xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ทุรชน อสุรกายการเมืองเริ่มเปิดตัว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"โสภณ องค์การณ์"

ใกล้วันเลือกตั้งที่คนบางกลุ่มมีความหวังว่าจะเกิดขึ้นจริง กลุ่มก๊วนนักเลือกตั้งหน้าเก่าหน้าใหม่เร่งเปิดตัวให้ชาวบ้านได้รับรู้ความมีตัวตน แม้จะยังไม่ปลดล็อก ก็ยังหาช่องทางทำกิจกรรมต่างๆ ดูสภาพโดยรวมแล้ว ไม่ได้สร้างความรู้สึกว่าบ้านเมืองจะมีอนาคตดีขึ้น

แต่ละก๊วนหมายมั่นปั้นมือจะได้เข้ามีส่วนกุมอำนาจรัฐ เพื่อเอาทรัพย์สินแผ่นดินมาแบ่งปันกัน ปากก็อ้างว่าอยากทำงานการเมือง ตั้งชื่อพรรคเน้นความเข้มแข็ง ถ้าไม่ใช่ “พลัง...” ก็ “เพื่อ...” ทุกก๊วนโกหก ไม่พูดความจริง ที่แท้คือ “เพื่อตัวเองและพวกพ้อง”

ไม่กล้าบอกชาวบ้านว่าพร้อมจะจัดกิจกรรมไม่ซื่อ เตรียมซื้อเสียง หว่านล้อมคนมีระดับในพื้นที่เข้าเป็นหัวคะแนนหว่านเงิน เมื่อศึกครั้งนี้เดิมพันสูง ต้องทุ่มทรัพยากรให้เต็มที่ ถ้าพ่ายแพ้ ไม่ได้รับเลือก หมายถึงสภาวะอดอยากปากแห้ง สิ้นหนทางทำมาหากิน

ไม่เห็นมีกลุ่มไหนกล้าประกาศว่า “พวกเราลงขัน ลงทุนก้อนใหญ่เข้ามาเพื่อทำธุรกิจการเมือง ถ้าสำเร็จ ต้องถอนทุน กอบโกยกำไรให้คุ้ม โอกาสแบบนี้หายาก ถ้าโชคร้ายถูกจับได้ไล่ทัน ก็หอบเงินหนีไปเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ ไม่มีใครไล่ตามจับ”

ความปลิ้นปล้อน ลีลากะล่อนของนักลงทุนเสี่ยงโชคทางการเมือง ไร้ขอบเขต พวกที่ประกาศตัวว่าเป็นนักการเมือง หรือเข้าสู่วงการเมืองเลือกตั้ง ต่างแสดงให้ชาวบ้านเห็นศักยภาพด้านรอบจัด เล่นลิ้น คารมลูกเล่นแพรวพราว สะท้อนให้เห็นความเป็นคนไม่ซื่อ

ถ้ากล้าโกหกต่อชาวบ้านก่อนวันเลือกตั้ง นับประสาอะไรกับพฤติกรรมที่มุ่งไปสู่การทุจริต ความเหมือนของนักเสี่ยงโชคการเมืองคือมีความกล้าหาญที่จะไม่รู้สึกอาย

ไปตะลอนๆ หาเสียงแท้ๆ ยังอ้างหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ไปหาเสียง ถ้างั้นก็ไปหาความนิยม ไปออดอ้อนหาการสนับสนุนจากชาวบ้านที่ตะโกนเชียร์ให้ “สู้ๆ” โดยไม่รู้ว่าจะไปสู้กับใคร มีศึกเหนือเสือใต้ที่ไหน ชาวบ้านต้องตะโกนให้รู้ว่า “สู้ๆ” ให้เอาชนะตัวเองก่อน

