xs
xsm
sm
md
lg

คนประเทศกูมี ‘ลางสังหรณ์’…

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

จู่ๆ รองนายกฯ สมคิด คนถือธงชูโรง “ไทยแลนด์ 4.0” ขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มบ้อง เป็นต้นตำหรับโครงการ “ประชารัฐ” หน้าฉากของโครงการประชานิยมถมไม่เต็ม เหตุของความหายนะทางเศรษฐกิจของประเทศลาตินอเมริกา ก็พูดถึงลางสังหรณ์

การยกเอา “ลางสังหรณ์” มาพูดนั้น น่าสนใจ โดยปกติแล้ว ลางสังหรณ์ เป็นได้ทั้งลางดีและลางร้าย ส่วนใหญ่น่าจะมีความหมายเชิงลบมากกว่า และประเด็นที่ “เสี่ยสมคิด” พูดนั้นก็คือความคาดหมายว่าคุณท่านผู้นำปัจจุบันนี่แหละน่าจะได้เป็นต่อ

“แม้รัฐบาลใหม่จะเข้ามา แต่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติยังอยู่ ถ้ามีอะไรออกนอกลู่นอกทางก็คงต้องคุยกันแล้วไม่ได้เปลี่ยนแปลงง่ายๆ และผมมีลางสังหรณ์ว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปหน้าตาจะคล้ายคนเดิม.......”

คำว่า “หน้าตาจะคล้ายคนเดิม” ก็ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เผื่อไว้นิดๆ ด้วย!

การอ้าง “ลางสังหรณ์” ครั้งนี้ไม่ใช้การเจื้อยแจ้วให้ชาวบ้านทั่วไปฟัง แต่ “เสี่ยสมคิด” ไปกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานระดับอินเตอร์สำคัญ คือ “งานขายประเทศไทย” ให้นักลงทุนเข้ามากอบโกยความมั่งคั่งจากทรัพยากรประเทศไทยผ่านโครงการอีอีซี

เป็นงานที่รัฐบาลนี้ภาคภูมิใจในการเปิดพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกให้เป็นพื้นที่ลงทุน ใช้กฎหมายพิเศษ มาตรา 44 ทำให้กฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมไร้ความหมาย เพียงเพื่อต้องการเอาใจนักลงทุนต่างชาติ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีกฎอะไรเป็นอุปสรรคกั้น

ยิ่งแย้มว่าผู้นำรัฐบาลต่อไปคือ “คล้ายคนปัจจุบัน” เท่ากับตอกย้ำให้นักลงทุนรู้ว่าไม่ต้องห่วงว่ารัฐบาลจะไม่อวยเอื้อให้ เพราะได้แสดงให้เห็นมาโดยตลอดว่าสามารถใช้กฎหมายพิเศษทำลายข้อห้าม กฎคุ้มครองต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

ถือว่าเป็นงานใหญ่ก่อนสิ้นปี สำหรับรัฐบาลจะได้ประกาศให้นักลงทุนได้รับรู้ว่าแผ่นดินไทยพร้อมอย่างไรที่จะให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามากอบโกยอะไรได้บ้าง เหมือนกับว่าถ้าไม่มีโครงการอีอีซีแล้ว เมืองไทยจะไปไม่รอด ไม่เข้ากลุ่มดิจิตอล อะไรเทือกนั้น

เป็นงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 มีนักธุรกิจชั้นนำระดับ ซีอีโอ เจ้าของธุรกิจระดับโลก นักลงทุน ผู้นำทางความคิดจากทั่วโลกประมาณ 400 คน ร่วมรับฟังว่านโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลชุดนี้ทำจะเดินหน้าต่อ ทั้งโครงการเขตพัฒนาอีอีซี

“เสี่ยสมคิด” เป็นโปรโมเตอร์หลัก งานนี้จะเพิ่มตัวเลขจีดีพี ซึ่งเป็นตัวอ้างอิงสำหรับตีกินผลงานเกี่ยวกับการบริหารเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้ก็ชักนำนักลงทุนจากญี่ปุ่นและจีนมาเป่ากระหม่อมแล้ว พร้อมคำรับประกันเรื่องความสะดวกในการทำมาหากิน
ตีปี๊บป่าวร้อง โดย “เสี่ยสมคิด” เท่ากั
บว่าแผ่นดินไทยพร้อมจะให้ทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการลงทุน ไม่เลือกว่าจะมาจากประเทศไหน ไม่ต้องห่วงว่าคนไทยในพื้นที่จะได้รับผลกระทบอย่างไร แปรสภาพชุมชนสงบสุขตามพื้นบ้านเข้าสู่สภาพพิษเหมือนมาบตาพุด

นอกจากทรัพยากรของแผ่นดินแล้ว นักลงทุนจะมีโอกาสกอบโกยผลประโยชน์จากเงินภาษีของคนไทยที่จ่ายไปเพื่อก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในโครงการอีอีซี ทั้ง ถนนหนทาง สะพาน ไฟฟ้า ประปา ทุกอย่างที่ทำให้นักลงทุนได้ตักตวงได้เต็มบ้องพร้อมกำไร

