xs
xsm
sm
md
lg

เตาขยะกทม.ยึดเทคนิค90%...ปิดทางถูกและดี-เชื่อเอื้อรายเก่า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- กางร่าง ทีโออาร์ "เตาเผาขยะกทม." เผยให้น้ำหนัก“เทคนิค-คุณสมบัติ”ที่ใช้ดุลพินิจ กก. ถึง 90% ส่วน“ราคา”ให้น้ำหนักแค่ 10% ปิดทางใช้ของถูก และดี เตือนเดินตามร่างทีโออาร์ นี้ กก.ประกวดราคาเสี่ยงเข้าซังเต ส่อล็อกสเปกด้านเทคนิค เอื้อรายเก่า สกัด“คู่แข่งรายใหม่” เชื่อเวลากระชั้น บ.นอกเจ๋งแค่ไหน ก็ทำเอกสารไม่ทัน คาดรวบรัดปิดจ๊อบก่อนสิ้นปี

จากกรณี กรุงเทพมหานคร (กทม.)โดยกองกำจัดมูลฝอย สำนักสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศ ร่าง ขอบเขตงาน (ทีโออาร์) โครงการประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม และ อ่อนนุช ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)วงเงินงบประมาณ โครงการละ 6,570 ล้านบาท รวม 2 โครงการ มูลค่า 13,140 ล้านบาท ผ่านเว็บไซต์ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ www.gprocurement.go.th เพื่อรับฟังคำวิจารณ์ โดยกำหนดระยะเวลารับฟังคำวิจารณ์ ระหว่างวันที่ 13 - 16 พ.ย. 61 ซึ่งปรากฏว่าใช้ราคากลางกำจัดขยะ ที่ 900 บาทต่อตัน สูงกว่าราคาจ้างเหมาเอกชนกำจัดขยะที่หน่วยราชการอื่นใช้ถึง 3 เท่าตัวนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ที่ปรากฏร่างทีโออาร์ ของศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เลขที่โครงการ 61097595110 และ ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เลขที่โครงการ 61097595735 นั้น พบว่า ทั้ง 2 โครงการ มีมูลค่าเท่ากับที่ 6,570 ล้านบาท และมีรายละเอียด ที่เหมือนกันทั้งหมด โดยมีการตั้งข้อสังเกตในส่วนของหลักเกณฑ์ และสิทธิในการพิจารณา โดยให้ความสำคัญกับเกณฑ์อื่น หรือข้อเสนอด้านเทคนิค และการวิเคราะห์ทางการเงิน ที่ใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการประกวดราคาของ กทม. เป็นสัดส่วนมากถึงร้อยละ 90 ส่วนเกณฑ์ราคากำหนดน้ำหนัก เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ส่งผลให้ผู้ที่เสนอราคาต่ำกว่าขนาดไหน ก็อาจไม่สามารถชนะการประกวดราคาครั้งนี้ได้ เพราะ กทม.ให้น้ำหนักในเรื่อง ข้อเสนอด้านเทคนิค และการวิเคราะห์ทางการเงิน เป็นหลัก

แหล่งข่าวระดับจากกระทรวงมหาดไทย ให้ความเห็นว่า การกำหนดเกณฑ์พิจารณาที่ไม่สมดุลเช่นนี้ ผู้ที่เสียประโยชน์ย่อมเป็นกทม. และประชาชน ที่หมดโอกาสในการเลือกใช้บริการเอกชนที่แสดงราคาต่ำที่สุดไปโดยปริยาย ไม่มีทางที่จะได้ของดีราคาถูก กลับต้องจ่ายแพงให้กับบริษัทที่ได้คะแนนเทคนิคมากกว่าแต่อาจเสนอราคาแพงที่สุด ที่น่าเป็นห่วงเพราะเมื่อพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะพบว่า รายการด้านเทคนิคทั้ง 5 หัวข้อ กล่าวคือ

