xs
xsm
sm
md
lg

ลุงโง่ที่ชื่อสุเทพ กับพวกงอมืองอเท้าและถ่อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“หนึ่งความคิด”
“สุรวิชช์ วีรวรรณ”

การเดินคารวะแผ่นดินของ สุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทยนั้น แม้จะเลี่ยงบาลีว่า เป็นการเดินหาสมาชิกและกกต.ก็บอกว่ากระทำได้ แต่ผมสงสัยนะครับว่า ถ้าพรรคการเมืองลงเดินถนนกันหมดด้วยอ้างวิธีการเดียวกัน คสช.จะอนุญาตให้ทำหรือไม่ ในระหว่างที่ยังไม่ปลดล็อกทางการเมือง

แน่นอนล่ะว่า การเดินครั้งนี้คงมีคนที่ชื่นชมออกมาต้อนรับขับสู้ซึ่งน่าจะมากกว่าคนที่ต่อต้าน แต่จากข่าวคราวก็มีคนต่อต้านไม่น้อย ดังนั้นจะโทษสื่อว่านำเสนอแต่ด้านลบก็ไม่ได้หรอก เพราะการได้รับการต้อนรับนั้นถือเป็นเรื่องปกติ แต่การถูกต่อต้านนั้นเป็นเรื่องตรงกันข้ามที่จะห้ามไม่ให้สื่อนำเสนอก็คงจะไม่เข้าใจธรรมชาติของสื่อ

ระหว่างประชาชนมาต้อนรับกับต่อต้านต่อให้ไม่ใช่นายสุเทพเป็นบุคคลอื่นสื่อก็ต้องเสนอด้านที่ถูกต่อต้านอยู่ดี ถ้าเปลี่ยนเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ต้องเป็นข่าวเหมือนกัน ดังนั้นเป็นเรื่องปกติครับ ที่ต้องบอกอย่างนี้เพราะเห็นสาวกของนายสุเทพจำนวนหนึ่งเที่ยวโวยวายกล่าวหาสื่อว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมกับนายสุเทพ

แต่ที่ผมจะแปลกใจก็คือ การที่อาจารย์สุวินัย ภรณวลัย ออกมากล่าวหาคนที่ติฉินนายสุเทพว่า เป็น“คนฉลาดที่งอมืองอเท้า” แล้วบอกว่า มีแต่คนถ่อยเท่านั้นที่เยาะเย้ยความบากบั่นของคนอื่น

ผมคิดว่านี่เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมอย่างมาก คนที่ไม่สนับสนุนนายสุเทพถูกเหมารวมว่าเป็นคนที่งอมืองอเท้าหรือ คนที่ติฉินนายสุเทพกลายเป็นคนถ่อยเช่นนั้นหรือ

การเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั้นมีคนเห็นต่างกันได้ ชื่นชมบุคคลต่างกันได้ เช่นบางคนชื่นชมทักษิณ แต่ถ้าเราจะชี้ให้เขาเห็นว่า การชื่นชมทักษิณเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เราต้องสะท้อนความไม่ดีของทักษิณออกมา ถ้าคนที่หนุนทักษิณไม่เห็นด้วย เขาก็ต้องออกมาตอบโต้ด้วยเหตุผลที่เหนือกว่า เขาคงไม่เอาแค่ด่าทอว่า คนที่ติฉินทักษิณ เป็น “คนฉลาดที่งอมืองอเท้า” หรือด่าทอฝ่ายตรงข้ามว่า เป็นคนถ่อย

แน่นอนการพูดกล่าวหาด้านลบต่อฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยถ้อยคำรุนแรงนั้นมีอยู่ทั้งสองเสื้อสีการเมือง ทั้งคนที่ถูกกล่าวหาว่า เป็น “ควายเหลือง” และเป็น “ควายแดง” แต่นั่นเป็นเรื่องที่ยากจะแยกแยะจากความหลากหลายระดับความเข้าใจรับรู้และทัศนคติของกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย แต่การด่าทอด้วยการขาดเหตุผลแบบสาดโคลนเข้าหากันนั้นไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องแน่

