xs
xsm
sm
md
lg

คุณนายวีนแตก...ทรัมป์เม้งแตก...!

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

<b>นางเมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา</b>
สถานการณ์รอบตัวผู้นำทำเนียบขาว โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังย่ำแย่สุดๆ ทุกอย่างประเดประดังเข้ามา ล้วนแต่ร้ายๆ ทำให้จิตตก มีทั้งเรื่องที่คนอื่นก่อขึ้นและโอษฐภัยของตัวเอง ดูท่าแล้วน่าหนักใจ และอารมณ์ขุ่นมัวของทรัมป์จะทำให้เจ้าหน้าที่ตกงาน

ถ้าว่าแบบไทยๆ คงประมาณได้ว่าทรัมป์ “ดวงตก” อย่างแรง พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ดาวพุธให้โทษ อะไรแบบนั้น ในความเป็นจริง หลายสิ่งเป็นผลจากการกระทำ การตัดสินใจ คำพูดแนวโอษฐภัยของทรัมป์ ทำให้ดีเป็นร้าย ร้ายเป็นเลวร้าย

ทุกวันนี้ทรัมป์มีปัญหาจิตตก แทบไม่พูดจากับใคร หมกตัวเงียบอยู่ในห้องทำงาน ดูทีวี และอยู่ในช่วงของการตัดสินใจว่าจะปรับเปลี่ยนคณะทำงาน ที่ปรึกษา คนใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาด้านจัดการบริหารทรัพยากรบุคคล ยุคนี้คนตกงานได้ง่าย

อารมณ์ร้ายของทรัมป์เริ่มตั้งแต่ความพ่ายแพ้เลือกตั้งในสภาผู้แทนฯ โดยพรรคเดโมแครตได้เสียงข้างมากแบบขาดลอย ซึ่งจะทำให้ทรัมป์ทำอะไรไม่สะดวกในการผลักดันนโยบายต่างๆ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีอารมณ์แค้นฝังหุ่น พลาดต้องโดนเล่นงาน

แม้จะชนะ ได้เสียงมากกว่าเดิมในวุฒิสภา ทรัมป์ก็ยังทำใจไม่ได้ เมื่อพกอารมณ์บูดไปมหานครปารีส เข้าร่วมงานรำลึกถึงการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ทรัมป์ดันไปมีปัญหากับเจ้าภาพ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส

ด้วยคำพูดคำจาที่เชือดเฉือนกัน ทำให้ทั้งคู่มองหน้ากันแทบไม่ติด แม้มีเจ้าหน้าที่พยายามทำให้สถานการณ์ดีขึ้นชั่วคราว ผลที่ตามมาคือทรัมป์ยังคุมความแค้น เล่นงานมาครง ถ้อยคำเสียดสีว่าฝรั่งเศสพ่ายแพ้สงครามต่อเยอรมนี

นั่นหลังจากมาครงได้ประกาศว่ายุโรปควรมีกองกำลังป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามที่มาจากรัสเซีย จีน หรือแม้กระทั่งสหรัฐฯ ทำให้ทรัมป์ยัวะจัด สวนกลับว่ายุโรปควรช่วยออกเงินค่ารักษาความมั่นคงที่สหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นตัวหลักน่าจะดีกว่า

คำพูดเผ็ดร้อน เหน็บกันไปมา ทำให้ทรัมป์ลมบ่จอยอย่างหนัก ต้องยกเลิกการไปสักการะสุสานทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อกลับถึงบ้านก็ยังเหน็บมาครงและฝรั่งเศส กลายเป็นวิวาทะข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกของทั้ง 2 ผู้นำ

ล่าสุด ตัวแทนรัฐบาลฝรั่งเศสทนไม่ได้ ออกแถลงการณ์ว่า “ทรัมป์ขาดคุณงามความดีขั้นพื้นฐานของมนุษย์” ซึ่งน่าจะทำให้ทรัมป์เดือดเป็นฟืนเป็นไฟมากกว่าเดิม

แต่ประเด็นฉาวล่าสุด เกิดขึ้นในทำเนียบขาวเมื่อคุณนาย เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เกิดอาการวีนแตกเพราะอารมณ์ไม่ปลื้มกับรองที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคง นางมิรา ริคาร์เดล โดยไม่ให้เกียรติเธอเมื่อไปเยือนแอฟริกาเดือนก่อน

ช่วงนั้นเมลาเนียแต่งกายด้วยแฟชั่นย้อนยุค สวมหมวกกะโล่ที่เจ้าหน้าที่ประเทศนักล่าอาณานิคมสวม ด้วยเสียงวิจารณ์อย่างมากและฝ่ายริคาร์เดลไม่ช่วยจัดการให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้คุณนายเมลาเนียต้องทนกับเสียงสื่อด้านลบ