หายนะจากการลงทุนด้านอุตสาหกรรมจะมากหรือน้อย ยังคาดเดาได้ยาก ที่ไหนมีโรงงานอุตสาหกรรม ที่นั่นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ไม่มากก็น้อย

แต่ประเทศไทย คนไทยส่วนใหญ่ ได้ผลประโยชน์อะไรตอบแทนหรือไม่ ยังไม่มีใครบอกได้ เพราะบริษัทที่จะเข้ามาได้สิทธิประโยชน์ทุกอย่างภายใต้บีโอไอ ภาษีก็ไม่ต้องเสีย ส่งออก ก็ได้สิทธิพิเศษของประเทศไทย ภาษีเงินได้ ภาษีอื่นๆ และส่งกำไรกลับประเทศได้

คนไทยอาจได้จากเงินจ้างงาน บริษัท รปภ. ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็แค่นั้น ถ้าจะมีสารพิษ มลภาวะต่างๆ เกิดขึ้น ก็อยู่สถิตถาวรให้คนไทยได้เสพเป็นการฆ่าตัวตายผ่อนส่งเหมือนสารพิษที่ก่อโดยโรงงานพิษนรก โรงงานแยกขยะนรกที่รัฐบาลนี้ให้นำเข้ามารกแผ่นดิน

การอ้าง “ลางสังหรณ์” นั้น ฝรั่งมีทั้งคำว่า “premonition” “intuition” “hunch” “foreboding” เป็นได้ทั้งลางดี และลางร้าย แต่ส่วนใหญ่ไปทางร้าย คุณท่านผู้นำเองก็ยังอึกอัก ยึกยัก กั๊กๆ ออกตัวว่า “คล้ายก็อาจไม่ใช่คนเดียวกันหรือเปล่า”

หลายคนไม่ต้องอ้างลางสังหรณ์ แต่ดูแนวโน้ม กระแสความคิด ของประชาชน ก็พอจะรู้ว่า “ลางสังหรณ์” ของ “เสี่ยสมคิด” นั้นจะเป็นลางดีหรือลางร้ายกันแน่ ความนิยมของคุณท่านได้เห็นที่ปรากฏในงานเร่ร่อนสัญจร ของแท้ต้องไปเดินถามตามชุมชนต่างๆ

จะได้รับรู้สภาวะ “อกไหม้ไส้ขม ทุกข์ท่วมหัวอกชาวบ้านทุกระดับ” ยกเว้นธุรกิจใหญ่ที่เป็นตัวขับเคลื่อนจีดีพีให้ดูดีในสภาวะ “โกงกระจุก รวยกระจุก จนกระจาย จนคนส่วนใหญ่ใกล้ตายซาก” ทำมาหากินลำบากทั่วแผ่นดิน แต่ผู้นำยังออกลีลาทำหน้าระรื่น

ความขมขื่นของคนห่วงชาติบ้านเมือง ได้แต่หวังพึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน ใครก็ตามที่คิดชั่วร้าย โกงบ้านกินเมือง ทรยศประชาชน ต้องพบกับจุดจบไม่สวย

รัฐบาลนี้ โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรมที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐบริหารจัดการ ได้สร้างความหายนะด้านสิ่งแวดล้อมโดยให้นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพิษอุตสาหกรรมเข้ามาแยกส่วน เอาของดีส่งไปขาย เอาของเน่าพิษทิ้งไว้แผ่นดินไทย

ใครคิดอย่างนี้ ใช้อะไรคิด? ทุกวันนี้ยังปล่อยปละละเลย นายตำรวจที่เคยไล่ตรวจจับเงียบไปแล้ว โดนใบสั่งจากผู้ใหญ่ผู้โตหรือไม่ ยังมีหน้ามาอ้างว่ารักชาติหรือ

ใครสิ้นคิดถึงขนาดต้องเชื่อว่าประเทศไทยอดอยากยากแค้น ต้องหากินกับขยะ ดูแล้วไม่ต่างจากชีวิตซาเล้งรับซื้อของเก่า พวกคุ้ยขยะ แยกส่วน ทั้งๆ ที่แผ่นดินไทยอุดมสมบูรณ์ ทำเกษตรได้ทั้งปี แต่ก็เป็นรัฐบาลนี้ที่ยังไม่ห้ามนำเข้า 3 สารพิษเคมีเกษตร

เป็นรัฐบาลที่สุดแสนจะเอาใจนักลงทุน คนต่างชาติ แต่คนไทยต้องเสี่ยงกับสารพิษ ปากก็พร่ำเป่าหูชาวบ้านว่าส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ศาสตร์พระราชา โดยความเป็นจริง ทำทุกอย่างตรงกันข้ามกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ใช้เพื่อแหกตาชาวบ้านเท่านั้น

ลางสังหรณ์ใครจะแม่นยำ เข้ากับสถานการณ์ อีกไม่นานก็รู้! สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแผ่นดินนี้มีจริง ป่านนี้มีคนนั่งเสียวสันหลัง กลัวจบไม่สวยบ้างแล้วมั้ง!




กำลังโหลดความคิดเห็น...