ดังนั้นที่การออกมากล่าวหาว่า คนที่ไม่เห็นด้วยกับนายสุเทพเป็นคนงอมืองอเท้าและเป็นคนถ่อยแบบเหมารวมนั้นไม่น่าจะถูกแน่

แน่นอนอาจารย์สุวินัยพูดเช่นนี้เพราะชื่นชม นายสุเทพและชื่นชมในอุดมการณ์ของพวกพ้องในพรรคเดียวกัน

แต่อาจารย์สุวินัยต้องยอมรับให้ได้ว่า ภาพของนายสุเทพในฐานะนักการเมืองนั้นไม่ใช่ผ้าขาวในฐานะนักการเมืองที่มีอุดมการณ์อันสูงส่ง ไม่ใช่คนที่เรามองเห็นด้านของความสำเร็จในฐานะนักการเมืองเลยแม้จะเข้าสู่การเมืองมานานมากแล้ว แน่นอนล่ะว่า คนเราทุกคนนั้นมีด้านดีและด้านไม่ดีเหมือนกัน คนที่ศรัทธาก็อาจจะเชิดชูด้านดีของคนที่ตัวเองศรัทธาออกมา แต่ที่ไม่ศรัทธาเขาก็จะต้องยกด้านที่ไม่ดีออกมาประจานเช่นเดียวกัน

แต่คนที่ติดตามการเมืองมานานก็น่าจะรู้ว่านายสุเทพนั้นระหว่างด้านดีกับด้านไม่ดีนั้นมีด้านไหนมากว่ากัน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนคนหนึ่งจะกลับเนื้อกลับตัวมาเป็นคนดีไม่ได้ หรือดีกว่าที่ดีอยู่แล้วไม่ได้ แต่ความเชื่อไม่เชื่อคาดหวังไม่คาดหวังก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน

ถามว่าการที่ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ออกมาเตือนให้นายสุเทพและพวกพ้องหยุดนั้น เป็นเพราะความถ่อยหรือเป็นคนฉลาดที่งอมืองอเท้า หรือว่านี่เป็นน้ำเสียงของมิตรกันแน่ ที่สำคัญดร.อาทิตย์เป็นคนที่งอมืองอเท้าต่อปัญหาของบ้านเมืองหรือเป็นคนถ่อย คิดว่าอาจารย์สุวินัยก็ต้องตอบว่า ไม่ใช่แน่

สำหรับผมคิดว่าดร.อาทิตย์พูดออกมา เพราะมองไม่เห็นว่าจะคาดหวังอะไรได้เลยนั่นเอง

นอกจากนั้นผมคิดว่า บ้านเมืองนั้นเป็นภาระของทุกคน ไม่ใช่เราที่ทำอยู่ฝ่ายเดียว คนอื่นเขาก็ทำ แม้กระทั่งคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกับเรา เขาก็เชื่อมั่นว่า สิ่งที่เขาทำอยู่นั้นถูก ดังนั้น ถ้าใครจะไม่เห็นด้วยกับนายสุเทพก็เป็นทัศนคติของเขาต่อนักการเมืองคนหนึ่งเท่านั้นเอง

ไม่ใช่ “คนฉลาดที่งอมืองอเท้า”และไม่ใช่ “คนถ่อย”

ส่วนนายสุเทพจะเป็นลุงโง่ย้ายภูเขาในความหมายที่อาจารย์สุวินัยต้องการยกย่องในฐานะผู้มีความเพียรที่จะฟันฝ่าอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อหรือไม่ ก็เป็นสิทธิของอาจารย์สุวินัย แต่ถ้ามีคนฟังแล้วขำๆ ก็เป็นเรื่องของเขา

อย่างที่ว่ามาคือนายสุเทพไม่ได้เป็นคนแปลกใหม่ทางการเมือง แต่ถ้าบอกว่าเป็นนักการเมืองที่แตกลายงาก็ต้องบอกว่าใช่แน่ ดังนั้นหลายคนจึงมีสิทธิ์จะไม่ปลื้มเพราะเห็นฝีไม้ลายมือความสามารถและผลงานในอดีตของนายสุเทพมาแล้ว การออกมานำมวลชนเพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ไม่ใช่การกระทำครั้งนั้น จะทำให้นายสุเทพลอกคราบเป็นคนใหม่ที่น่าตื่นเต้นไปได้