อารมณ์ของตัวเองยังคุมไม่ได้ นับประสาอะไรที่จะไปกำหนดชะตากรรมแผ่นดินให้ไปในทิศทางที่ดีงาม สำหรับคนเดิมที่อยากอยู่ต่อ ถ้ามีฝีมือจริง มีเจตนาดี คิดซื่อต่อบ้านเมือง เห็นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ประเทศไทยจะอยู่ในสภาพเช่นนี้หรือ

ถ้าทำดีจริง มีผลงานชัดเจน ก็ไม่จำเป็นต้องไปตะลอนตากหน้า สร้างอีเว้นท์หาเสียง หาความนิยมให้ชาวบ้านชื่นชม เพียงแต่คนรู้ทันมองว่าที่ผ่านมาทำงานเพื่อเอื้ออวยนายทุน กลุ่มผลประโยชน์ ชาวบ้านทั่วไป ไร้สิทธิประโยชน์อยู่อย่างลำบากแทบรากเลือด

โฮ่ย! แค่มีเสียงชาวบ้านบอกว่า “นั่นเป็นโครงการประชานิยม” ยังทำเป็นโมโห อ้างว่าไม่ใช่ประชานิยม! พิลึกจริงๆ จะให้เข้าใจว่าโครงการต่างๆ ที่เอาไปลงพื้นที่ให้ชาวบ้านชอบนั้น “ไม่ใช่โครงการที่ประชาชนนิยม” เป็นโครงการที่ “ชาวบ้านไม่ต้องการ” หรือ

คำว่า “ประชานิยม” มันแสลงหู แทงใจดำ ถูกมองว่าลอกเลียนแบบโครงการที่รัฐบาลท่านเหลี่ยมได้วางรากฐานเอาไว้เช่นนั้นหรือ ก็คนริเริ่มเขายังกล้าบอกว่าเป็นโครงการประชานิยม ถ้าไม่ใช่โครงการประชานิยมก็ไม่ต้องทำตามอย่างเขา

แล้วที่เรียกว่าเป็น “โครงการประชารัฐ” มันมีรูปแบบแตกต่างกันตรงไหน และทำไมไม่รู้สึกว่าต้องอายเมื่อเอาชื่อโครงการประชารัฐ แต่ใช้เงินภาษีของประชาชน มาตั้งเป็นชื่อพรรคการเมือง “พลังประชารัฐ” โดยไม่เกรงว่าชาวบ้านจะรู้สึกสับสน เข้าใจผิด

ยอมรับเถอะว่า “โครงการประชารัฐ” ก็เป็นโครงการที่ “ประชาชนนิยม” ถ้าชาวบ้านไม่นิยม แล้วจะเอาเงินภาษีประชาชนไปหว่านทำตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หมดไปเป็นแสนๆ ล้านบาททำไมกัน ไม่รู้สึกว่าต้องอาย ต้องรับผิดชอบความเสียหายหรือ

ความกล้าหาญทางการเมืองแค่นี้ยังไม่มี แล้วจะให้ชาวบ้านคาดหวังอะไรได้ คำคมในวงการยุทธจักรบู๊ลิ้มบอกเสมอว่า “ลูกผู้ชายกล้าทำ ต้องกล้ารับ” ยิ่งเป็นชายชาติทหารตามคำอ้าง เคยผ่านศึกเหนือเสือใต้ เป็นนักรบในสมรภูมิมาก่อนหรือไม่ ไม่สำคัญ

อ้าว! ก็ไม่มีศึกสงคราม จะให้เป็นนักรบไปรบกับใคร จริงหรือเปล่า มียิงเปาะแปะตามชายแดนภาคตะวันออก ไทยเสียปราสาทพระวิหารไป ไม่เห็นมีใครยื่นหน้าแอ่นอกรับผิดชอบ อ้อ! มีกลุ่มคนเดินคารวะแผ่นดิน แต่ไม่เฉียดไปใกล้แผ่นดินเท่าแมวดิ้นตาย

