xs
xsm
sm
md
lg

ทำนายลุงตู่จะเป็นนายกฯ ต่อ : ดูดาวหรือดูคน?

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง

<b>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี</b>
ในการทำนายทายทักความเป็นมาในอดีต ความเป็นอยู่ในปัจจุบัน และความน่าจะเป็นในอนาคต จะต้องอาศัยศาสตร์พยากรณ์แขนงใดแขนงหนึ่ง เช่น โหราศาสตร์และหัตถศาสตร์ เป็นต้น และในแต่ละศาสตร์ก็มีทฤษฎีของศาสตร์นั้นๆ เช่น โหราศาสตร์ก็มีดวงดาว และลายมือก็มีเส้นบนฝ่ามือเป็นหลัก แต่ในภาคปฏิบัตินักพยากรณ์หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หมอดู จะต้องมีการเก็บข้อมูลและทำสถิติการพยากรณ์ของตนเองไว้เป็นข้ออ้างอิงในการตัดสินชี้ขาดว่าดวงชะตาแบบไหนเป็นอย่างไร

อีกประการหนึ่ง ในการพยากรณ์โดยปกติคนทุกคนจะแข่งกับตัวเองระหว่างความยากง่ายของสิ่งที่แต่ละคนจะทำกับศักยภาพของแต่ละคน ดังนั้น คำนำพื้นดวงหรือเส้นหลักของลายมือมาเทียบกับความยาวแล้ว 80% มีโอกาสทำได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่ถ้าพยากรณ์ผลของการแข่งขันก็จะต้องดูคู่แข่งทุกคนแล้วนำมาเปรียบเทียบกันจึงจะบอกได้แน่นอนว่าใครได้เป็น นี่คือหลักการในการทำนายโดยการใช้ศาสตร์แขนงใดแขนงหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โหราศาสตร์ แต่ถ้าดูโดยการนั่งทางในซึ่งเป็นของการฝึกจิตจนได้ฌานขึ้นที่เรียกทิพยจักขุ และทำนายโดยฌานนั้น ก็ยากแก่การอธิบาย เพราะเป็นเรื่องที่รู้เฉพาะตัวหรือที่เรียกว่า ปัจจัตตัง

ดังนั้น ในกรณีของหมอแก้วมูล บัวเงิน ทำนายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า “ท่านเป็นคนดวงแข็ง งานทุกอย่างที่ทำจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีจิตใจหนักแน่น มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับทุกคน ดังนั้น จะได้เป็นนายกฯ ไปอีกยาว”

ถ้าดูจากคำทำนายดังกล่าวข้างต้น เริ่มด้วยคำว่า ดวงแข็ง ไม่ทราบว่าดูจากดาวอะไร และอยู่เรือนไหน และถ้าดูจากลายมือไม่ทราบว่าดูจากเส้นไหน และลักษณะของฝ่ามือเป็นแบบไหนจึงเรียกว่า ดวงแข็ง

ส่วนประเด็นที่ว่างานที่ทำจะประสบความสำเร็จนั้น ถ้าดูจากความเป็นมาในอดีต 4 ปีกว่าที่ผ่านมา ผลงานที่ทำได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความยากจน และปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ดังนั้น คำทำนายประเด็นนี้สวนทางกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าหมายถึงงานที่จะทำในอนาคต ก็จะต้องย้อนไปดูอดีตเมื่อ 4 ปีกว่าที่ล้มเหลว จะเชื่อได้อย่างไรว่าอนาคตจะประสบความสำเร็จ ทั้งนี้อนุมานโดยอาศัยตรรกศาสตร์ได้ไม่ยากว่า เมื่อ 4 ปีกว่าที่ปกครองในระบอบเผด็จการโดยมีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือ ยังทำงานไม่บรรลุเป้าหมายเป็นที่ยอมรับของประชาชนในอนาคต ซึ่งเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยที่มีทั้งฝ่ายค้าน และนายทุนพรรคการเมืองคอยชี้นำ และกำกับทิศทางดำเนินการอยู่ด้วยแล้ว โอกาสที่จะดำเนินการแก้ปัญหาซึ่งเป็นอุปสรรคต่อส่วนรวม แต่เอื้อประโยชน์แก่ปัจเจกซึ่งเกื้อหนุนนักการเมืองทำได้ยาก ยิ่งถ้าดูเหตุผลรองรับความสำเร็จในประเด็นที่ว่าเป็นคนมีจิตใจหนักแน่นด้วยแล้ว อนุมานได้ว่า คำทำนายข้างต้นเป็นการพูดเพื่อยกยอปอปั้นมากกว่าจะเกิดขึ้น โดยอาศัยศาสตร์แขนงใดๆ เพราะเท่าที่ปรากฏจากพฤติกรรมซึ่งแสดงออกทางวาจา และท่าทางที่พล.อ.ประยุทธ์แสดงต่อนักข่าวที่ตั้งคำถาม ซึ่งไม่เป็นที่สบอารมณ์หลายต่อหลายครั้งด้วยวาจาที่เกรี้ยวกราด และแฝงด้วยโทสจริต ซึ่งตรงกันข้ามกับคำทำนายโดยสิ้นเชิง

ประเด็นสุดท้าย ที่ว่าจะเป็นนายกฯ ต่อไปอีกยาว เป็นประเด็นที่ผิดก็ได้ ถูกก็ได้ ในแง่ของการพยากรณ์โดยอาศัยศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โหราศาสตร์ เนื่องจากผู้ทำนายไม่ได้นำดวงชะตาของคู่แข่งคนอื่นๆ มาเปรียบเทียบ

แต่ถ้าดูคนโดยไม่ต้องอาศัยศาสตร์ใดๆ ก็บอกได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสได้เป็นนายกฯ ในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ยาก เนื่องจากว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการไม่ยอมรับในด้านผลงานนี้เอง จะนำไปสู่การปฏิเสธที่จะลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคที่ประกาศหนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัยแน่นอน

เมื่อเสียงที่สนับสนุนน้อย แม้จะมี ส.ว.สนับสนุนก็มีโอกาสน้อย เพราะ ส.ว.เองก็ต้องดูทิศทางทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นผู้กำหนดทิศทาง ดังนั้น คงจะไม่สวนกระแสประชาชนในรูปแบบที่เรียกว่า พวกมากลากไป เพราะถ้าทำเช่นนั้นจุดจบก็จะเหมือนทุกรัฐบาลที่มีพฤติกรรมเผด็จการทางรัฐสภาในอดีตที่ผ่านมา
กำลังโหลดความคิดเห็น...