ลุงโง่อาจจะมองว่า ภูเขาคงไม่งอกออกมามากกว่านี้แน่ ดังนั้นถ้าจะขนหินออกมาทีละนิดทีละน้อย ด้วยความเพียรและมุมานะวันหนึ่งภูเขาที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นก็จะมลายหายไปแน่ แต่ถ้ามองเห็นอุปสรรคที่ขัดขวางการเมืองไทยให้เดินไปในวิถีทางที่ถูกต้อง เชื่อมั่นขนาดนั้นเลยหรือว่า สิ่งที่นายสุเทพที่เราเคยรู้จักความสามารถและนิสัยใจคอนี้จะเป็นคนที่นำพาเราฝ่าการเมืองที่ไม่ปกติไปได้

แต่อาจารย์สุวินัยก็ไม่ได้ผิดนะครับที่เปรียบนายสุเทพเป็นลุงโง่ เพราะเป็นสิทธิของอาจารย์สุวินัยที่จะชื่นชมใคร และจะเขียนชื่นชมใครแบบไหน แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะกล่าวหาคนที่ไม่สนับสนุนและติฉินนายสุเทพแบบเหมารวมแบบนี้

เข้าใจครับว่า เจตนาของเรื่องลุงโง่ย้ายภูเขานั้นต้องการให้หลายคนซาบซึ้งในความเพียรและความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคขวากหนาม วันหนึ่งก็ต้องทำสำเร็จหรือถ้ายังไม่สำเร็จคนรุ่นหลังที่มาสืบทอดอุดมการณ์ก็ต้องทำสำเร็จ

แต่สิ่งที่นายสุเทพทำเป็นเรื่องขนาดนั้นจริงไหม เป็นเรื่องแปลกใหม่หรือนิมิตหมายใหม่ในทางการเมือง เป็นเรื่องปรากฎการณ์ที่เหนือการคาดหมายไหม ไม่ใช่เลย ก็เป็นเพียงวิธีการปกติของนักการเมืองคนหนึ่งเท่านั้นเอง

แม้นายสุเทพจะอ้างว่า ตัวเองไม่ต้องการเป็นส.ส. ไม่ต้องการรับตำแหน่งอะไรในพรรค และไม่ต้องการรับตำแหน่งทางการเมืองอีก ดังนั้นการตั้งพรรคการเมืองและเดินสายสนับสนุนพรรคการเมืองนั้นไม่ได้เป็นการผิดคำพูด แต่คนรุ่นเราเห็นคนที่พูดแบบนี้มามากแล้ว โดยเฉพาะที่เราเห็นคนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองแต่ยังอยู่เบื้องหลังนักการเมือง แน่นอนเขาไม่ได้เป็นรัฐมนตรีไม่มีตำแหน่งในพรรค แต่เป็นผู้มีอิทธิพลที่เหนือพรรคและเหนือรัฐมนตรีนั่นเอง

สิ่งเหล่านี้เป็นการเลี่ยงบาลีที่สังคมเคยประสบมาแล้ว และในความจริงมีใครคิดบ้างว่า นายสุเทพจะไม่มีอิทธิพลเหนือคนในพรรคเดียวกัน เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครเชื่อว่านายทักษิณไม่มีอิทธิพลเหนือพรรคเพื่อไทย แม้จะต่างกันตรงที่นายสุเทพเป็นผู้ก่อตั้งพรรคและสมาชิกพรรคอย่างเปิดเผยไม่ได้ปิดบังอะไร แต่ไม่มีใครเชื่อหรอกว่านายสุเทพเป็นสมาชิกพรรคธรรมดาๆ คนหนึ่งจากสิ่งที่นายสุเทพแสดงออกมา