ภาคการเมืองคึกคัก ภาคธุรกิจก็หวังเช่นกันว่าการเมืองน่าจะทำให้เงินสะพัด ยิ่งถ้าได้กลุ่มเสือหิวหน้าเดิมๆ ทั้งเดิมเก่า เดิมใหม่ เข้ามา การทำมาหากินน่าจะง่ายขึ้น แม้จะต้องเริ่มต้นสร้างฐานเครือข่ายใหม่ แต่รู้ทางกัน แบบวัวเคยขา ม้าเคยขี่ คนเคยได้กิน

ในศูนย์การค้า ช้อปปิ้งมอลล์ มีแต่ความโหรงเหรง เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คนเดินแทบนับหัวได้ ชั้นที่เปิดร้านอาหารบางแห่งต้องปิดตัว กั้นไว้ เพราะไม่มีลูกค้าช่วยอุดหนุนให้อยู่ได้มีเงินจ่ายค่าเช่าพื้นที่แสนแพง ค่าแรงพนักงาน ต้นทุนสูง แต่ขายไม่ได้

ส่วนหนึ่งซื้อของออนไลน์ แต่ก็ไม่ได้มากขนาดนั้น อำนาจการซื้อของคนทั่วไปอ่อนล้า ทำมาหากินลำบาก เว้นแต่เครือข่ายของกลุ่มทุนใหญ่ ครบวงจร ปิดตลาดทำให้พ่อค้า แม่ค้าทั่วไปอยู่ยาก มีแต่คนอยู่ในวงจรอำนาจรัฐ คนกุมอำนาจที่ยังตีสีหน้าระรื่นชื่นมื่น

ชาวบ้านทั่วไปอกไหม้ไส้ขม จะไปร้องแรกแหกปากให้ใครฟัง ท่านผู้ใหญ่ผู้โตสนุกกับการเดินสายหาเสียง ไม่ต้องใช้ความคิดมาก เพียงแต่ปั้นหน้าเปื้อนยิ้มรับการจัดฉาก

ต้องรอดูว่าหลังจากปลดล็อก กลุ่มทุรชน อสุรกายการเมือง เริ่มหาเสียงได้แล้ว คนตีสีหน้าระรื่นจะยังปั้นหน้ารับกระแสการเปิดโปงพฤติกรรมได้หรือไม่ ในศึกเลือกตั้ง การหาเสียงไม่ใช่การยอวาทีหรือกล่าวถึงคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามด้วยคำหวานชื่นชม มีแต่รอถล่ม

ศึกการเมืองสู่การเลือกตั้งโดยไร้การปฏิรูปโครงสร้าง ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านมีความหวังว่าสภาพจะดีขึ้น ความขัดแย้งรออยู่เพราะการขาดความกล้าหาญในการจัดการ ทำให้เป็นสภาวะ “เสียของ” เสียโอกาสของบ้านเมือง มีกลุ่มกอบโกยที่อยู่ดีกินดี

ถ้าเกิดปัญหา อย่าโทษคนอื่น เตรียมคำตอบไว้ก็แล้วกันว่า “จะรับผิดชอบอย่างไร” ล้มเหลวด้วยการไม่ปฏิรูปแล้ว อย่าให้ประชาชนมองว่าไร้ศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ สิ้นคุณค่า

อดีต ผบ.ตร. สันต์ ศรุตานนท์ เคยพูดให้ฟังว่า “เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความหล่อ ความดี ต้องให้คนอื่นเขาพูด เราพูดเองไม่ได้” ดังนั้น ใครก็ตามที่อ้างว่า “เอาความดีเข้าสู้” ต้องบอกด้วย “ความดี” ที่ว่า มีแค่ไหน ใครยอมรับ เทียบได้หรือไม่กับความเสียหาย

ถามง่ายๆ คำตอบน่าจะหาได้ไม่ง่ายนะ ต้องใช้ความกล้าหาญมาก!




กำลังโหลดความคิดเห็น...