1.รายละเอียดการยื่นเสนอ ด้านเทคนิค 450 คะแนน 2. ประสบการณ์ผู้ยื่นข้อเสนอในการดำเนินการโรงงานเตาเผามูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน 500 คะแนน 3. แผนการดำเนินงานก่อสร้างและบริหารจัดการโรงงานเตาเผา 200 คะแนน 4. ระบบการรวบรวมมูลฝอยก่อนเข้าสู่ระบบการกำจัด 150 คะแนน และ 5. การวิเคราะห์ทางการเงิน 300 คะแนน

" ทีโออาร์ทั้ง 2 ฉบับ ให้น้ำหนักเรื่องผลงานมากที่สุด คือ 500 คะแนน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า หากผู้เข้าประกวดมีผลงานสามารถกำจัดมูลฝอยในระบบเตาเผามากกว่าหรือเท่ากับ 500 ตันต่อวัน ได้จะคะแนนเต็ม เช่นเดียวกับสัญญาสัมปทานในรูปแบบ BOT หรือ Build Operate Transfer ซึ่งเป็นการลงทุนโดยเอกชน พร้อมกับดำเนินการและส่งมอบคืนในกับกทม. เมื่อครบสัญญา เงื่อนไขเหล่านี้ล้วนเข้าทางบริษัทที่มีความใกล้ชิดกับ กทม. อยู่แล้ว” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า การพิจารณาให้คะแนนด้านเทคนิค เป็นการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการประกวดราคาเป็นสำคัญ ซึ่งผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ กทม.คนใดที่จะมาเป็นคณะกรรมการฯ จะต้องใจกล้ามากๆ ไม่ใช่แค่ยื่นขาเข้าไปอยู่คุก แต่ทั้งตัวเข้าไปอยู่ในคุกตั้งแต่แรก เพราะการให้คะแนนอาจเป็นไปในลักษณะไม่โปร่งใส ส่อว่าอาจจะเอื้อให้กับใครบางคนหรือไม่ หากทีโออาร์ เป็นเช่นนี้ แทบจะปิดทางบริษัทรับกำจัดขยะรายใหม่ หรือกระทั่งบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศโดยสิ้นเชิง รายการด้านเทคนิค 5 ข้อ ก็ล้วนแต่เข้าทางบริษัท ที่มีความใกล้ชิดกับ กทม. อยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเดิมที่มีผลงานสามารถกำจัดมูลฝอยในระบบเตาเผามากกว่า หรือเท่ากับ 500 ตันต่อวัน บริษัทใหญ่มาจากเมืองนอก ก็ไม่ได้ล่วงรู้ขอบเขตรายละเอียดด้านเทคนิคของโครงการมาล่วงหน้า คงไม่สามารถจัดทำข้อเสนอรายละเอียดทางเทคนิคได้ทัน โดยเฉพาะการรับรองจากสถานทูตไทยในประเทศต้นทางของบริษัท แล้วยังต้องให้กระทรวงการต่างประเทศของไทยรับรองในชั้นสุดท้าย จึงจะยื่นซองกับ กทม.ได้ แม้จะมีเวลาเป็นเดือนก็ตาม ก็ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการได้ทันหรือไม่ โครงการมีมูลค่าสูง เอกสารก็มีไม่ต่ำกว่าพันหน้า ไม่นับว่าต้องมาทำเรื่องกับกระทรวงพาณิชย์อีกหลายขั้นตอน ยิ่งถ้าประมูลทำแบบแบบรวบรัด จบภายใน 20-30 วัน ทายได้ไม่ยากว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เบื้องต้น กทม.ได้กำหนดการคร่าวๆ ว่า ภายหลังเปิดรับฟังคำวิจารณ์ผ่านเวบไซต์ ถึงวันที่ 16 พ.ย.นี้แล้ว จะมีการประกาศ ทีโออาร์เชิญชวนผู้เข้าร่วมประมูล และต้องมีเวลาในการยื่นประมูลอีกอย่างน้อย 20 วันทำการ สำหรับเอกชนที่สนใจและยื่นเอกสารประมูล เมื่อนับตามปฏิทินจะอยู่ในช่วงวันที่ 17-21 ธ.ค.นี้ เนื่องจากมีความพยายามผลักดันให้โครงการประมูลเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ และเพื่อไม่ให้คาบเกี่ยวกับช่วงเลือกตั้งด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...