อารมณ์หมั่นไส้ซึ่งกันและกันระหว่าง 2 หญิงจึงเป็นเรื่องปกติ ถ้าแต่ละฝ่ายไม่ยอมให้อีกฝ่าย เมลาเนียเองก็ถูกสังคมอเมริกันมองว่า “ไม่ได้สวยแบบมีคุณค่า...” อะไรทำนองนั้น เพราะชีวิตอยู่ในวงการสวยๆ งามๆ มากกว่าการใช้ภูมิปัญญา

แม้ว่าเธอจะไม่ได้แสดงท่าทีว่าเป็นคนอยากใช้อำนาจ หรือคุณนายภูธรเข้าทำเนียบขาว เมลาเนียยังต้องพยายามแสดงออกให้สังคมอเมริกันเห็นว่าเธอก็มีราคาระดับหนึ่ง แม้จะไม่เป็นผู้มีสติปัญญา ความรู้โดดเด่น เหมือนฮิลลารี คลินตัน

หรือเป็นอย่างคุณนายมิเชล โอบามา ของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทรัมป์เช่นกัน เพียงแต่ไม่มีปัญหากับคุณนายเมลาเนีย

เมลาเนีย ให้เจ้าหน้าที่ออกแถลงการณ์ว่าทรัมป์ควรไล่ริคาร์เดลออกจากตำแหน่ง เพราะไปยุ่มย่ามกับคณะเจ้าหน้าที่ประจำตัวของเธอช่วงเยือนแอฟริกา ไปเจ้ากี้เจ้าการเรื่องที่นั่งในเครื่องบิน และรายงานว่าทีมงานของเมลาเนียรุ่มร่าม

ทำให้เกิดศึกศรศิลป์ไม่กินกัน ระหว่างคุณนายสตรีหมายเลขหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และผลออกมาทันควัน โฆษกประจำทำเนียบขาว ซาราห์ แซนเดอร์ส แถลงว่าริคาร์เดลจะยังอยู่ทำงานในทำเนียบขาวต่อไป แต่ในตำแหน่งใหม่

เท่ากับว่าเมลาเนียชนะศึกอย่างง่ายดาย แต่สะท้อนให้เห็นว่าทั้งทรัมป์และคุณนายน่าจะมีปัญหาในการสื่อสารกันแต่ละวัน แทนที่จะทำให้เรื่องนี้ถูกจัดการอย่างเงียบ กลายเป็นว่าคุณนายต้องใช้วิธีโพนทะนาให้ทรัมป์จัดการปัญหาผ่านสื่อ

ริคาร์เดลก็คงต้องอยู่ต่อไป ถ้าทำใจได้ และยอมรับอำนาจอิทธิพลของคุณนายทรัมป์ แต่ปัญหาจะเกิดกับคนอื่นๆ เช่น จอห์น โบลตัน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง หัวหน้าของริคาร์เดล และจอห์น เคลลี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว

ทั้งคู่ได้พยายามรักษาเก้าอี้ของริคาร์เดล เมื่อไม่ได้ผล อาจต้องรอวาระที่ทรัมป์จะปรับทั้ง 2 คนออกจากตำแหน่ง เพราะคุณนายเมลาเนียมองว่าเป็นผู้สนับสนุนคู่อาฆาตของเธอ ดูแนวโน้มแล้วทรัมป์น่าจะทำอย่างนั้นเพื่อกลบเรื่อง

เรื่องการใช้อิทธิพลความเป็นคุณนายเล่นงานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกำลังเป็นเรื่องโอชะสำหรับสื่อนำเสนอ สะท้อนให้เห็นว่าทรัมป์จัดอยู่ในประเภท “ผู้นำเมียสั่งการได้” ขาดความเป็นตัวของตัวเอง ปล่อยให้ศรีภริยาเข้ามายุ่มย่ามกับงานของรัฐ

ทรัมป์ยังมีเรื่องกวนใจ โรเบิร์ต มุลเลอร์ให้เจ้าหน้าที่เขียนสรุปการสอบสวนเรื่องทรัมป์พัวพันเครือข่ายธุรกิจรัสเซีย การลอบฉกข้อมูลช่วงเลือกตั้ง และทรัมป์ไม่สามารถไล่มุลเลอร์ออกจากงานสอบสวนได้ จึงรู้สึกเหมือนโดนต้อนให้ติดในมุมอับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...