พรรคของนายสุเทพแม้จะมีคนรู้จักหลายคนเข้าไปร่วมก่อตั้ง หลายคนเป็นคนดี มีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างน่าชื่นชม แต่กระบวนการสร้างพรรคนี้มีอะไรที่เป็นนิมิตหมายใหม่บ้าง มันจะเป็นพรรคของประชาชนทุกคนจริงหรือ แต่การแสดงออกของนายสุเทพที่เห็นชัดว่า มีอิทธิพลเหนือทุกคนในพรรคมันก็ยากที่จะเชื่อแล้วว่า นี่จะเป็นพรรคที่เป็นความหวังใหม่ของสังคมได้

ผมก็ภาวนาให้พรรคนี้ประสบความสำเร็จนะครับ ไม่เป็นแบบพรรคการเมืองอื่นที่มุ่งหวังเพื่ออำนาจทางการเมือง เข้าสู่การเมืองเพื่อสร้างสรรค์วิถีทางที่ถูกต้องและดีงามให้กับประเทศชาติและสังคม แต่ ณ เวลานี้ยังมองไม่เห็นหนทางนั้น ขอให้ความไม่เชื่อมั่นของผมเป็นความผิดพลาดก็แล้วกัน เพื่อจะก่อเกิดพรรคการเมืองดีๆ สักพรรค

แต่สิ่งที่เห็นจากพรรคนี้ก็คือ การประกาศตัวว่า จะได้เป็นรัฐบาลแน่ และจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี มันไม่ได้แตกต่างกับพรรคการเมืองอื่นในอดีตเลยนั่นคือ การมุ่งหวังที่จะเป็นรัฐบาล และแน่นอนว่า การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์นั้นมันง่ายมากที่จะได้เป็นรัฐบาลและนำมาเป็นจุดขาย เพราะพล.อ.ประยุทธ์มีแต้มต่อจากส.ว.ที่ตั้งมากับมือแล้วเขียนรัฐธรรมนูญให้ยกมือเลือกนายกรัฐมนตรีได้นั่นเอง

อาจมีคนบอกว่า เป้าหมายของพรรคการเมืองและนักการเมืองในการเข้าไปสู่ศูนย์กลางของอำนาจรัฐและมีบทบาทในฐานะส่วนหนึ่งของรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะคนที่ตั้งพรรคต้องมีเป้าหมายแบบนี้ทั้งนั้น ก็ใช่นะมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมก็ไม่อาจทำใจได้หรอกครับว่า สิ่งที่นายสุเทพทำอยู่นั้นมันต่างกับที่นักการเมืองและพรรคการเมืองอื่นๆ กระทำ

สำหรับผมแล้วจึงมองไม่เห็นความคาดหวังอะไรใหม่ที่จะได้จากพรรคการเมืองนี้มากนัก เมื่อเทียบกับพรรคการเมืองที่มีจุดยืนสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เหมือนกัน

ขณะเดียวกันคนที่ยังรักศรัทธาในนายสุเทพหรือคนดีๆ ในพรรครวมพลังประชาชาติไทยคนอื่นจะสนับสนุนพรรคนี้ก็เชิญเถอะครับ ช่วยกันให้เต็มที่แล้วมาดูกันหลังเลือกตั้งว่า ประชาชนมีความหวังความรักและศรัทธาต่อพรรคการเมืองนี้ขนาดไหน ไม่แน่มวลมหาประชาชนหลายล้านอาจจะเทคะแนนให้พรรคของนายสุเทพทั้งหมดก็เป็นไปได้

ผมก็คาดหวังจะเห็นว่า เพื่อนของผม คนที่รู้จักหรือที่นับถือของผมในพรรคนี้จะช่วยสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นได้ในบ้านเมือง

แต่ผมคิดว่าการที่หลายคนวิจารณ์นายสุเทพคงไม่ใช่พวกงอมืองอเท้าหรือเป็นคนถ่อยไปเสียทั้งหมดแน่ เพียงแต่เขาไม่เชื่อมั่นว่านายสุเทพจะชุบตัวกลายเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในทางการเมืองไปได้เท่านั้นเอง

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan




กำลังโหลดความคิดเห็น...