้ .. หัวเรื่องการยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ “ข้าราชการทุกคน”ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมายใหม่ .. มีหมดไม่ว่า ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง -ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ- ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ- ข้าราชการตุลาการ .. ปัญหาตามมาเมื่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดที่มี “บิ๊กกุ้ย”พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นประธาน พิจารณาแล้วเห็นว่าตำแหน่ง “นายกสภามหาวิทยาลัย-กรรมการสภามหาวิทยาลัย” ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ด้วย .. เป็น “ตำแหน่งใหม่”ที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในผู้ที่ต้องยื่นบัญชีมาก่อน จนมีข่าวว่า“นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย”จะเฮโล ลาออกจากตำแหน่งหนีการยื่นบัญชี .. จนทำให้ต้อง “ห้ามเลือด”กันวุ่นวาย โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาฯ ที่ติดเบรกให้แต่ละรายไตร่ตรองให้ดีก่อน ด้วยห่วงว่าจะกระทบงานบริหารมหาวิทยาลัย .. ทาง ป.ป.ช.ก็เห็นใจ มีมติให้ ขยายเวลาการบังคับใช้ในส่วน “นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย”อีก 60 วัน .. จนเกิดคำถามในสังคมว่า ไหนว่าจะปราบโกง โปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ดันมาเว้นวรรค “หลับตาข้างหนึ่ง” แบบนี้ไม่ค่อยสวย ..
ร้อนถึง“ศิษย์เอก”ของ“ปู่มีชัย”อย่าง วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ต้องออกมาชี้แจงแทนว่า คนที่ทำท่าจะลาออกนั้น ไม่ได้กลัวการตรวจสอบ แต่เห็นว่า ประกาศฉบับนี้ ทำให้“จุกจิก-ยุ่งยาก-น่ารำคาญ”ที่ต้องเตรียมบัญชีต่างๆ .. นำมาซึ่งเสียงโห่เกรียวกราว เหน็บแนมว่า“รัฐบาลคนดี”ไม่น่ามองเรื่องการถูกตรวจสอบเป็นเรื่อง “จุกจิก - รำคาญใจ” ถึงขั้นไล่ตะเพิด เรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ ก็ไม่ควรอยู่ในตำแหน่ง .. ยังไม่สะเด็ดน้ำว่าเอาไงกันแน่“ซือแป๋มีชัย”ผู้วาง “กับดักปราบโกง”ไว้เอง นำร่องประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (มรร.) ก่อนใครเพื่อน ..
พร้อมกับกรรมการรายอื่น รวมแล้ว 12 คน ที่จะยื่นลาออกตามไป อ้างกันดูดี ไม่ได้กลัวการตรวจสอบ แต่กลัวความวุ่นวาย เท่านั้น .. ก็เห็นดีด้วยที่หากไม่พร้อมในการเปิดเผยข้อมูล ก็ไม่สมควรจะมีตำแหน่งแห่งที่อะไร .. โดยเฉพาะวงการสภามหาวิทยาลัย ที่รู้กันดีว่า “มาเฟียขาใหญ่”ควรหยิบจับคนของตัวเอง เข้าไปคุมงานในที่ต่างๆ .. เล่ากันว่า ใครคิดจะเข้าวงการนี้ ต้องได้รับการตีตั๋วจาก “มิสเตอร์พี”เสียก่อน .. ส่วน“มีชัย”ก็คงหนีไม่พ้นถูก“คนนินทา หมาดูถูก”ก็เป็นคนเขียนร่างรัฐธรรมนูญไว้ด้วยตัวเอง แต่กลับไม่ยอมแสดงสปิริต วาง “บรรทัดฐานที่ดี”ไว้ .. ก็ไม่ต่างจาก “หมอผี”ที่เขียนยันต์เอาไว้ต่อสู้กับผี แต่จู่ๆ กลับมากลัว“ยันต์”ที่ตัวเองทำขึ้นมาเอง.
ช.ชฎา

+++++++++++++++++
รูป
-อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

-กลุ่มสามมิตร ยกทีมเข้าสมัครสมาชิกพรรค พปชร.

- มีชัย ฤชุพันธุ์ - พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ- วิษณุ เครืองาม
กำลังโหลดความคิดเห็น...