xs
xsm
sm
md
lg

แจงเก็บภาษีเค็ม-ไขมันทราน เตรียมพิกัดภาษีรับ “บุหรี่ไฟฟ้า”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"อธิบดีกรมสรรพสามิต" แจงเก็บภาษีสินค้าไขมันทราน-ความเค็ม ห่วงสุขภาพ ปชช. เผยพร้อมเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า หาก “พณ.-สธ.” ไฟเขียวนำเข้า ระบุรอบ 3 เดือนดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวพกบุหรี่ไฟฟ้าไปแล้ว 80 คดี ค่าปรับรวม 5 ล้านบาท

วานนี้ (8 พ.ย.) นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงแนวคิดเรื่องการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในสินค้าที่ใช้ไขมันทรานส์และสินค้าที่มีความเค็ม ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ สำหรับความจำเป็นที่ต้องมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เพราะต้องการดูแลสุขภาพของคนในประเทศ ไม่ได้เป็นเพราะรัฐบาลถังแตกต้องการหารายได้เพิ่มแต่อย่างใด เป็นเรื่องนโยบายที่จะช่วยดูแลเรื่องสุขภาพของคนในชาติ กินเค็มมากไปก็เป็นโรคไต ส่วนไขมันทรานส์แม้จะมีการห้ามนำเข้า แต่ระหว่างกระบวนการผลิตก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะต้องไม่ให้มีอยู่ในอาหาร กรมสรรพสามิตต้องการเปลี่ยนบทบาทที่ถูกมองว่าเป็นกรมที่จัดเก็บภาษีบาป ซึ่งหมายความว่ายิ่งเก็บภาษีได้มาก ผลเสียกับประชาชนก็มาก มาเป็นกรมจัดเก็บภาษีที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย

ส่วนกรณีที่จะมีการจัดเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้านั้น กรมสรรพสามิตยืนยันว่ากรมฯ พร้อมเก็บภาษี เพราะมีอัตราภาษีอยู่ในพิกัดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ แต่การตัดสินใจว่าจะเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์ ที่น่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนถึงความจำเป็นการจัดเก็บภาษีมากกว่า และสาเหตุที่ที่ผ่านมาไม่มีการเก็บภาษี เพราะกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพ โดยที่ผ่านมา 3 เดือน กรมดำเนินการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายผ่านทางออนไลน์ มีการฟ้องร้องไปแล้วกว่า 80 คดี คิดเป็นค่าปรับประมาณ 5 ล้านบาท

"ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์รับทราบปัญหาแล้ว และมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาพิจารณาในเรื่องนี้ คงต้องดูว่าคณะทำงานจะพิจารณาอย่างไร แต่ในชั้นนี้บุหรี่ไฟฟ้ายังถือว่าเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้า จึงไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ ทางกรมฯ เป็นส่วนของปลายน้ำ ถ้าทางต้นนำ เห็นว่าสามารถนำเข้าได้ เราถึงค่อยเก็บภาษี เรามีพิกัดภาษีรองรับไว้แล้ว" อธิบดีกรมสรรพสามิตระบุ

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST)” และเฟสบุ๊ค “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมทบทวนมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ากับ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต มีกำหนดนิยามบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว มีกลไกให้กระทรวงสาธารณสุข สามารถควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า และกำหนดอายุขั้นต่ำผู้ซื้อผู้ขายได้ ดังนั้นประกาศกระทรวงพาณิชย์ ปี 2557 ที่กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้าม จึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าฯ ได้เสนอให้ที่ประชุมการทบทวนมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้า โดยชี้ให้เห็นว่าเป็นมาตรการที่ปิดกั้นโอกาสของผู้บริโภคในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อันตรายต่อสุขภาพน้อยกว่า อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ รัฐบาลจัดเก็บภาษีสรรพสามิต แก้ปัญหาผู้ใช้หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกจับกุมรีดไถเพราะความไม่ชัดเจนของกฎหมายได้ด้วย แต่การประชุมเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งรัฐบาลควรจะถือโอกาสนี้ตั้งคณะทำงานที่เป็นกลางเพื่อรวบรวมผลวิจัยบุหรี่ไฟฟ้าหรือทำการศึกษาอย่างเป็นระบบเพื่อการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ทันต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้าขึ้น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...